โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ลูกชาวนา พลิกชีวิต สู่เจ้าของร้านสักคิ้วในอเมริกา ทำงาน 5 ชม. ได้แล้ว 2 หมื่น

เส้นทางเศรษฐี

อัพเดต 01 พ.ค. 2565 เวลา 18.24 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. 2565 เวลา 08.04 น.
ลูกชาวนา พลิกชีวิต สู่เจ้าของร้านสักคิ้วในอเมริกา ทำงาน 5 ชม. ได้แล้ว 2 หมื่น

ลูกชาวนา พลิกชีวิต สู่เจ้าของร้านสักคิ้วในอเมริกา ทำงาน 5 ชม. ได้แล้ว 2 หมื่น

พูดถึงเรื่องย้ายประเทศ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เคยนำเสนอเรื่องราวของคนไทยที่ย้ายไปตั้งหลักชีวิตอยู่ต่างประเทศมาแล้วหลายคน เช่น สาวไทยยึดอาชีพนักดับเพลิง รับฝากเลี้ยงน้องหมา หรือขับรถสิบล้อ ครั้งนี้ลองมาดูอาชีพเจ้าของร้านสักคิ้วในอเมริกากันบ้าง

โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กUbol DePerno ได้เข้ามาแชร์เรื่องราวของตัวเองผ่าน “กลุ่มโยกย้าย มาส่ายสะโพกโยกย้าย” ถึงเรื่องราวชีวิต จากลูกชาวนา จบชั้นมัธยม 6 พูดภาษาอังกฤษได้แบบงูๆ ปลาๆ และเป็นแม่หม้ายลูกติด แต่ชีวิตพลิกเพราะได้พบรักแท้กับชาวอเมริกัน ทำให้มีโอกาสย้ายไปอาศัยอยู่ต่างแดน จนมีอาชีพเป็นนายตัวเอง

จากไทยสู่อเมริกา

เรื่องมีอยู่ว่า เธอเป็นลูกชาวนา จบแค่ชั้น ม.6 ได้แอบหนีเข้ากรุงเทพฯ พร้อมเพื่อนสนิท 3 คนที่พ่อส่งมาเรียนต่อ จากนั้นเริ่มชีวิตการทำงานด้วยอาชีพพนักงานขายเสื้อในห้างแห่งหนึ่ง ได้รับเงินเดือน 3,500 บาท

สักพักได้เปลี่ยนสายงานเป็นกระเป๋ารถเมล์ ปอ.1 เลือกทำอาชีพนี้เพราะรู้ว่า เมื่อเขารับเข้าทำงาน จะได้ค่าแรงทุกวันเป็นเงินสดวันละ 135 บาท ไว้ทอนลูกค้า แต่มันคือค่าอาหารประทังชีวิต ต้องตื่นเช้ามากๆ และกลับบ้านดึกราวๆ เที่ยงคืนทุกวัน แต่ดีอยู่อย่างว่าถ้าใส่ยูนิฟอร์มกระเป๋ารถเมล์จะได้ขึ้นรถฟรี

เป็นกระเป๋ารถเมล์อยู่นาน เพื่ออนาคตที่ดีกว่า ได้ตัดสินใจเรียนช่างทำผม 1 ปี ก่อนไปสมัครงานอยู่ร้านทำผมแถวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นลูกจ้างอยู่หลายปี ก็ได้ตัดสินใจเปิดร้านของตัวเองในต่างจังหวัด แล้วแต่งงาน มีลูกสาว 2 คน แต่สุดท้ายต้องหย่าร้าง

จนได้มาคิดว่าหากเป็นช่างทำผมต่อ คงหาเงินส่งลูกเรียนโรงเรียนดีๆ ไม่ได้ กระทั่งปี 2009 เพื่อนสนิทได้แนะนำให้ลองเข้าเว็บไซต์หาคู่ แม้จะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้แต่เพื่อนก็บอกให้ลอง ผ่านไป 3 เดือน ด้วยสกิลภาษาแบบงูๆ ปลาๆ ก็ไปสะดุดตากับหนุ่มโสดวัย 57 ปี ผู้ไม่เคยแต่งงาน คุยกันได้ 1 ปี ชายหนุ่มได้ตัดสินใจบินมาหาที่เมืองไทย จากนั้นได้ให้ฝ่ายหญิงมาเยี่ยมที่อเมริกา โดยขอวีซ่าถึง 2 ครั้งก็ไม่ผ่าน เพราะวีซ่าท่องเที่ยวยากมาๆ สำหรับแม่หม้ายลูกติดและเป็นแค่ช่างทำผม

ฝ่ายชายจึงให้ขอวีซ่าคู่หมั้น จนได้มาเหยียบแผ่นดินอเมริกา ต้องแต่งงานใน 90 วันและปรับสถานะขอกรีน การ์ดใบแรกซึ่งมีอายุแค่ 2 ปี และยื่นต่อขอกรีนการ์ดใบที่ 2 กับคู่สมรสเดิม เมื่อครอบครองครบ 3 ปี ก็สามารถสอบเป็นพลเมืองอเมริกาได้ในปี 2015

ขั้นตอนเปิดร้านสักคิ้ว

หลังเป็นพลเมืองอเมริกา ได้เริ่มมองหาหน้าร้านสักคิ้ว จนได้เจอร้านใกล้บ้าน แต่ด้วยกฎหมายเคร่งครัดทำให้การขออนุญาตเปิดร้านยากมาก ต้องทำเรื่องต่อสู้กับ City จ่ายค่าธรรมเนียม $700 กว่าเหรียญ และทำการนัดเพื่อยื่นชี้แจงต่อหน้าผู้ตัดสิน 9 คน โดยอธิบายให้ฟังว่า ร้านสักคิ้วคืออะไร กลุ่มลูกค้าคือใคร จะมีผลได้ผลเสียต่อ City หรือไม่ ซึ่งการจะได้เปิดต้องได้ผลโหวต 5:4 ซึ่งเธอได้มากถึง 8:1

เมื่อขออนุญาตจากสถานที่แล้ว ขั้นต่อไปคือขออนุญาตเขตที่อาศัยอยู่ และ State of Michigan สรุปแล้วต้องมีใบอนุญาตติดร้านทั้งหมด 5 ใบ กว่าจะได้มานั้นเลือดตาแทบกระเด็น

ซึ่งการสักคิ้วหญิงสาวเรียนรู้เองจากเมืองไทย และมีลูกศิษย์อยู่เมืองไทยด้วย เมื่อมาอเมริกาก็มีลูกศิษย์ และมีคนติดต่อขอเรียนวิชาต่อเนื่อง โดยคิดค่าเรียนคนละ $5,000 เหรียญ เรียน 5 ชม. 5 วัน

โดยร้านสักคิ้วของสาวไทยคนนี้ มีการสัก 3 วิธี 5 รูปแบบ และมีเคล็ดลับคือ รักลูกค้าทุกคนที่เดินเข้ามาในร้าน คิ้วไม่สวยไม่ยอมให้เดินออก ทำให้ร้านได้รับเรตติ้งเยอะมาก ซึ่งรับเฉพาะลูกค้าจองคิว ราคาสักอยู่ที่ $350 หรือ 10,500 บาท ส่วนราคาแก้คิ้วเสียที่สักจากร้านอื่นคือ $700 เหรียญขึ้นไป

ส่วนรายได้นั้น เธอได้แชร์ว่า บางวันทำงาน 8 ชั่วโมง รับค่าแรงไป $1,050 หรือ 31,500 บาท และทิป $100 หรือ 3,000 บาท หรือบางวันทำงาน 5 ชั่วโมง รับค่าแรง $700 หรือ 21,000 บาท และทิปอีก $75 หรือ 2,250 บาท

ขอบคุณภาพและเรื่องจาก Ubol DePerno

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...