โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สรุปปม ‘ว้าแดง’ ล้ำแดน ทหารไทยยื่นคำขาดถอนกำลัง ปัญหาเส้นเขตแดนไม่รู้จบ

TODAY

อัพเดต 29 พ.ย. 2567 เวลา 10.12 น. • เผยแพร่ 29 พ.ย. 2567 เวลา 03.10 น. • workpointTODAY

พื้นที่ชายแดนไทยมีสัญญาณตึงเครียดอีกรอบ จากคำสั่งของทหารไทยให้กองกำลัง ‘ว้าแดง’ ถอนกำลังออกจากพื้นที่ โดยชี้ว่าเป็นการตั้งกองกำลังล้ำดินแดนไทย

นี่เป็นเรื่องใหญ่ที่ทุกคนกำลังจับตาท่าทีและการแก้ปัญหาจากทุกฝ่าย ซึ่งถ้าย้อนความจริงๆ แล้ว นี่คือปัญหาสะสมที่ยังแก้ไม่ตกมาหลายสิบปี วันนี้ทูเดย์จะสรุปให้ฟังในรวดเดียว

เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ที่ผ่านมา มีรายงานพื้นที่ชายแดนบริเวณดอยหนองหลวงและดอยหัวม้า อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอนตึงเครียด เนื่องจากพบทหารกองทัพสหรัฐว้า (UWSA) เสริมกำลังเข้าเพิ่มเติมในพื้นที่

รายงานระบุว่า ฝ่ายไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ขอให้ว้าแดงถอนกำลังที่รุกล้ำเข้ามาในเขตไทย ระหว่างพบกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงว้าแดง ตั้งแต่วันที่ 18-19 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยขีดเส้นภายใน 30 วัน ซึ่งจะตรงกับวันที่ 18 ธ.ค. นี้

สถานการณ์เริ่มตึงเครียด เพราะมีรายงานจากพื้นที่ว่า กองกำลังว้าแดงได้สั่งให้รวบรวมพิกัดที่ตั้งของฝ่ายไทย พร้อมรายงานให้กองบัญชาการกองทัพว้าโดยด่วน เช่นเดียวกับฝ่ายไทย ที่มีรายงานว่า กองพันปืนใหญ่ ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 สำรวจจุดวางปืนใหญ่สนาม เพื่อเตรียมสนับสนุนทหารราบ หากมีการเข้ายึดฐานที่มั่นของว้าแดงในเขตไทย

โฆษกกองทัพสหรัฐว้า ยืนยันในเวลาต่อมาว่า กองทัพไทยได้ออกคำสั่งให้ว้าแดงถอนทหารจริง แต่เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ต้องพูดคุยกันระหว่างผู้นำไทยและเมียนมา ขณะเดียวกันยังชี้ว่า ตามข้อมูลที่ทราบ ทหารไทยได้เสริมกำลังของตัวเอง ส่วนฝ่ายว้าแดงยังดำเนินการทุกอย่างตามปกติ

วันที่ 26 พ.ย. 2567 โฆษกกองทัพภาคที่ 3 ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่าสถานการณ์ชายแดน จ.เชียงใหม่ และ จ.แม่ฮ่องสอน อยู่ในภาวะปกติ สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัย รวมทั้งความสัมพันธ์ตามแนวชายแดนยังคงอยู่ในระดับที่ดีต่อกัน กองทัพภาคที่ 3 พร้อมที่จะปกป้องอธิปไตยของชาติ และพี่น้องชาวไทยอย่างดีที่สุด

ความน่าสนใจคือ กองทัพภาคที่ 3 ยืนยันใช้ความร่วมมือทุกระดับ ตั้งแต่คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น ส่วนภูมิภาค และระดับสูง โดยย้ำแก้ปัญหาจะเริ่มจากเบาไปหาหนัก โดยการพูดคุยกับทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งร่วมกันให้ปัญหายุติโดยเร็ว โดย กองทัพภาคที่ 3 มีความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยในทุกพื้นที่

กองทัพภาคที่ 3 เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการตามขั้นตอนในข้อ 2 ทุกระดับแล้ว ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการเจรจาระหว่างรัฐต่อรัฐ พร้อมให้ข้อมูลว่า บริเวณดังกล่าวยังไม่มีการสำรวจและปักปันเขตแดน

แม้จะเป็นความกังวลที่น่าห่วง เพราะอาจเป็นเรื่องรุกล้ำดินแดนไทย แต่เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2566 กองทัพสหรัฐว้าปฏิเสธคำขอของฝ่ายไทยที่จะถอนกำลังออกจากพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา โดยฝ่ายว้ายืนยันว่า พื้นที่ตั้งกองกำลังว้าอยู่ในเขตของเมียนมา และฝ่ายไทยไม่มีสิทธิกดดันในเรื่องนี้

ถ้าดูจากท่าทีในอดีต จะเห็นได้ว่า การสั่งถอนกองกำลังว้าออกจากพื้นที่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฝ่ายว้าเคยปฏิเสธมาแล้ว ขณะเดียวกันพื้นที่ตรงนี้ก็เป็นปัญหาสะสมมาตลอด ยิ่งทำให้เรื่องนี้ซับซ้อนมากขึ้น

ต้องอธิบายว่า ปัจจุบันว้ามีเขตปกครองอยู่ 2 พื้นที่หลักๆ คือ ‘เขตว้าเหนือ’ ซึ่งมีชายแดนติดกับจีน และ ‘เขตว้าใต้’ ซึ่งมีชายแดนติดกับไทย ตั้งแต่ จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ และ จ.แม่ฮ่องสอน

โดย ‘เขตว้าใต้’ ที่ติดกับไทย เดิมทีเป็นพื้นที่อิทธิพลของ ‘ขุนส่า’ ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นราชายาเสพติดรายใหญ่ จนกระทั่งในปี 2539 ขุนส่าประกาศวางมือ พื้นที่ดังกล่าวจึงตกมาอยู่ในการควบคุมของว้า

ที่ผ่านมา ว้ามีรายได้หลักจากการผลิตยาเสพติด โดยมีข้อมูลฐานการผลิตยาเสพติดอย่างเป็นระบบทั้งในเขตว้าเหนือและว้าใต้ นอกจากนี้ ว้ายังมีกองกำลังที่เรียกกันว่า ‘กองทัพสหรัฐว้า’ ที่เข้มแข็ง และมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลจีน จนทำให้ว้ากลายเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีบทบาทที่สุดในเมียนมา ที่แม้แต่รัฐบาลทหารเมียนมาก็แสดงท่าทีเกรงใจอยู่หลายครั้ง

ความเข้มแข็งของว้า และการมีฐานที่มั่นติดชายแดนไทย ทำให้มีรายงานการเผชิญหน้าระหว่างทหารไทยกับว้ามาตลอด เช่นในปี 2543 ทหารไทยกับกองกำลังว้าได้ปะทะกันบริเวณชายแดนไทยที่ จ.เชียงใหม่

ในปี 2559 ทางการไทยเคยร้องขอให้รัฐบาลเมียนมาเข้าช่วยโน้มน้าวให้กองทัพสหรัฐว้าถอนกำลังจากดินแดนของไทย แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า ความพยายามของฝ่ายไทยล่าสุด โดยเฉพาะการหารือผ่านคณะกรรมการชายแดน ตามการเปิดเผยของกองทัพภาคที่ 3 จะมีส่วนช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้แค่ไหน เพราะอิทธิพลของว้าในพื้นที่ดูเป็นอิสระเหนือรัฐบาลทหารเมียนมา จนมีการตั้งข้อสังเกตว่า การเจรจาโดยตรงกับว้าหรือการขอความช่วยเหลือไปยังจีน ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของว้า อาจมีความเป็นไปได้มากกว่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...