โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

4 เบื้องหลังนโยบาย “จักรพรรดิหย่งเล่อ” ส่ง “เจิ้งเหอ” นำกองเรือมหาสมบัติออกท่องโลก

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 22 ม.ค. 2568 เวลา 03.18 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. 2568 เวลา 09.36 น.

ในสมัย จักรพรรดิหย่งเล่อ(Yongle, ค.ศ. 1402-1424) แห่งราชวงศ์หมิง เป็นช่วงเวลาที่จีนเปลี่ยนนโยบายต่างประเทศขนานใหญ่ จากเป็นมหาอำนาจทางบกมาหลายศตวรรษ อยู่ ๆ ก็มุ่งสู่การเป็นมหาอำนาจทางทะเลแบบเต็มตัว

ราชสำนักหมิงส่งเสริมการสร้างเรือเดินสมุทรขนาดมหึมาร่วมร้อยลำ รวมถึงเรือรบและเรือขนาดต่าง ๆ อีกหลายพันลำ จากนั้นส่งมหานาวีภายใต้การนำของขันทีมุสลิมนาม“เจิ้งเหอ” ไปแผ่อานุภาพในน่านน้ำทั่วโลก

อะไรคือที่มาของการสร้างนาวิกานุภาพครั้งมโหฬารนี้? ทั้งที่ตลอดหลายพันปีในประวัติศาสตร์ จีนปิดประเทศมาโดยตลอด

เรื่องนี้ ผศ. ดร. สืบแสง พรหมบุญ เล่าไว้ในหนังสือ เจิ้งเหอ ซำปอกงและอุษาคเนย์(มติชน : 2549) ระบุว่า เบื้องหลังนโยบายกองเรือมหาสมบัติของจีนโคจรรอบตัวหย่งเล่อ ผู้ดำริสร้างนโยบายดังกล่าว โดยแบ่งออกเป็น 4 สาเหตุ ได้แก่

1. ส่งเสริมการค้าทางทะเล

จักรพรรดิหย่งเล่อไม่เห็นด้วยกับพระราโชบายของพระราชบิดา คือ จักรพรรดิหงอู่ปฐมจักรพรรดิราชวงศ์หมิง เรื่องการห้ามติดต่อค้าขายหรือเดินทางทางทะเล พระองค์ต้องการควบคุมการค้าภายใต้ระบบบรรณาการ (จิ้มก้อง) และการค้าผูกขาดโดยรัฐ

การคุมเข้มเรื่องการค้าในสมัยอดีตจักรพรรดิ ยังบีบให้พ่อค้าชาวจีนบริเวณชายฝั่งที่ร่ำรวยจากการค้าต้องอพยพครอบครัวและทรัพย์สินไปตั้งรกรากในต่างแดน ซึ่งเป็นผลเสียต่อจีนเอง การที่หย่งเล่อมอบชื่อให้กลุ่มเรือธงของเจิ้งเหอว่า “เป่าฉวน” (Bao Chuan) ซึ่งแปลว่าเรือมหาสมบัติก็เผยให้เห็นแล้วว่า นโยบายดังกล่าวมีเรื่องการค้าหรือการสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยแอบแฝงอยู่

2. เปิดเส้นทางใหม่แทนที่เส้นทางสายไหม

เส้นทางการติดต่อทางบกระหว่างจีนกับเอเชียกลางทางตะวันตก หรือ“เส้นทางสายไหม” ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่สำคัญของจีนกับโลกตะวันตก ถือเป็นเส้นทางหลักที่จีนติดต่อกับโลกภายนอก ได้ถูกปิดกั้นอย่างสิ้นเชิงโดยอาณาจักรของชาวมองโกล นำโดย จักรพรรดิติมูร์(Timur) หรือทาเมอร์เลน (Tamerlane, ค.ศ. 1336-1405) ผู้สืบเชื้อสายเจงกิสข่าน

อาณาจักรของติมูร์ปกครองทั่วตอนเหนือของอินเดีย เปอร์เซีย ซีเรีย มีเมืองหลวงอยู่ที่ซาร์มาร์คาน ในเอเชียกลาง เมื่อพวกเขาเป็นปฏิปักษ์กับราชวงศ์หมิงอย่างเปิดเผย จีนจึงเหลือช่องทางติดต่อโลกภายนอกเพียงด้านทิศตะวันออก หรือออกทะเลสถานเดียว

การสร้างกองทัพเรือที่เข้มแข็งใหญ่โต จึงเป็นทางเลือกอันสมเหตุสมผลที่จะช่วยให้จีนสามารถรักษาความสัมพันธ์กับนานาประเทศ ดำรงเกียรติและศักดิ์ศรีของการเป็นศูนย์กลางโลก และประโยชน์ทางการค้าในระบบบรรณาการภายใต้การควบคุมของรัฐบาล

3. ไล่ล่าพระนัดดา ศัตรูทางการเมือง

หย่งเล่อ หรือนามก่อนเถลิงราชย์คือ เจ้าชายจูตี้ (Zhu Di) เป็นผู้ครองแคว้นเยี่ยนจิง (บริเวณโดยรอบกรุงปักกิ่ง) มาก่อน เมื่อเป็นโอรสลำดับที่ 4 ในพระเจ้าหงอู่ ตามหลักแล้วราชบัลลังก์จึงไม่น่าตกทอดมาสู่พระองค์ แต่จูตี้สามารถชิงราชสมบัติมาได้ โดยการทำสงครามกลางเมืองกับเครือญาติ คือ จักรพรรดิเจี้ยนเหวิน(ค.ศ. 1399-1402) ผู้มีศักดิ์เป็นพระนัดดา (หลาน)

แม้เจ้าชายจูตี้จะคว้าชัย แต่ไม่สามารถจับกุมจักรพรรดิเจี้ยนเหวินได้ มีข่าวลือหนาหูว่า พระองค์เสด็จหนีไปอยู่ในดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะนครหลวงหนานจิงอยู่ใกล้ทะเล

เป็นที่มาของนโยบายสร้างทัพเรือ เพื่อตามล่าพระนัดดา หรืออาจเป็นเหตุผลเพื่อกลบเกลื่อนกิจกรรมทางการค้าของกองเรือก็ได้

4. แผ่อำนาจและสร้างยุคสันติภาพแห่งราชวงศ์หมิง

หย่งเล่อทรงเชี่ยวชาญการทำสงคราม และชื่นชอบระบบอำนาจนิยม พระองค์ประสงค์การยอมรับว่าเป็นฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ในทุก ๆ ด้าน ทัดเทียมกับจักรพรรดิสมัยราชวงศ์ถังหรือราชวงศ์ซ่ง ซึ่งเป็นยุคทองของประวัติศาสตร์จีน เป็นที่มาของการส่งคณะทูตพร้อมแผ่อำนาจให้นานาประเทศโดยรอบยอมรับในความยิ่งใหญ่ของจีน

นโยบายแผ่แสนยานุภาพของหย่งเล่อ มีอยู่ 4 แนวทาง ดังนี้

1) ส่งกองทัพขนาดใหญ่ไปทำสงครามยืดเยื้อกับชาวมองโกลทั้งทางเหนือและตะวันตกเป็นประจำเกือบทุกปี แต่ไม่ประสบความสำเร็จนัก

2) รุกรานและยึดครองยูนนาน และดินแดนของชนเผ่าไตทางใต้

3) รุกรานอาณาจักรอันนัม หรือไดเวียด (เวียดนาม)

4) ส่งกองเรือมหาสมบัติออกท่องทะเลทั้ง 4 ได้แก่ ทะเลจีนใต้ มหาสมุทรอินเดีย ทะเลแดง และทะเลอาหรับ เพื่อเยือนดินแดนโดยรอบทะเลทั้ง 4 ให้ยอมรับความสัมพันธ์ในระบบบรรณาการ

อีกนัยหนึ่ง กองเรือมหาสมบัติคือการสร้างความชอบธรรมในการครองราชย์ของจักรพรรดิหย่งเล่อ และทำให้นานาชาติยอมรับในอำนาจอันยิ่งใหญ่ของราชวงศ์หมิง เพื่อสร้างยุคแห่งสันติสุขระหว่างประเทศ (The Pax Ming) ขึ้นนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

สืบแสง พรหมบุญ ; รศ. ดร. (2549). เจิ้งเหอ ซำปอกงและอุษาคเนย์.กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 21 มกราคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 4 เบื้องหลังนโยบาย “จักรพรรดิหย่งเล่อ” ส่ง “เจิ้งเหอ” นำกองเรือมหาสมบัติออกท่องโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...