โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวมเกร็ดน่ารู้จากภาพยนตร์มิวสิคัลแห่งปี Wicked

LSA Thailand

อัพเดต 25 พ.ย. 2567 เวลา 11.20 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2567 เวลา 04.20 น. • Lifestyle Asia Thailand
fea w
Photo Credit: United International Pictures Thailand
Photo Credit: United International Pictures Thailand
Photo Credit: United International Pictures Thailand

Wicked ละครเวทีเรื่องเยี่ยมระดับตำนานที่เปิดการแสดงที่บรอดเวย์มาเป็นเวลานานกว่า 20 ปี ส่งต่อความยิ่งใหญ่สุดตระการตามายังจอภาพยนตร์ด้วยผู้กำกับฝีมือเยี่ยม จอน เอ็ม ชู (Jon M. Chu) ผู้ทำให้โลกตื่นตะลึงมาแล้วกับลีลาแดนซ์ของStep Up 2: The Streets (2008) และ Step Up 3D รวมถึงเปิดศักราชให้นักแสดงเชื้อสายเอเชียในฮอลลีวู้ดกับเรื่องCrazy Rich Asians (2018) และเพิ่งมีผลงานมิวสิคัลเรื่องกับIn the Heights (2021)

Relate article

รีวิว Agatha All Along เหล่าแม่มดขี่ไม้กวาดท่องจักรวาล MCU ความลับแห่งโลกเวทมนตร์ที่เราไม่เคยรู้?

รีวิว Wicked The Movie เพื่อนรักแม่มด! ผจญภัยในโลกเวทมนตร์แห่งออซ รีเมคครั้งใหม่คุณให้ผ่านไหม?

การนำ Wicked มาขึ้นจอภาพยนตร์ในครั้งนี้ได้สองนักแสดงและศิลปินมากฝีมืออย่าง ซินเธีย เอริโว (Cynthia Erivo) เจ้าของรางวัลเอ็มมี่, รางวัลแกรมมี่ และรางวัลโทนี่ และยังเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ ผู้เคยมีผลงานเด่นจากภาพยนตร์เรื่อง Harriet (2019) และ ละครบรอดเวย์เรื่อง The Color Purple) มารับบท เอลฟาบา หญิงสาวผูู้เกิดมาพร้อมกับผิวสีเขียวที่ทำให้เธอถูกดูแคลนและเหยียดหยาม จนเธอได้ค้นพบพลังที่แท้จริงของตัวเอง และศิลปินซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ที่มีผลงานขายดีระดับแพลตตินั่มและคว้ารางวัลแกรมมี่ อารีอานา กรานเด (Ariana Grande) ในบท กลินดา สาวสวยสุดป็อปและเฉิดฉายที่ผ่านมาเธอแสร้งทำเป็นคนดีคนน่ารัก เพื่อเรียกคะแนนนิยม จนเธอได้ค้นพบหัวใจที่แท้จริงของตนเอง

หนังได้รับคำวิจารณ์ระดับยอดเยี่ยม ดีงามทุกองค์ประกอบโดยเฉพาะเสียงร้องของสองนักแสดงนำที่่จะทำให้ทุกคนขนลุก และตื่นตาตื่นใจไปกับโลกแห่งออซ เราเลยขอรวมเกร็ดสนุก ๆ เกี่ยวกับที่มาและงานสร้างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้มาฝากกันค่ะ

Photo Credit: United International Pictures Thailand via facebook

จุดกำเนิด

1.จากแฟรนไชส์นิยายคลาสสิกระดับโลก The Wizard of Oz ของ แอล แฟรงก์ บอม (L. Frank Baum) ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1900 ที่กลายเป็นเรื่องราวที่จับใจผู้อ่านทั่วโลก ในปี 1995 เกรกอรี่ แม็กไกวร์ (Gregory Maguire) ได้นำเนื่องราวโลกแห่งออซ มาดัดแปลงและแต่งเติมกลายเป็นนิยายเรื่อง Wicked: The Life and Times of the Wicked Witch of the West เขียนต่อยอดเกี่ยวกับแม่มดแห่งออซที่ไม่เคยถูกเล่า พาผู้ชมย้อนไปยังเหตุการณ์หลายปีก่อนที่ โดโรธี จะตกลงมา โดยโฟกัสเรื่องราวที่พลิกมุมมองต่อตัวละครสำคัญอย่าง “แม่มดร้ายแห่งทิศตะวันตก” ( Wicked Witch of the West) และแม่มดผู้แสนดีกลินดา (Glinda the Good) เล่าเรื่องราวของแม่มดที่ใครว่ากันว่าร้าย กับแม่มดที่ใครต่างก็ว่าพวกเธอแสนดี แต่จุดเริ่มต้นของพวกเธอนั้น ซับซ้อนกว่านั้น โดยนักประพันธ์ดนตรีผู้เป็นตำนาน สตีเฟ่น ชวอร์ตซ์ ( Stephen Schwartz) ผู้คว้ามาแล้วทั้งรางวัลแกรมมี่และรางวัลออสการ์จากเพลง “Colors of the Wind” ของเรื่อง Pocahontas (1995) ได้อ่านหนังสือเรื่องนี้แล้วติดใจมากและอยากที่จะทำมันออกมาเป็นละครเพลง แต่ว่าแม็กไกวร์ ได้ขายลิขสิทธิ์นิยายเรื่องนี้ให้กับ Universal Pictures ที่ตั้งใจจะปั้นเป็นภาพยนตร์ไปแล้ว แต่ในปี 1998 ชวอร์ตซ์ ก็โน้มน้าวให้แม็กไกวร์ ยอมให้เขานำมาทำเป็นละครมิวสิคและไปยื่นข้อเสนอให้ทางโปรดิวเซอร์ของ Universal อย่าง มาร์ค แพลตต์ (Marc Platt) มาเป็นโปรดิวเซอร์ละครเวทีกับเดวิด สโตน (David Stone) โปรดิวเซอร์ละครเวที Off-Broadway ฝีมือเยี่ยม

2.ละครเวทีเรื่องนี้พัฒนาขึ้นโดยมี สตีเฟ่น ชวอร์ตซ์ เป็นหัวเรือคนสำคัญเพราะเขาอยากที่จะปั้นให้เรื่องนี้เป็นผลงานชิ้นเอกและนิยายของแม็กไกวร์มีมิติทั้งแง่มุมทางการเมือง สังคม ชาติพันธุ์ และนิยามของความดีและความชั่วร้ายให้ขบคิด จะเขียนเป็นบทละครเวทีเลยคงไม่ง่าย เขาจึงไปคว้า วินนี่ โฮลซ์แมน ( Winnie Holzman) ผู้เคยเข้าชิงทั้งรางวัลโทนี่ และรางวัลเอ็มมี่ (และยังเป็นผู้สร้าง My So-Called Life) มาร่วมพัฒนาบททั้งเขียนโครงสร้างขึ้นมาใหม่ร่วมกับมาร์ค แพลตต์ เพื่อให้ได้เรื่องราวที่เป็นละครเวทีแบบออริจินัลมากกว่าจะเป็นหยิบเรื่องราวหนังสือมาขึ้นเวทีโดยตรง ซึ่งต่อมาก็ได้มาเป็นหนังสือ Wicked ซึ่งเป็นเรื่องราวฉบับละครเวที ที่มีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาในหลายๆ ส่วนที่แตกต่างจากนิยายของแม็กไกวร์

ด้านเนื้อร้องและดนตรีประกอบก็ได้พัฒนาขึ้นในช่วงเวิร์คช็อปกับนักแสดง โดยได้คริสติน เชโนเวธ (Kristin Chenoweth) มารับบทกลินดา ส่วนบทแม่มดตะวันตกเอลฟาบา ได้สเตฟานี เจ บล็อค (Stephanie J. Block) มาแสดงในช่วงเวิร์คช็อปก่อนทีมงานจะเปลี่ยนมาเป็น อดิน่า เมนเซล (Idina Menzel) เข้ามาแทนและได้แสดงบทนี้ในเวอร์ชั่นบรอดเวย์ในปี 2003 (แต่ต่อมา สเตฟานี เจ บล็อค ก็ได้กลับมารับบทนี้ต่อจากเมนเซลในการแสดง US Tour)

3.ละครเวทีเริ่มแสดงครั้งแรกในปี 2003 และปัจจุบันและได้รับIdina Menzel กวาดราการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโทนี่ถึง 9 รางวัล ซึ่งคว้ามาได้ 3 รางวัลรวมรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมของ ยได้ไปมากกว่า 6 พันล้านดอลลาร์ และมีการแสดงในเวอร์ชั่นต่างประเทศทั้งเวอร์ชั่น West End , ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์, เม็กซิโก, เยอรมนีและมีการทัวร์การแสดงไปหลายประเทศทั่วโลก ปัจจุบันเป็นละครเวที่จัดแสดงยาวนานที่สุดอันดับ 4 ของบรอดเวย์ และเป็นอันดับ 10 ของ West End

4.ภายใต้เรื่องราวแฟนตาซีที่น่าตื่นตาแต่ Wicked ได้นำเสนอแง่มุมแฝงการเมืองเอาไว้ไม่ว่าจะเป็นการสื่อถึงขบวนการฟาสซิสต์ ที่พยายามทำลายเหล่าสรรพสัตว์พูดได้ในออซ โดยกล่าวโทษพวกเขาไม่ว่าจะมีอะไรผิดปกติไปในสังคม และเพื่อทำลายพวกเขาด้วยการพรากเอาเสียงของพวกเขาไป เพื่อสะท้อนถึงความรุ่งเรืองของจักรวรรดิ์ไรซ์ที่ 3 ในเยอรมัน ในช่วงยุค 1930 และยังแสดงให้เห็นว่าผู้นำที่มีเสน่ห์แต่ชั่วร้ายสามารถโกหกพลเมืองได้แนบเนียนแค่ไหน จนพวกเขายอมทำเรื่องที่ไม่อาจบรรยายได้ และหักหลังคนที่พวกเขารัก เนื่องจากความกลัวและความเกลียดชัง และยังแฝงไปยังเรื่องการเหยียดและเกลียดชังทาง ลักษณะทางร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นสีผิว เชื้อชาติ และความพิการทางร่างกาย เวอร์ชั่นหนังสือของแม็คไกวร์ มีความดาร์คหม่นมากกว่าเวอร์ชั่นละครเวที และเรื่องราวจบลงแบบโศกนาฎกรรม แต่ในเวอร์ชั่นละครเวทีได้ปรับให้มีความสดใสและมีความหวังมากขึ้นโดยเน้นให้ผู้ชมได้ตั้งคำถามและครุ่นคิดว่า สิ่งดีงามและสิ่งชั่วร้าย ใครคือผู้กำหนดและนิยามของมันคืออะไรกันแน่

เมื่อเวอร์ชั่นละครเวทีประสบความสำเร็จอย่างงดงาม Universal Pictures เตรียมการดัดแปลงเวอร์ชันละครเวทีเป็นภาพยนตร์ซึ่งมีการพัฒนาและเตรียมงานอยู่นายหลายปีที่มีการเปลี่ยนแปลงมากมายจนกระทั่งในปี 2016 ได้ประกาศอย่างเป็นทางการโดยมีสตีเฟน ดัลดรี้ (Stephen Daldry) เป็นผู้กำกับแต่ว่าก็ได้พับโปรเจ็คไปเมื่อมีวิกฤตโควิดในปี 2020 และต่อมาได้เปลี่ยนมาเป็น จอน เอ็ม ชู เข้ามาเป็นผู้กำกับในปี 2022 ซึ่งแบ่งหนังออกเป็น 2 part เพื่อเก็บเรื่องราวให้ครบถ้วนโดย part 1 ออกฉายในพฤศจิกายนปี 2024 ส่วน part 2 ออกฉายในพฤศจิกายนปี 2025 โดยมี มาร์ค แพล็ตต์ และ เดวิด สโตน เป็นโปรดิวเซอร์เช่นเคย

Photo Credit: United International Pictures Thailand
Photo Credit: United International Pictures Thailand
Photo Credit: United International Pictures Thailand
Photo Credit: United International Pictures Thailand

โลกออซสู่จอภาพยนตร์อีกครั้ง

Photo Credit: United International Pictures Thailand via facebook

5.จอน เอ็ม ชู เป็นแฟนตัวยงและยาวนานของละครเวทีเรื่องนี้อยู่แล้วและเหมือนกับฟ้าลิขิตเอาไว้แล้วเพราะว่าเขาเคยร่วมงานกับโปรดิวเซอร์มาร์ค แพล็ตต์มาก่อนแล้วในฐานะนักแสดงในละครเวทีเรื่องหนึ่งที่เปิดการแสดงที่โรงละครเคอร์แรน ในซานฟรานซิสโก ก่อนจะเปลี่ยนไปแสดงที่บรอดเวย์ และต่อมาโชคชะตาก็พาพวกเขามาร่วมงานกับอีกครั้งใน หลายปีต่อมาและร่วมสร้างโปรเจ็คยักษ์ที่มีทุนสร้างทั้งสองภาคมากถึง 300 ล้านดอลลาร์

Photo Credit: United International Pictures Thailand
L to R: Cynthia Erivo is Elphaba and Ariana Granda is Glinda in WICKED, directed by Jon M. Chu
Photo Credit: United International Pictures Thailand

Photo Credit: United International Pictures Thailand via facebook

นักแสดงที่เปี่ยมด้วยฝีมือ และทรงพลัง

6.ซินเธีย เอริโว เป็นนักแสดงมากฝีมือและมีชื่อเสียงในวงการละครเวทีอยู่แล้วแต่เธอก็ต้องมารับการออดิชันเช่นเดียวกับคนอื่น ทันทีที่เธอได้รับการทาบทามให้มาทดสอบบทนี้เธอเตรียมตัวอย่างหนักทั้งการศึกษาเพลงและดนตรีที่ใช้ในการแสดงเรื่องนี้เพื่อให้จำได้อย่างขึ้นใจ เธอเตรียมพร้อมร่างกายราวกับนักมวยก่อนขึ้นชกเพื่อที่เธอจะได้พร้อมที่สุดกับการร้องเพลงที่โด่งดังของละครเวทีเรื่องนี้ และเมื่อวันที่เธอได้ทำการทดสอบ เธอก็ปล่อยหมัดน็อคใส่ทีมงานทุกคนเข้าอย่างจัง

“การออดิชั่นครั้งนี้มันบ้าคลั่งมากค่ะ มันเป็นการทดสอบยาวถึง 3 ชั่วโมง มันเป็นการออดิชันเพียงครั้งเดียวของฉัน เป็นการทดสอบหน้ากล้องเลย ฉันเลยได้เข้าร่วมทดสอบกับนักแสดงหญิงอีกสองคน แล้วก็ได้ร้องเพลงในการทดสอบนั้น ฉันป่วยไปเลยหลังจากออดิชันเสร็จ นอนซมอยู่ 4 วันไข้ขึ้น 40 องศาเซลเซียส”

“การได้ตัว ซินเธีย เอริโว ผู้หญิงผิวสี มารับบทเป็นผู้หญิงที่ตัวเป็นสีเขียว ทําให้โลกแตกต่างออกไปครับ” ผู้กำกับ จอน เอ็ม ชูกล่าว “เมื่อเธอร้องเพลง ‘Defying Gravity’ เธอระเบิดพลังจนเราตกตะลึงเลย ทันทีที่ซินเธียออกจากห้องไป เราก็พูดว่า ‘ในที่สุดการค้นหาของเราก็เสร็จสิ้นแล้ว'”

และนอกเหนือสิ่งอื่นใด เธอได้รับการยอมรับและยกย่องจากเกรกอรี่ แม็กไกวร์ นักเขียนผู้ให้กำเนิดตัวละคร เอลฟาบา “ผมไม่รู้จัก ซินเธีย เอริโว เท่าไหร่ครับ” แม็กไกวร์บอก “ผมเคยเห็นเธอร้องเพลงในสองรายการ แต่ผมยังไม่เคยเห็นเธอแสดงมาก่อน ผมโชคไม่ดีเลยที่ไม่ได้เห็นเธอเล่นละครที่บรอดเวย์ แต่ตอนที่เธอแสดงอยู่ตรงนั้น ผมถึงกับเซไปเลย คงพูดได้คำเดียวว่าเซ เพราะอารมณ์ที่ทรงพลังและซับซ้อนที่เธอสามารถสื่อสารด้วยดวงตา และคาง และริ้วรอยของคิ้ว มันคือสุดยอดในการแสดง และมันเกิดขึ้นในสามถึงสี่วินาทีครับ” และเมื่อเธอได้รับการประกาศว่าได้รับบทนี้เธอถึงกลับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ และไม่ว่าพูดถึงการได้รับบทนี้ทีไรเธอก็แทบจะร้องไห้เพราะเป็นบทบาทที่สำคัญและมีความหมายของเธอมาก ๆ

Photo Credit: United International Pictures Thailand
Photo Credit: United International Pictures Thailand
Photo Credit: United International Pictures Thailand
Photo Credit: United International Pictures Thailand

Photo Credit: United International Pictures Thailand via facebook

7.ซินเธีย กับอารีอานา แยกกันออดิชัน ทั้งสองคนไม่ได้เจอกันเลยจนกระทั่งอารีอานา กรานเดเองก็ออดิชันบทกลินดาผ่าน บทกลินดาคือบทในฝันของเธอ เธอเคยพูดออกสื่ออยู่เสมอว่าเธอเป็นแฟนตัวยงของละครเวที Wicked และบทบาทที่เธออยากเล่นมาตลอดคือกลินดา

“ในที่สุด เมื่อฉันรู้เรื่องการออดิชั่น ฉันก็เริ่มฝึกซ้อมทุกวันกับโค้ชสอนร้องเพลงของฉัน เอริค เวทโทร และโค้ชการแสดงของฉัน แนนซี่ แบงก์ส ฉันต้องฝึกการใช้เสียงใหม่ให้ร้องเพลงในแนวคลาสสิกและโอเปร่ามากขึ้น ซึ่งเหมาะกับช่วงเสียงของฉัน แต่เป็นสไตล์ที่ฉันไม่เคยทําเลยตอนยังเด็ก เส้นเสียงต้องใช้เวลาสักพักในการปรับตัว เช่นเดียวกับกล้ามเนื้ออื่นๆ ซึ่งจำต้องฝึกฝนเยอะมากค่ะ

ฉันไปออดิชั่นถึงสามครั้ง ฉันจําได้ว่าตกหลุมรักจอน ผู้กํากับของเราและความรอบคอบของเขาในทันทีเลยค่ะ และในที่สุดเมื่อฉันได้รับโทรศัพท์ และจอนบอกฉันว่าพวกเขาเลือกฉันให้แสดงเป็นกลินดา มันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตฉันเลยค่ะ ไม่ต้องสงสัยเลย” กรานเดเล่า “ฉันสะอึกสะอื้น ฉันเตรียมพร้อมรับผลลัพธ์ทุกรูปแบบ แต่มันกลับกลายเป็นช่วงเวลาที่สวยงามและสะเทือนอารมณ์ที่สุดในชีวิตฉัน จากวินาทีนั้น ฉันเป็นผู้หญิงที่มีความสุขและรู้สึกขอบคุณที่สุดในโลก”

ชมคลิปการออดิชันของนักแสดงทั้งสองที่นี่

8.ครั้งแรกที่พวกเธอมาพร้อมกันก็คือตอนกินอาหารมื้อค่ำที่บ้านของชู โดยมีผู้อำนวยการสร้าง มาร์ค แพล็ตต์, นักแต่งเพลง สตีเฟ่น ชวอร์ตซ์ และนักเขียน วินนี่ โฮลซ์แมน อยู่ด้วย ความผูกพันระหว่างดาราทั้งสองเห็นได้ชัดเจน “สตีเฟ่นเดินไปที่เปียโน และพูดกับซินเธียและอารีว่า ‘เรามาร้องเพลง ‘For Good’ กันไหม” ชูเล่า “ซินเธียและอารีไม่ได้ซ้อมเลยครับ พวกเธอไม่เคยร้องเพลงนี้ด้วยกัน พวกเธอร้องเพลงนี้ และลูกสาววัยสี่ขวบของผมก็อ้าปากค้างเลย ไม่มีใครเคยเห็นสองสาวพ่นไฟแบบนี้มาก่อน มันสวยงามมากที่ได้เห็นว่าพวกเธอเชื่อมโยงถึงกันได้ดีแค่ไหนครับ”

แพลตต์เล่าว่าตั้งแต่วันแรกที่เขาอยู่ในห้องกับเอริโวและกรานเด มันเป็นเทศกาลแห่งความรักระหว่างพวกเธอสองคน “พวกเธอเหมือนอยู่ตรงกันข้าม… แต่ก็น่ารักมาก” แพล็ตต์กล่าว “พวกเธอรักกัน คุณรู้สึกได้ถึงเคมีนั้นเมื่อคุณอยู่ในห้องกับพวกเธอ ก่อนที่คุณจะเริ่มเดินกล้อง นั่นเป็นสิ่งสําคัญในการส่งมอบการเดินทางที่ผู้หญิงสองคนนี้ดําเนินไป เอลฟาบาและกลินดาถูกฉีกทึ้งโดยโลกของพวกเธอ พวกเธอต้องหาทางไปหากัน ท้ายที่สุดแล้ว พวกเธอต้องยอมเสียสละเพื่ออีกฝ่ายครับ”

รอยสักคู่กันสัญลักษณ์แห่งเพื่อนซี้

8.ซินเธียและอารีอานา ไปสักคู่กันหลังจากที่ได้สนิทสนมกันในการแสดงเรื่องนี้ “เราไปสักด้วยกันค่ะ” กรานเดบอก “ฉันสักตัว E แทนชื่อ เอลฟาบา อยู่กลางรูปหัวใจ ตรงด้านหลังขาของฉันค่ะ และเธอก็สัก G มาจาก กลินดาที่หลังขาของเธอ” เอริโวกล่าวว่าความผูกพันของพวกเธอมั่นคงขึ้นด้วยความรู้สึกที่เกิดจากการ

สํารวจอย่างสนุกสนาน “ฉันหวังว่าเราจะไม่สูญเสียความรักในการแสดงของเราค่ะ” เอริโวกล่าว “นั่นเป็นสิ่งที่ฉันชอบมาก—ความต้องการที่จะอยากเรียนรู้และค้นพบ อารีอาน่ากับฉันใช้สิ่งนั้นเพื่อทําให้สองตัวละครนี้มีความเป็นมนุษยและเต็มเปี่ยมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เมื่อเราทํางานร่วมกัน สิ่งพิเศษอย่างมากได้เกิดขึ้นค่ะ”

Photo Credit: United International Pictures Thailand
Photo Credit: United International Pictures Thailand
Photo Credit: United International Pictures Thailand

Photo Credit: United International Pictures Thailand via facebook

โลกแห่งออซที่ยิ่งใหญ่

9.รถไฟเมืองมรกตเอ็กซ์เพรส (THE EMERALD CITY EXPRESS) การเดินทางจากมหาวิทยาลัยชิซ ไปยังเมืองมรกต ถือเป็นช่วงเวลาสําคัญอีกช่วงหนึ่งในการเล่าเรื่องของ Wicked ทีมงานผู้สร้างได้แรงบันดาลใจในการออกแบบโดยได้มาจากหุ่นยนต์ในยุคของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 และสิ่งมหัศจรรย์ทางกลไกของฌ็อง-เออแฌน รอแบร์-อูแด็ง (Jean-Eugène Robert-Houdin) ขบวนรถไฟเมืองมรกตเอ็กซ์เพรส ซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์สูง 16 ฟุต หนัก 58 ตัน เป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นของทีมออกแบบฉากที่ใส่ใจในรายละเอียดและนวัตกรรม รถไฟและสถานีรถไฟถูกสร้างขึ้นในทุ่งข้าวสาลีของอังกฤษ ทําให้เกิดภาพลวงตาอันน่าทึ่งของขอบฟ้าที่ไร้ขอบเขต

Photo Credit: United International Pictures Thailand
Photo Credit: United International Pictures Thailand

Photo Credit: United International Pictures Thailand via facebook

10.โลกที่รถเข็นวีลแชร์สามารถเข้าถึงได้ ใน Wicked ตัวละคร เนสซาโรส ใช้รถเข็นแบบชาวออซ เพราะมาริสสา โบดี (Marissa Bode) ผู้รับบทเป็น เนสซาโรส ก็ใช้รถเข็นในชีวิตจริงอยู่แล้ว ผู้กํากับ จอน เอ็มชู ผู้อำนวยการสร้าง มาร์ค แพล็ตต์ และทีมผู้สร้าง จึงตั้งใจแน่วแน่ว่าฉากของพวกเขาไม่เพียงรถเข็นจะเข้าถึงได้เท่านั้น แต่ยังสร้างมาตรฐานใหม่ให้ผู้พิการสามารถเดินทางเข้าออกในกองถ่ายได้สะดวกด้วย

ผู้สร้างได้ขออาศัยความเชี่ยวชาญของแชนเทลล์ นาสซารี (Chantelle Nassari) ซึ่งเป็นผู้ใช้เก้าอี้รถเข็นมานาน ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานเกี่ยวกับคนพิการของภาพยนตร์เรื่องนี้ นาสซารีมีบทบาทสําคัญในการให้คําปรึกษาในทุกแง่มุมของงานสร้าง โดยเริ่มจากการสร้างเทรเลอร์สำหรับนักแสดงให้กับโบดี “ฉันชอบที่พวกเขาจ้างคนที่นั่งรถเข็นเหมือนฉันค่ะ” โบดีกล่าว “แชนเทลล์ยอดเยี่ยมมากในการทําให้แน่ใจว่าโลเกชั่นต่างๆ ได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนที่ฉันจะไปถึงที่นั่น เธอดูจนแน่ใจว่าทุกที่ฉันสามารถเข็นรถไปถึงได้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ประสานงานจัดวางทางลาด ตรวจสอบลิฟต์ และทําให้แน่ใจว่าทุกอย่างเข้าที่เพื่อให้รถเข็นสามารถเข้าถึงได้อย่างราบรื่นค่ะ”

นาสซารี พร้อมด้วยผู้อํานวยการสร้างร่วม โจน ชไนเดอร์ (Joan Schneider) (Jurassic World: Fallen Kingdom) ร่วมมือกับ Translux ซึ่งเป็นบริษัทจัดหาสิ่งอํานวยความสะดวกให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ ออกแบบเทรเลอร์โมเดลใหม่ตั้งแต่การร่างแบบ ซึ่งเป็นความพยายามที่ Translux ตกลงใจรับงานทันที

ภายใต้การชี้นําของ นาสซารี ทาง Translux ได้สร้างรถเทรเลอร์สุดหรูที่มีลิฟต์เก้าอี้ ประตูและไฟที่สั่งงานด้วยเสียง จุดแต่งหน้า รางตู้เสื้อผ้าควบคุมระยะไกล ห้องครัวที่มาพร้อมเคาน์เตอร์ปรับความสูงได้ และห้องน้ำเสริมเหล็กที่สามารถรองรับรอกได้หากจําเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถใช้ห้องน้ำหรือฝักบัวได้อย่างอิสระทางทีมผู้สร้างยังออกแบบห้องน้ำแบบพกพาที่รองรับเก้าอี้รถเข็น เพื่อความคล่องตัวในฉากหรือโลเกชั่นต่างๆ พวกเขายังสร้างสตูดิโอบันทึกเสียงที่รองรับเก้าอี้รถเข็น และสร้างทางลาดแบบสั่งทำ และแบบเคลื่อนย้ายได้ เพื่อทำให้ทุกพื้นที่ของฉากสามารถเข้าถึงได้นอกจากนี้ ชูยังขอให้ทุกฉากที่มี เนสซาโรส ควรแสดงให้เห็นภาพการที่รถเข็นสามารถเข้าถึงในทุกที่ สายตา โดยนําเสนอภาพที่ชัดเจนว่า เนสซาโรส จะเข้าถึงแต่ละพื้นที่ได้อย่างไร

ดูบรรยากาศกองถ่ายที่รถเข็นวีลแขร์สามารถเข้าถึงได้ ที่นี่

Ariana Granda is Glinda in WICKED, directed by Jon M. Chu
Jonathan Bailey is Fiyero in WICKED, directed by Jon M. Chu
Photo Credit: United International Pictures Thailand
Photo Credit: United International Pictures Thailand
Photo Credit: United International Pictures Thailand
Photo Credit: United International Pictures Thailand

Photo Credit: United International Pictures Thailand via facebook

เครื่องแต่งกายและความเป็นตัวตน

11.พอล เทซเวลล์ ( Paul Tazewell) เคยทํางานกับละครบรอดเวย์ เรื่อง In the Heights ขณะที่ชูเป็นคนกํากับภาพยนตร์เรื่องเดียวกันนี้ในปี 2021ได้มาร่วมงานในเรื่อง Wicked งานที่สําคัญที่สุดของเทซเวลล์ก็คือการแสดงให้เห็นถึงการอยู่คนละขั้วระหว่างตัวละครหลักสองคนอย่าง เอลฟาบาและกลินดา เครื่องแต่งกายของพวกเธอไม่เพียงแต่สะท้อนถึงบุคลิกที่แตกต่างกันเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการเดินทางที่เปลี่ยนแปลง และสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งที่พวกเธอแบ่งปัน แม้จะมีความแตกต่างกันก็ตาม

แนวทางที่เทซเวลล์ใช้ออกแบบเครื่องแต่งกายของเอลฟาบาและกลินดา จะเน้นย้ำการวางคู่กันระหว่างความมืดและแสงสว่าง ความหยาบและความปราณีต “ตัวละครทั้งสองมีภาพเงาที่คล้ายคลึงกัน แต่มีรายละเอียดที่แตกต่างกันอย่างมากครับ” เทซเวลล์กล่าว “การออกแบบเสื้อผ้าของเอลฟาบาจะดูผอมเพรียว แข็ง และเป็นมุม สะท้อนให้เห็นถึงบุคลิกที่เก็บความรู้สึก ในทางตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง กลินดามีลักษณะที่ดูประณีต เป็นตัวแทนของโลกที่ปราศจากความวิตกกังวล”

12.เสื้อผ้าของเอลฟาบา ใน Wicked ได้รับการออกแบบให้สะท้อนการเดินทางของเธอ จากคนนอกไปสู่การเป็นผู้หญิงที่ทรงพลังและมั่นใจในตนเอง การเดินทางของเอลฟาบาโดดเด่นด้วยเครื่องแต่งกายที่พัฒนาขึ้นของเธอ ตั้งแต่ชุดในวัยเด็กที่มีผิวสัมผัสอย่างผ้าสักหลาดและและลวดลายไม้เลื้อยไปจนถึงรูปลักษณ์ที่มีทรวงทรงองค์เอวแบบเป็นสาวเต็มตัวที่ชิซ การออกแบบของเทซเวลล์ได้นำเอาจินตนาการที่สดใหม่และมีชีวิตชีวามาสู่ตัวละครเอลฟาบา

เครื่องแต่งกายของเอลฟาบาได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ โดยเฉพาะเห็ดและเชื้อรา โดยผสมผสานพื้นผิวสัมผัสและลวดลายที่ซับซ้อน เช่น เกลียวฟีโบนัชชี่ (Fibonacci spiral ) เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตและธรรมชาติ องค์ประกอบทางธรรมชาติเหล่านี้เน้นย้ำให้เห็นถึงความผูกพันของเธอกับโลกธรรมชาติและการที่เธอสนับสนุนชุมชนสัตว์

13.เครื่องแต่งกายของกลินดาเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงพลังของความเป็นหญิงและเสน่ห์ของความนุ่มนวล จินตนาการของเทซเวลล์ สําหรับกลินดา ทําให้เกิดความรู้สึกดีๆ ผ่านโทนสีชมพู ลาเวนเดอร์ และโทนสีรุ้ง ชวนให้นึกถึงฟองสบู่หรือแสงออโรร่า องค์ประกอบเหล่านี้ถูกจัดเตรียมให้สอดคล้องไปกับการเปลี่ยนแปลงของตัวละครตัวนี้ โดยเน้นไปที่คุณสมบัติที่โดดเด่นของเธอในช่วงเวลาต่างๆ ในการเดินทาง

เสื้อผ้าของกลินดาที่เป็นการรวมของธีมที่เกี่ยวกับการบินและความฟูฟ่อง จะมีทั้งฟองสบู่และผีเสื้อ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณและบุคลิกของเธอ เฉดสีชมพูและลาเวนเดอร์ชวนให้นึกถึงทศวรรษ 1950 และยุควิกตอเรีย ช่วยเพิ่มความเป็นผู้หญิงและความสง่างามให้กับเครื่องแต่งกายชุดกระโปรงของเธอแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้หญิงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแบรนด์ ดิออร์ ในยุค 1950 โดยเน้นเอวเล็กและสะโพกโค้งมนดูนุ่มนวล ซึ่งเป็นสุนทรียศาสตร์ที่ประณีต มีศิลปะ ซึ่งมีความหมายเหมือนกับบุคลิกของเธอ

14.ไม้กวาดของเอลฟาบา พวกเขาก็ตัดสินใจทำไม้กวาดของเอลฟาบาจากรากไม้ป่าชายเลน เมื่อรากต้นโกงกางเติบโต พวกมันจะพันกัน และกลายเป็นระบบที่ซับซ้อนยุ่งเหยิง เช่นเดียวกับตัวเจ้าของไม้กวาด

Photo Credit: United International Pictures Thailand
Photo Credit: United International Pictures Thailand
Photo Credit: United International Pictures Thailand

Photo Credit: United International Pictures Thailand via facebook

เขียวไหนที่ใช่เธอ

15.การสร้างผิวสีเขียวของเอลฟาบา อยู่ภายใต้การควบคุมของ ฟรานซิส แฮนน่อน (Frances Han non)นักออกแบบการแต่งหน้าและทรงผม ผู้เคยได้รับรางวัลออสการ์มาแล้วจากเรื่อง The Grand Budapest Hotel (2014) แฮนน่อนพบผลิตภัณฑ์ของแคนาดาที่เลิกผลิตไปแล้ว ซึ่งใช้สีเหลืองนีออนเป็นเบส เธอทดสอบผลิตภัณฑ์นี้โดยผสมกับสีเขียวดั้งเดิมของเธอ และมันให้คุณภาพการสะท้อนแสงที่สมบูรณ์แบบ

ก่อนเริ่มการถ่ายทำ มีการทดสอบรายวันกับนางแบบที่มีโทนสีผิวคล้ายกับซินเธีย เอริโว รวมการทดสอบทั้งหมดประมาณ 60 ครั้ง การทดสอบเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการถ่ายภาพการแต่งหน้าภายใต้สภาพแสงแบบต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะดูสมบูรณ์แบบในทุกสภาพแสง คุณภาพการสะท้อนแสงของสีเหลืองนีออนทําให้สีเขียวดูดีภายใต้แสงทุกประเภท ที่มหาวิทยาลัยชิซ ภาพลักษณ์ของเอลฟาบายังคงอ่อนเยาว์และเรียบง่าย โดยมีกระเล็กน้อย และแต่งคิ้วแบบแทททู วิกผมถักเปียขนาดเล็กด้วยเฉดสีน้ำตาลเข้ม ทําให้เธอดูอ่อนเยาว์ โดยใช้การถักเปียอันเป็น

เอกลักษณ์สําหรับฉากที่มหาวิทยาลัยชิซ

เล็บของเอลฟาบาก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตลอดทั้งเรื่องซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเติบโตของตัวละครจากวัยเด็กไปเป็นหญิงสาวที่ทรงพลัง เธอเริ่มต้นภาพยนตร์ด้วยเล็บที่สั้น ซึ่งเล็บจะแข็งแรงขึ้น และยาวขึ้นตลอดแต่ละช่วงของภาพยนตร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเดินทางของเธอการเปลี่ยนแปลงของ เอริโว จนกลายเป็นเอลฟาบา ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาทีในแต่ละวัน รวมถึงการคลุมหูของเอริโวด้วยหูเทียม

Feature and Hero Image Credit: United International Pictures Thailand via facebook

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟสไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...