โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“Guinness” กินเนนส์ ตำนานราชาเบียร์ดำและต้นกำเนิด "Guinness world records" บันทึกสถิติโลก

Thairath Money

อัพเดต 19 ม.ค. 2568 เวลา 03.51 น. • เผยแพร่ 19 ม.ค. 2568 เวลา 03.32 น.
ภาพไฮไลต์

กลายเป็นไวรัลทั่วโลกอีกครั้ง เมื่อ“Guinness” แบรนด์ผู้ผลิตเบียร์ดำระดับโลกปล่อยภาพโปรโมทแคมเปญแรกหลังได้รับสิทธิ์เป็น Global Partner ของการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกร่วมกับ"ลิซ่า" ศิลปินระดับโลกจากวง BLACKPINK ที่ได้รับเกียรติให้เป็นผู้โยนเหรียญเลือกแดนในเกมลอนดอนดาร์บี้ระหว่างอาร์เซนอลและท็อตแนม ฮอตสเปอร์ส เมื่อคืนวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา

เหตุการณ์ครั้งนี้แม้จะเป็นพิธีการสั้นๆ เพียง 2 นาที แต่นับเป็นมิติใหม่ของ ‘วงการฟุตบอล’ และ ‘วงการเพลง’ เนื่องจากตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาผู้ที่ได้รับเกียรติให้ร่วมพิธีโยนเหรียญมักจะเป็นคนในแวดวงกีฬาเท่านั้น

การปรากฏตัวของลิซ่าจึงเป็นครั้งแรกที่ศิลปินจากวงการบันเทิงได้รับเกียรตินี้สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลระดับโลกของเธอได้เป็นอย่างดีและที่สำคัญยังช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness)ให้กับแบรนด์ Guinness ได้อย่างมหาศาลอีกด้วย

Thairath Money คอลัมน์ BrandStory ครั้งนี้พาย้อนตำนาน “Guinness” ราชาเบียร์ดำมรดกแห่งวงการเบียร์โลกกับคำถามที่ชวนสงสัยว่าเบียร์ดำรายนี้เกี่ยวข้องอะไรกับ "Guinness World Records" อันเดียวกันไหมและเกี่ยวอะไรกับผู้บันทึกสถิติโลก ตลอดจนก้าวใหม่ในวงการกีฬาที่จะช่วยยกระดับเบียร์ดำอายุ 266 ปีรายนี้ให้แมสไปทั่วโลก

จากโรงต้มเบียร์ 9,000 ปีสู่โรงเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

“Guinness” คือแบรนด์เบียร์ดำหรือ "เบียร์สเตาต์" (Stout) จากประเทศไอร์แลนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโกลบอลในฐานะผู้ผลิตเบียร์ดำรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลก โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของรสชาติและสีเข้มเฉพาะตัว แม้จะยังไม่เป็นที่แพร่หลายในประเทศไทย แต่แบรนด์นี้ได้รับการยอมรับในระดับตำนานของวงการเบียร์โลก

Guinness ก่อตั้งขึ้นในปี 1759 หรือเมื่อ 266 ปีที่แล้ว โดยอาเธอร์ กวินเนสส์ (Arthur Guinness) ปรมาจารย์ด้านการต้มเบียร์ผู้บุกเบิกแบรนด์ Guinness ที่ได้รับการถ่ายทอดทั้งวิชาและมรดกธุรกิจจากพ่อของเขาที่คอยดูแลที่ดินของเจ้านายซึ่งสร้างเป็นโรงงานผลิตเบียร์ในขณะนั้น

อาเธอร์ กวินเนสส์ในวัย 34 ปี ก่อตั้งโรงเบียร์เล็กๆ ของตนเองโดยเซ็นสัญญาเช่าโรงเบียร์ St. James's Gate ในเมืองดับลิน ซึ่งเป็นโรงเบียร์ในตำนานที่มีอายุมากกว่า 9,000 ปีและมุ่งผลิตเบียร์สเตาต์สไตล์ไอริชในชื่อ “Guinness Draught” ไม่นาน Guinness ก้าวสู่ตลาดโลกครั้งแรกในช่วงทศวรรษปี 1770 โดยเขาเริ่มผลิตเบียร์อังกฤษประเภทใหม่ที่เรียกว่า“พอร์เตอร์” (Porter) ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากและได้กลายเป็นเบียร์ดำสูตรต้นตำรับที่โด่งดังจนถึงตอนนี้

เกร็ดความรู้: แบรนด์เลือกใช้ “ฮาร์ป Brian Boru” ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีที่เก่าแก่ที่สุดในไอร์แลนด์ที่มีตำนานมาตั้งแต่ยุคกลางมาเป็นสัญลักษณ์บนโลโก้เพื่อสะท้อนถึงสัญลักษณ์ความเป็นไอริช โดยฮาร์ปของ Guinness เป็นสัญลักษณ์ประจำตระกูลของไอร์แลนด์มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13

ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ที่เบียร์สดหรือ Draught beer เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นแทนเบียร์บรรจุขวด ทำให้ Guinness ปรับปรุงการผลิตและมุ่งแข่งขันในตลาดเบียร์สดยิ่งขึ้น

โดยการขับเคลื่อนของ ไมเคิล แอช (Michael Ash) นักคณิตศาสตร์ที่ผันตัวมาเป็นผู้ผลิตเบียร์ เป็นคนที่ทำให้กระแสของเบียร์สดของ Guinness กลายเป็นจริง โดยริเริ่มแนวคิดในการใช้ไนโตรเจนเพื่อแปรรูปเบียร์ ซึ่งช่วยปูทางไปสู่เบียร์สด Guinness ขนาด 1 ไพน์ที่เรารู้จักในปัจจุบัน กลายเป็นเบียร์ไนโตรเจนตัวแรกของโลกเปิดตัวในปี 1959 และประสบความสำเร็จในทันที

ปัจจุบัน Guinness อยู่ภายใต้การบริหารของดิอาจิโอ (Diageo) ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่บริหารจัดการแบรนด์แอลกอฮอล์ชื่อดังระดับโลกจำนวนมากที่สุดในโลก

Guinness ได้รับการยอมรับระดับโลกจากสูตรและกระบวนการผลิตที่คงมาตรฐาน กระบวนการผลิตและความพิถีพิถันของ อาเธอร์ กวินเนสส์ ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นและยังคงเป็นแรงบันดาลใจมาจนถึงทุกวันนี้ และที่สำคัญประวัติศาสตร์อันยาวนานและไม่เหมือนใครของ Guinness ยังสะท้อนถึงการพัฒนาในสังคมไอริช รวมถึงการสร้างนวัตกรรมการผลิตเบียร์ใหม่ ๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาวไอริชมายาวนานเกือบสามศตวรรษ

Guinness เกี่ยวอะไรกับ Guinness World Records ผู้บันทึกสถิติโลก

เมื่ออ่านถึงตรงนี้เราหวังว่าจะคลายข้อสงสัยของใครหลายคนได้… Guinness ไม่เพียงแต่โด่งดังในฐานะแบรนด์เบียร์ แต่ยังเป็นผู้ริเริ่ม Guinness World Records ผู้บันทึกสถิติระดับโลกที่คอยบันทึกจัดอันดับเรื่องต่าง ๆ ที่เราคาดไม่ถึงอีกด้วย และนั่นเป็นที่มาของชื่อที่เหมือนกันนั่นเอง

ความเชื่อมโยงระหว่างเบียร์ Guinness และ Guinness World Records เริ่มต้นขึ้นในปี 1954 โดยเซอร์ ฮิวจ์ บีเวอร์ (Sir Hugh Beaver) ซึ่งขณะนั้นเป็นกรรมการผู้จัดการของ Guinness Breweries เกิดการโต้เถียงกับเพื่อนในบทสนทนาเกี่ยวกับนกล่าเหยื่อที่เคลื่อนที่เร็วที่สุดในยุโรป

อย่างไรก็ตามการโต้เถียงไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน เขาจึงได้รับมอบหมายให้เริ่มต้นเขียนหนังสือที่รวบรวมข้อเท็จจริงและบันทึกสถิติต่าง ๆ และเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การตลาดให้กับแบรนด์ จากนั้นก็ได้ตีพิมพ์ Guinness Book of Records เล่มแรกในปี 1955 และกลายเป็นหนังสือที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วและเป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับสถิติโลก ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น Guinness World Records

ในปี 2001 Guinness World Records แยกตัวออกมาเป็นองค์กรอิสระซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของ The Jim Pattison Group กลุ่มทุนสัญชาติแคนาดาและยังคงรักษาบทบาทและกลายเป็นแบรนด์ระดับโลกที่ไม่เพียงแต่ออกหนังสือประจำปี แต่ขายลิขสิทธิ์ให้ทำรายการทีวีและกิจกรรมต่างๆ ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนนับล้านทั่วโลก

Guinness World Records คอยจัดทำเอกสารเพื่อรับรองความสำเร็จ ความสามารถ และข้อเท็จจริงที่ไม่ธรรมดาในหลากหลายสาขาจนถึงปัจจุบัน เช่น นักวิ่งที่เร็วที่สุด คนที่สูงที่สุด ไปจนถึงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เช่น ภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุด และความสำเร็จที่แปลกประหลาด เช่น การรับประทานแฮมเบอร์เกอร์มากที่สุดในหนึ่งนาที

ก้าวใหม่ในพรีเมียร์ลีก เปิดตลาดแมส

การเข้ามาของ Guinness ในฐานะพันธมิตรระดับโลกของพรีเมียร์ลีก เกิดขึ้นหลังจาก Budweiser ตัดสินใจยุติสัญญาสนับสนุน โดย Guinness ได้ลงนามในสัญญามูลค่า 52 ล้านปอนด์ ภายในระยะเวลา 4 ปี เริ่มตั้งแต่เมษายน 2024 ซึ่งครอบคลุมสิทธิประโยชน์ทั้งการโฆษณาผ่านช่องทางสื่อของพรีเมียร์ลีก และสิทธิในการจำหน่ายเครื่องดื่มภายในสนามแข่งขัน

นอกจากจะช่วยเสริมแบรนด์ในตลาดสหราชอาณาจักรซึ่งเป็นตลาดสำคัญแล้ว จะช่วยเปิดโอกาสให้ Guinness เข้าถึงผู้ชมทั่วโลกช่วยยกระดับภาพลักษณ์ความเป็นสากลของแบรนด์ และขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ เนื่องจากพรีเมียร์ลีกเป็นลีกฟุตบอลที่มีผู้ชมสูงสุด ด้วยจำนวนผู้ชมถึง 900 ล้านครัวเรือนใน 189 ประเทศ

ยังน่าสนใจอีกว่า ลิซ่า BLACKPINK ยังเป็นเจ้าของสถิติ “ที่สุด” บน Guinness World Records หลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น ผู้ติดตามสูงสุดบนอินสตาแกรมสำหรับศิลปินเคป็อป, มิวสิควิดีโอโดยศิลปินเดี่ยวเคป็อปที่มียอดวิวสูงสุดภายใน 24 ชั่วโมง, ศิลปินเดี่ยวเคป็อปคนแรกที่ชนะรางวัล MTV Video Music Award และ MTV Europe Music Award เป็นต้น

อิทธิพลจากซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง ลิซ่า ตอกย้ำการวางตำแหน่งแบรนด์ในระดับโลกของแบรนด์ Guinness และยังเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ของทั้งสองวงการ แน่นอนว่าได้ประโยชน์ไปเต็ม ๆ โดยเฉพาะการสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่เด็กลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อ้างอิงข้อมูลจาก GuinnessStorehouse ,Guinness

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “Guinness” กินเนนส์ ตำนานราชาเบียร์ดำและต้นกำเนิด "Guinness world records" บันทึกสถิติโลก

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...