โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘Dry January’ ชาเลนจ์งดเหล้าตลอดเดือนมกราคม เพื่อฟื้นฟูร่างกายบูสต์เอเนอร์จี้รับปีใหม่ และชวนทบทวนข้อดีของการกินเหล้าให้น้อยลง

Mirror Thailand

อัพเดต 27 ธ.ค. 2567 เวลา 06.36 น. • เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2567 เวลา 06.36 น.
ภาพไฮไลต์

จากกรณีการจากไปของ ‘แบงค์ เลสเตอร์’ อินฟลูฯ หนุ่มที่โด่งดังจากการขายพวงมาลัยเลี้ยงดูคุณยายของตน เสียชีวิตหลังจากที่อาจจะถูกจ้างให้ดื่มเหล้า แลกกับเงิน 30,000 บาท ซึ่งเราขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้ และจากเหตุการณ์นี้นอกจากจะทำให้ผู้คนเห็นถึงประเด็นความเหลื่อมล้ำที่ทำให้เขาต้องดิ้นรนหาเงินทุกวิธี ยังทำให้เห็นปัญหาการถูกกลั่นแกล้ง และบูลลี่ในเด็กพิเศษ เมื่อพักหลังมานี้เขามักถูกคนจ้างให้กินอะไรแปลกๆ

ที่สำคัญยังชวนให้หลายคนตระหนักรู้และเห็นถึงโทษของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ไม่ควรละเลย หรือมองเป็นความสนุกเสมอไป

เริ่มต้นปี 2025 เราเลยมีชาเลนจ์ดีๆ มาป้ายยา ที่ใช้เวลาสั้นๆ เพียง 31 วัน ตลอดเดือนมกราคม แต่อาจเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของคุณในระยะยาวได้ นั่นก็คือ เรากำลังจะชวนทุกคนมา…“งดเหล้า เข้ามกรา” กับชาเลนจ์ยอดนิยมจากฝั่งตะวันตกที่มีชื่อว่า ‘Dry January’ กันค่ะ!

เพราะการงดเหล้าครั้งนี้ จะเป็นการบูสต์ๆๆๆ เอเนอร์จี้ใหม่ๆ ต้อนรับปีใหม่ เพื่อฟื้นฟูร่างกายให้สุขภาพกายดีขึ้น สุขภาพใจดีขึ้น รอบเอวลดลง และแน่นอน จะทำให้เราประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้ด้วย

Dry January เป็นชาเลนจ์ที่เริ่มต้นขึ้นจริงจังในปี 2013 โดยองค์กรการกุศลสัญชาติอังกฤษ Alcohol Change UK ที่มีพันธกิจอยากให้คนตระหนักรู้ถึงอันตรายและความน่ากังวลต่างๆ จากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งปีแรกที่เริ่มก็มีคนเข้าร่วมชาเลนจ์อยู่ที่ 4,000 คน แต่ความสำเร็จของชาเลนจ์นี้ สามารถขยับให้คนทั่วโลกหันมาสนใจการงดเหล้าในช่วงเดือนแรกของปีอย่างกว้างขวาง จนปี 2023 มีผู้เข้าร่วมชาเลนจ์มากกว่า 175,000 คน เลยทีเดียว นั่นหมายความว่า มีคนจำนวนไม่น้อย ที่อยากจะลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางสุขภาพต้อนรับปีใหม่

ด้วยความที่ชาเลนจ์มีระยะเวลาเพียง 31 วัน นั่นแปลว่า จุดประสงค์ของมันไม่ได้กำลังบอกว่า ต้องเลิกเหล้าไปตลอดชีวิต หรือห้ามกินมันเลยหลังจากนี้ เพียงแต่ชาเลนจ์นี้ชวนให้คนตั้งคำถามว่า การกินเหล้าเยอะเกินความจำเป็นในช่วงที่ผ่านมา มันส่งผลเสียอะไรต่อสุขภาพบ้าง เพราะเมื่อครบ 31 วัน คุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่งที่เกิดขึ้น และอาจทำให้เรากลับมาทบทวนพฤติกรรมการกินเหล้าของตัวเองว่าหลังจากมกราคมแล้ว เราจะกินมันแบบไหน จะกินน้อยลง จะไม่กินเลย หรือยังจะกินในปริมาณมากๆ อยู่

ตามการศึกษาของมหาวิทยาลัย Sussex พบว่า 71% ของผู้เข้าร่วม Dry January กล่าวว่าพวกเขานอนหลับได้ดีขึ้น 67% รู้มีเอเนอร์จี้มากขึ้น 58% ลดน้ำหนักได้สำเร็จ และ 54% รายงานว่าผิวพรรณดีขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยของนักวิจัยในเนเธอร์แลนด์ที่พบว่าการงดแอลกอฮอล์ 1 เดือน จะทำให้เอนไซม์ในตับของเราลดลง เพราะถ้าค่าตับสูงย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพไม่น้อย

หรือหากเจาะไปที่สุขภาพของผู้หญิงโดยเฉพาะ Katie Garry ผู้เป็น CEO และผู้ก่อตั้ง Seek บริษัทที่ให้บริการติตตามสุขภาพผู้หญิงที่เกี่ยวเนื่องกับการบริโภคแอลกอฮอล์ พบว่าผู้หญิงที่ลองทำชาเลนจ์นี้ จะดื่มแอลกอฮอล์น้อยลงตลอดทั้งปี เธอกล่าวว่า “ข้อดีจาก Dry January มันสามารถเห็นผลตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 แล้วค่ะ หรือประมาณวันที่ 8 หรือวันที่ 9” เพราะ “ผู้หญิงจำนวนมากจะเริ่มรู้สึกท้องอืดลดลง และสังเกตว่าผิวของพวกเธอชุ่มชื้นมากขึ้น” และเมื่อทำต่อเนื่องถึงสัปดาห์ที่ 3 เธอย้ำว่า ประมาณวันที่ 21 คือตอนที่เราได้เห็นประโยชน์ทางสุขภาพมากขึ้นไปอีก เพราะจะช่วยลดการอักเสบของสมอง และระดับความเครียด ความวิตกกังวล ก็จะมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นด้วย การทำงานของตับดีขึ้น และการสะสมคราบบพลัคบริเวณหลอดเลือดแดงก็จะลดลงด้วยเช่นกัน

นักแสดงชื่อดังที่เพิ่งออกมาบอกว่าตัวเองร่วมชาเลนจ์ Dry January นั่นก็คือพ่อหนุ่มสไปเดอร์แมน Tom Holland ที่เขาได้ลองทำชาเลนจ์ในปี 2022 ซึ่งมันทำให้เขาพบว่าตอนงดเหล้า กลายเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสุดๆ นั่นทำให้เขาได้ทบทวนตัวเองไปด้วยว่า ทำไมเขาถึงรู้สึกว่ามันต้องดิ้นรนขนาดนี้ ที่อาจเป็นสัญญาณของการเริ่มจะติดแอลกอฮอล์ ฮอลแลนด์จึงตัดสินใจเดินหน้าที่จะงดเหล้าต่อไป จนท้ายที่สุด เขาก็ค่อยๆ เริ่มรู้สึกดีขึ้น และเมื่อเขาทำสำเร็จ เขาก็เลยคิดว่า “ผมคงไม่ดื่มอีกแล้วครับ เพราะนี่คือเวอร์ชันที่ดีที่สุดของผมแล้ว”

ดังนั้นแล้ว Dry January จึงเป็นอีกชาเลนจ์ที่ทำแล้วไม่เสียหาย และไม่กดดันมากไป เพราะระยะเวลาของมันก็ไม่ได้นานจนเกินไป แต่สิ่งที่ได้กลับมา คือเหมือนมันกำลังชวนเราทบทวนความสัมพันธ์ของเรากับเหล้า ว่าถ้าขาดมันไปจะอยู่ได้ไหม? มันสำคัญกับชีวิตเราแค่ไหน? เราดื่มมันเพื่ออะไรกันแน่? ซึ่งในช่วงเวลา 31 วัน เราจะค่อยๆ ตอบคำถามเหล่านี้ได้ และนำไปสู่การคิดต่อว่า ในเดือนต่อๆ ไป เราจะ ‘เลือก’ ชีวิตแบบใด หรือมีการปรับเปลี่ยนนิสัยการดื่มในรูปแบบไหนให้เฮลตี้ต่อตัวเองมากที่สุดนั่นเอง

อ้างอิง:

https://www.npr.org/2024/12/26/g-s1-36783/give-up-alcohol-dry-january-october-sober-curious

https://www.abc27.com/news/healthy-living-dry-january-growing-in-popularity/

https://www.vogue.com/article/dry-january-tips

https://www.today.com/health/dry-january-what-it-what-are-benefits-women-t146331

https://alcoholchange.org.uk/help-and-support/managing-your-drinking/dry-january/about-dry-january/the-dry-january-story

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...