โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เด็กริมโขงเมืองอุบล หวั่นน้ำท่วมบ้านเกิด ยื่นหนังสือถาม ผวจ.ถึงโครงการสร้างเขื่อนสาละวัน

Khaosod

อัพเดต 08 ก.พ. 2565 เวลา 10.15 น. • เผยแพร่ 08 ก.พ. 2565 เวลา 10.15 น.

เด็กริมโขงเมืองอุบล ไม่อยากให้เขาสร้างเขื่อน หวั่นน้ำท่วมบ้านเกิด ยื่นหนังสือถาม ผวจ.ถึงโครงการสร้างเขื่อนสาละวัน

วันที่ 8 ก.พ. 65 ด.ช.ขมร 1ในกลุ่มเด็กไทยฮิมโขงบ้านตามุย อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี เปิดเผยถึงการเดินทางไปยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อสอบถามถึงความคืบหน้าของโครงการสร้างเขื่อนสาละวันซึ่งกั้นแม่น้ำโขงว่า ที่ตนกับเพื่อนมาส่งหนังสือ เพราะอยากรู้ว่า เขาจะสร้างเขื่อนที่บ้านพวกเราไหม ถ้าเขาให้สร้าง ให้เรือมาสำรวจ พวกเราก็กลัวต้องย้ายบ้านไปที่อื่น เราไม่อยากให้เขาสร้างเขื่อน

ด.ช.ขจร กล่าวว่า การเดินทางมาส่งหนังสือนั้น เป็นไปด้วยความสมัครใจของตนเอง และเพื่อนๆ เพราะรู้สึกกังวลใจหากมีการสร้างเขื่อนดังกล่าวขึ้น ตนและครอบครัวก็จะต้องถูกย้ายบ้าน ส่วนอาชีพหาปลาและทำเกษตรริมโขงของชาวบ้านตามุยก็จะต้องจบลง

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมากลุ่มเด็กไทยฮิมโขง ชุมชนบ้านตามุย 13 คนพร้อมพี่เลี้ยงได้เดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี หลังจากในระยะนี้ชาวบ้านตามุย พบว่ามีเรือน่าสงสัย พร้อมคนงาน และทหารฝั่งสปป.ลาว ได้ทำการสำรวจหาข้อมูลบางอย่างอยู่ชายแดนแม่น้ำโขงไทย-ลาว

โดยชาวบ้านเชื่อว่า เรือดังกล่าวลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลเพื่อเดินหน้าก่อสร้างเขื่อนเขื่อสาละวันซึ่งเดิมชื่อว่าเขื่อนบ้านกุ่ม โดยจะสร้างบริเวณชายแดนไทย-ลาวด้านอำเภอโขงเจียม และเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 บริษัทพลังงานบริสุทธิ์ซึ่งเป็นบริษัทสำรวจข้อมูล ได้ส่งหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลฯ และอำนาจการปกครองท้องถิ่นภาคส่วนต่างๆ เพื่อขอเข้าสำรวจพื้นที่ศึกษาข้อมูลบริเวณแม่น้ำโขง อำเภอโขงเจียม

ด้าน คำปิ่น อักษร ผู้ประสานงานเครือข่ายคนฮักน้ำของบ้านตามุย กล่าวว่า ปัจจุบันเด็ก ๆเข้าถึงข้อมูลข่าวสารตามอินเตอร์เน็ต พวกเขามีความสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องแม่น้ำโขง และวิถีชีวิตของคนน้ำโขง เพราะเติบโตมากับสิ่งเหล่านี้ และมีชีวิตที่จะรักษาสิ่งเหล่านี้ให้อยู่รอดไปจนถึงรุ่นของเขา

"นี่ไม่ใช่แค่เรื่องจิตสำนึก แต่เต็มไปด้วยเรื่องของความรัก ความรู้สึกที่มีต่อชุมชนและบ้านเกิด เราเป็นครู เราก็แนะนำในสิ่งที่เขาชอบ เขารัก ถ้าเขารักถิ่นฐานบ้านเกิด เราก็เห็นดีด้วย ไม่ได้บังคับว่าเด็กๆ ต้องทำอะไรเพื่ออะไร พวกเขารู้จักรักและหวงเเหน อยากปกป้องบ้านตัวเอง จึงเป็นเรื่องที่ดี" คำปิ่น กล่าว

อย่างไรก็ตาม การส่งหนังสือของเด็กๆถึงผู้ว่าราชการจังหวัดครั้งนี้ ผู้ว่าฯไม่ได้ออกมารับหนังสือด้วยตนเอง ถึงแม้ว่า เด็ก ๆ จะเดินทางตากแดดมาเกือบ 80 กิโลเมตร โดยผู้ว่าฯ ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงค์ธรรม ประจำศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานีมารับเรื่องแทน และปัดที่จะตอบคำถามต่อเด็ก ๆ ว่าได้อนุมัติให้บริษัทพลังงานบริสุทธิ์ เข้าพื้นที่สำรวจพิกัดต่าง ๆ บริเวณแม่น้ำโขงและชุมชนของเด็ก ๆ เหล่านี้แล้วหรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...