โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รายงานพิเศษ : PKN อนาคตสดใสความต้องการพุ่ง แรงซื้อสินค้า “เพื่อสะสม-ลิมิเต็ด-ลิขสิทธิ์”

Share2Trade

อัพเดต 07 พ.ย. 2567 เวลา 07.43 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2567 เวลา 07.43 น. • Share2Trade

กระแสที่มาแรงในการสะสมสินค้าลิขสิทธิ์ สินค้าลิมิเต็ดและสินค้าพรีเมี่ยมทั่วโลกที่เติบโตเฉลี่ย 4.2% หนุนยอดขายของ บมจ.พีเคเอ็น อินเตอร์โฮลดิ้ง (PKN) ได้รับลิขสิทธิ์ทั้งจากตัวการ์ตูน คาแรคเตอร์จากภาพยนตร์หรือแอนิเมชั่นที่เป็นที่นิยมมากกว่า 100 คาแรคเตอร์

รายงานพิเศษ PKN copy.jpg

ธุรกิจลิขสิทธิ์ Licensing คือ การที่เจ้าของธุรกิจให้ใบอนุญาตให้อีกกิจการหนึ่ง สามารถใช้เครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ และสิทธิ์ทางการตลาดอื่นๆ ของตน โดยได้ค่าตอบแทนจากสัญญาสัมปทานตามที่ได้ตกลงกัน ปัจจุบันสินค้าลิขสิทธิ์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทุกหน่วยให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาละเมิดสินค้าลิขสิทธิ์

ส่วนภาพรวมธุรกิจลิขสิทธิ์ทั่วโลกจากบทวิเคราะห์ Global and Thailand Brand Licensing Market Research 2023 (Arsta Research) พบว่า ธุรกิจลิขสิทธิ์มีมูลค่าตลาด 290.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราวๆ 10.3 ล้านล้านบาท ในปี 2565 ที่ผ่านมา และคาดว่าอุตสาหกรรมลิขสิทธิ์จะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 4.2% ต่อปี นับตั้งแต่ปี 2566 -2572 คิดเป็นอัตราการเติบโตต่อปีทบต้น (CAGR) ตั้งแต่ปี 2561-2572F เท่ากับ 3.6% โดยยอดขายปลีกทั่วโลกของสินค้าลิขสิทธิ์จะมีมูลค่าสูงถึง 389.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2572

สินค้าลิขสิทธิ์ที่เติบโตได้ดี ส่วนหนึ่งได้รับผลดีจากกระแสความนิยม “ธุรกิจของเล่น” สะท้อนจากมุมมองของ “อรมน ทรัพย์ทวีธรรม” อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่ระบุว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ติดตามแนวโน้มการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ เพื่อวิเคราะห์ทิศทางการเติบโตของธุรกิจในประเทศ

ประกอบกับนำข้อมูลการนำส่งงบการเงินประจำปี 2566 (ข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2567) มาวิเคราะห์พบว่า ธุรกิจติดเทรนด์ที่มีการจัดตั้งเพิ่มขึ้นและยังทำรายได้ดีติดอันดับ ได้แก่ ผลิตแบตเตอรี่/มอเตอร์และอุปกรณ์ยานยนต์ไฟฟ้า ท่องเที่ยว เครื่องใช้ไฟฟ้า สัตว์เลี้ยง จัดอีเวนต์ e-Commerce เครื่องสำอาง สุขภาพ ของเล่น และความเชื่อและศรัทธา ธุรกิจทั้งหมดสามารถทำรายได้เพิ่มขึ้นจากปี 2565 โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวเติบโตขึ้น 36.32% และความเชื่อและศรัทธา เติบโตขึ้น 52.92%

แต่ธุรกิจที่น่าสนใจได้แก่ ธุรกิจที่อยู่ในอันดับที่ 9 ได้แก่ “ธุรกิจของเล่น” ซึ่งปี 2566 มีการจัดตั้ง 120 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2565 จำนวน 49 ราย คิดเป็น 69.01% โดยปี 2566 สร้างรายได้ 0.02 ล้านลบ. เพิ่มขึ้นจากปี 2565 จำนวน 300 ลบ. คิดเป็น 1.57%

โดย Art Toy เป็นส่วนสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับธุรกิจนี้ และเป็นสินค้าที่มีกระแสนิยมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ อาทิ ผลิตตุ๊กตา เกมและของเล่นอื่นๆ ทั้งขายส่งและขายปลีก และจังหวัดที่สร้างรายได้สูงสุด คือ กรุงเทพมหานคร 9,000 ลบ. สมุทรปราการ 3,000 ลบ. และสมุทรสาคร 1,600 ลบ.

ทั้งนี้ไทยมีมูลค่าการนำเข้าอาร์ตทอยในปี 2566 อยู่ที่ 128.26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (4.72 พันล้านบาท) เติบโต 11.79% จากปี 2565 โดยนำเข้าจากจีน ญี่ปุ่น และเวียดนามเป็นหลัก ขณะเดียวกัน ไทยส่งออกอาร์ตทอยมูลค่า 251.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ (9.24 พันล้านบาท)ไปยังสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร ป๊อปมาร์ท มองว่าไทยมีศักยภาพเติบโตสูงในอาร์ตทอย จากจำนวนผู้ซื้อที่เพิ่มขึ้นและพฤติกรรมการซื้อแบบสะสมครบเซ็ต ซึ่งต่างจากประเทศอื่นที่ซื้อเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น เพราะอาร์ตทอยไม่ใช่แค่ของเล่น แต่เป็นงานศิลปะที่สะท้อนรสนิยมและความหลงใหลของผู้สะสม ดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร ดึงดูดใจคนรุ่นใหม่ กลายเป็นของสะสมที่มีมูลค่าและความหมาย

ตลาดสินค้าลิขสิทธิ์ สินค้าเพื่อการสะสม สินค้าลิมิเต็ดและสินค้าพรีเมี่ยม จึงมีโอกาสในการเติบโตได้อีกมาก ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการเข้าระดมในตลาดหลักทรัพย์ของ บมจ.พีเคเอ็น อินเตอร์โฮลดิ้ง (PKN) ที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์ สินค้าเพื่อการสะสม สินค้าลิมิเต็ด สินค้าพรีเมี่ยม และสินค้าลิขสิทธิ์

โดยนางดาริน กาญจนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออพท์เอเชีย แคปิตอล จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดเผยว่า ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 25,400,000 หุ้น คิดเป็น 25.30% ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดหลัง IPO มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท และมีแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในปีนี้

ขณะที่นายนพพล มิลินทางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PKN ระบุว่า บริษัทฯ มีวัตถุประสงค์การใช้เงินจากการระดมทุน เพื่อนำไปเป็นเงินลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องและมีศักยภาพในอนาคต เช่น การเข้าซื้อกิจการ(M&A) และเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

ที่ผ่านมา PKN ได้รับลิขสิทธิ์ทั้งจากตัวการ์ตูน คาแรคเตอร์จากภาพยนตร์หรือแอนิเมชั่นที่เป็นที่นิยมมากกว่า 100 คาแรคเตอร์ จากผู้ให้ลิขสิทธิ์ชั้นนำจากทั้งฝั่งสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น เช่น (1) Universal Studio Licensing เจ้าของลิขสิทธิ์คาแรคเตอร์ Minion และ Felix the cat และลิขสิทธิ์จากภาพยนตร์เรื่อง Fast and Furious และ Puss in Boots 2 เป็นต้น (2) Dream Express ตัวแทนในการดูแลลิขสิทธิ์ของคาแรคเตอร์จากแอนิเมชั่นชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่นอย่าง Gundam, One Piece, Demon Slayer Kimetsu No Yaiba, Ultraman, Masked Rider และ Detective Conan เป็นต้น และ (3) The Walt Disney เจ้าของลิขสิทธิ์คาแรคเตอร์จากภาพยนตร์ Avengers, Spider-Man และ Marvel เป็นต้น รวมถึงมีคาแรคเตอร์จากศิลปิน (Creator) ชาวไทย

ปัจจุบัน บริษัทฯ ผลิตสินค้าลิขสิทธิ์มานานกว่า 6 ปี ทั้งสำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจที่นำไปจัดจำหน่ายต่อหรือเป็นสินค้าส่งเสริมการขาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ในหลายอุตสาหกรรมที่มีความสัมพันธ์ที่ดีและมีการเติบโตของยอดขายอย่างต่อเนื่อง และสำหรับลูกค้าผู้บริโภคภายใต้เครื่องหมายการค้า IGNITE ที่พัฒนาและจำหน่ายภายใต้บริษัทเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...