เปิดนโยบายหลัก ทรัมป์ มัดใจชาวอเมริกัน ดันคว้าชัย เลือกตั้งสหรัฐ 2567
เปิดนโยบายเด่น โดนัลด์ ทรัมป์ ในการหาเสียง เลือกตั้งสหรัฐ 2567 ก่อนคว้าชัยชนะประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 47
นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ และแคนดิเดตพรรครีพับลิกัน ได้รับคะแนนเสียงนำเหนือ นางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐ และแคนดิเดตพรรคเดโมแครต ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2567 โดยล่าสุด ณ เวลา 17.15 น. วันที่ 6 พ.ย. 2567 นายทรัมป์มีคะแนน Electoral Vote ที่ 267 เสียง นั่นหมายความว่าเขาต้องการอีกเพียง 3 เสียง เพื่อยืนยันชัยชนะอย่างเป็นทางการ
ตลอดการหาเสียงที่ผ่านมา นายทรัมป์ได้ชูนโยบายมากมาย โดยนโยบายหลักต่าง ๆ ค่อนข้างแตกต่างจากนางแฮร์ริสและมีความแข็งกร้าวมากกว่า ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่โดนใจประชาชนชาวอเมริกันผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง และทำให้พวกเขาเทคะแนนเสียงเลือกนายทรัมป์ และสำหรับนโยบายเด่น ๆ หลัก ๆ ของนายทรัมป์ มีดังต่อไปนี้
นายทรัมป์มี แผนการลดเงินเฟ้อ โดยให้คำมั่นว่าจะลดต้นทุนพลังงานด้วยการขยายการขุดเจาะก๊าซและน้ำมัน พร้อมเสนอ แนวทางช่วยค่าครองชีพ ด้วยการกำหนดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตชั่วคราวไว้ที่ประมาณ 10% ซึ่งต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของอัตราในปัจจุบัน พร้อมเสนอ การลดหย่อนภาษีเงินกู้ซื้อรถยนต์ และ ผลักดันให้มีเครดิตภาษีสำหรับผู้ดูแลและจัดสรรทรัพยากร เพื่อช่วยเหลือการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน
นายทรัมป์จะยกเลิกงบประมาณที่ไม่ได้ใช้ ภายใต้กฎหมายลดอัตราเงินเฟ้อและกฎหมายสภาพอากาศโดยจะจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบด้านการเงินและประสิทธิภาพการทำงานของรัฐบาลกลาง โดยแต่งตั้งนายอีลอน มัสก์ เป็นประธานคณะกรรมการ
ในด้านที่อยู่อาศัย นายทรัมป์เสนอว่าจะทำให้ราคาบ้านถูกลงและกระตุ้นอุปทานด้วยการกำจัดกฎระเบียบที่เพิ่มต้นทุน นอกจากนี้แล้ว นายทรัมป์ไม่เห็นด้วยกับอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง โดยสัญญาว่าจะลดอัตราดอกเบี้ยลง และเสนอว่าประธานาธิบดีควรมีสิทธิ์ในการตัดสินใจด้านนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ด้วย และมองว่าอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจะส่งผลให้ดอกเบี้ยเงินกู้ลดลงเหลือ 3% หรือต่ำกว่านั้น ซึ่งจะช่วยให้ซื้อบ้านได้ถูกลง
นายทรัมป์มองว่าผู้อพยพผิดกฎหมายเป็นต้นเหตุที่ทำให้ค่าที่อยู่อาศัยแพงขึ้น โดยจะแก้ปัญหาด้วยการเนรเทศผู้อพยพและห้ามผู้อพยพกู้เงินซื้อบ้าน พร้อมจะเสนอแรงจูงใจทางภาษีเพื่อส่งเสริมการซื้อบ้านหลังแรก
ภาษี
นายทรัมป์จะขยายและเพิ่มการลดหย่อนภาษี โดยจะลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลลงเป็น 15% จากระดับ 21% และยกเลิกเพดานการหักลดหย่อนภาษีของรัฐและท้องถิ่นซึ่งเรียกว่าจากกฎหมายภาษีและการจ้างงาน (TCJA) ซึ่งจำกัดการหักลดหย่อนไว้ที่ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ
นายทรัมป์กล่าวว่าจะยกเว้นผลประโยชน์ทางภาษี รวมถึงการยกเว้นภาษีเงินได้บางส่วนหรือทั้งหมด และจะพิจารณายกเว้นภาษีสำหรับเจ้าหน้าที่นักดับเพลิง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และทหารผ่านศึก
นายทรัมป์ยังเสนอยกเลิกภาษีเงินได้ทั้งของรัฐบาลกลางและภาษีเงินเดือน โดยพนักงานที่ได้รับทิปและค่าล่วงเวลาจะได้รับการลดหย่อนภาษี รวมถึงยกเลิกภาษีสวัสดิการประกันสังคม ซึ่งมุ่งเน้นไปที่กลุ่มผู้สูงอายุ โดยประชาชนกลุ่มนี้จะไม่ต้องเสียภาษีจากเงินช่วยเหลือรายเดือนอีกต่อไป
การค้าและภาษีศุลกากร
นายทรัมป์ประกาศตนว่าเป็น“ผู้นำแห่งภาษีศุลกากร” โดยจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าทุกประเภทแบบเหมารวม ในอัตรา 10% ถึง 20% รวมทั้งภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนทั้งหมดในอัตราสูงถึง 60% หรือมากกว่านั้น
นายทรัมป์ชี้ว่า แนวคิดของแผนปฏิรูปภาษี คือภาษีศุลกากรจะทำให้สินค้าที่ผลิตในต่างประเทศมีราคาแพงกว่าสินค้าที่ผลิตในสหรัฐ โดยภาษีศุลกากรจะช่วยกระตุ้นการผลิตของสหรัฐ ช่วยสร้างงาน และนำเงินเข้าประเทศหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะมีส่วนช่วยในนโยบายริเริ่มอื่นๆ เช่น การลดภาษี และยังเป็นเงินที่ใช้สำหรับชดเชยจากการลดการเก็บภาษีเงินได้
นายทรัมป์ยังกำหนดภาษีศุลกากร 100% ถึง 200% สำหรับรถยนต์นำเข้าที่ผลิตในเม็กซิโก หรือสินค้านำเข้าใด ๆ ก็ตามที่ผลิตโดยบริษัทที่ย้ายฐานการผลิตจากสหรัฐไปยังเม็กซิโก และจะเสนอให้รัฐสภามีอำนาจในการจัดเก็บภาษีศุลกากรเต็มรูปแบบ เพื่อรับมือและตอบโต้กับในกรณีที่ประเทศใดก็ตามที่จัดเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้กับสินค้าส่งออกของสหรัฐอีกด้วย
ความปลอดภัยริมชายแดนและผู้อพยพ
นายทรัมป์ชูนโยบายต่อต้านการเข้าเมืองมาโดยตลอด และในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ เขาให้คำมั่นว่าจะเนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมายออกนอกประเทศนับตั้งแต่วันแรกที่เข้าสู่ทำเนียบขาว ซึ่งจะเป็นการเนรเทศครั้งใหญ่ที่สุดในประวัตศาสตร์ พร้อมชี้ว่า สหรัฐกำลังถูกผู้อพยพรุกราน และยกเลิกการให้สัญชาติโดยกำเนิดแก่เด็กที่เกิดในสหรัฐ ซึ่งมีพ่อแม่เป็นผู้อพยพผิดกฎหมาย
นายทรัมป์ล่าวว่าจะผนึกพรมแดนเม็กซิโกทางตอนใต้ให้เรียบร้อย รวมถึงการสร้างกำแพง และเพิ่มการบังคับใช้กฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ ให้เข้มงวดยิ่งขึ้น รวมถึงยกเลิกนโยบายเปิดพรมแดนทั้งหมดของรัฐบาลโจ ไบเดน
นายทรัมป์ยังเน้นย้ำถึงการฟื้น 3 โครงการ ซึ่งจะทำให้ผู้ขอลี้ภัยข้ามพรมแดนสหรัฐ-เม็กซิโก เข้าถึงการคุ้มครองในสหรัฐได้ยากขึ้น รวมถึงการเจรจากับทางการเม็กซิโกเพื่อส่งตัวผู้อพยพกลับประเทศ นอกจากนี้ยังมีโครงการเจรจากับเอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา และฮอนดูรัส เพื่อขอส่งตัวผู้ลี้ภัยบางส่วนกลับคืนประเทศเหล่านี้ ซึ่งผู้ถูกส่งกลับจะสามารถขอการคุ้มครองในประเทศตนได้ เพื่อลดจำนวนผู้ขอลี้ภัยเข้าสหรัฐ
อ้างอิง : theguardian.com , bbc.com , nbcnews.com , edition.cnn.com , cbh.com , realinstitutoelcano.org