โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Nissan Skyline GT-R R32 EV มอเตอร์คู่ขับสี่ 435 แรงม้า

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 16 ม.ค. 2568 เวลา 13.20 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
Nissan Skyline GT-R R32 EV มอเตอร์คู่ขับสี่ 435 แรงม้า

Nissan Skyline GT-R R32 EV มอเตอร์คู่ขับสี่ 435 แรงม้า

Skyline R32 GT-R EV เป็นโปรเจ็กต์ที่เกิดจากความหลงใหลในรถสปอร์ตยุค 1990 ซึ่งดูผิวเผินแล้วก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากนัก แต่ความขลังของ GT-R ไม่ว่าจะอยู่ในระบบขับเคลื่อนแบบไหนก็สามารถเรียกร้องความสนใจได้เสมอ พนักงานของ Nissan กลุ่มเล็กๆ ลงมือดัดแปลงรถสปอร์ตในตำนานให้กลายเป็นยานยนต์พลังงานสะอาด ภายนอกสี Gun Grey เมทัลลิก เครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียง 2.6 ลิตร เทอร์โบคู่ ถูกยกออกไปแล้วแทนที่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าสองตัว แต่ละตัวให้กำลัง 215 แรงม้า (160 กิโลวัตต์ / 218 PS) แรงบิดของมอเตอร์แต่ละตัวอยู่ที่ 340 นิวตันเมตร ทำให้ GT-R EV รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ มีกำลังรวมประมาณ 429 แรงม้า (320 กิโลวัตต์ / 435 PS) แรงบิด 680 นิวตันเมตร มากกว่าเดิมจนทำให้อัตราเร่งตีนต้นดีขึ้นเห็นๆ

กำลังจากมอเตอร์คู่ 429 แรงม้า มากกว่าเดิมที่เครื่องยนต์ทำไว้แค่ 276 แรงม้า (206 กิโลวัตต์ / 280 PS) แรงบิดจาก 353 นิวตันเมตร พุ่งทะลุเพดานไปที่ 680 นิวตันเมตร แต่ความแรงต้องมาพร้อมกับการควบคุมที่ดี Nissan แจ้งว่าเป้าหมายของ GT-R EV คือ "ไม่ให้มีกำลังและแรงบิดมากเกินไปจนควบคุมได้ไม่ดีเท่ากับของเดิม การปรับแต่งไดนามิกและทอนกำลังให้เหมาะสมกับสมรรถนะของ GT-R ดั้งเดิมซึ่งเป็นรถที่เกิดในปี 1989" อย่าลืมว่า ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 367 กิโลกรัม วิศวกรได้ทำการปรับกำลังและแรงบิดให้เท่ากับอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักที่เท่ากับของเดิมเพื่อคงฟิลลิ่งของ R32 แท้ๆ เอาไว้ นั่นถือว่าทำได้ดีมาก

Nissan ไม่ได้แจ้งในเอกสารว่า R32 GT-R EV วิ่งได้ไกลแค่ไหน แต่เบาะหลังถูกถอดออกเพื่อติดตั้งชุดแบตเตอรี่ความจุ 62 kWh ซึ่งถอดมาจากรถแข่ง Nissan Leaf Nismo ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบมอเตอร์คู่ ตอบสนองได้เร็วกว่าเดิม สามารถกระจายแรงบิดแบบผกผันระหว่างล้อหน้าและล้อหลังได้ดีกว่าระบบกลไกแบบเดิมทำงานเร็วกว่าและเกาะถนนมากกว่า

นอกจากการเปลี่ยนระบบส่งกำลังแล้ว Skyline R32 GT-R EV ยังใช้ระบบกันสะเทือนสปอร์ตของแบรนด์ Nismo โช้คอัพ Öhlins กระบอกทอง สปริงแต่งท่ีแข็งขึ้น ปรับแต่งระบบเบรกใหม่หมด ด้วยระบบเบรกที่แข็งแกร่งกว่าซึ่งยกมาจาก R35 GT-R เนื่องจากจานเบรกและคาลิปเปอร์มีขนาดใหญ่ขึ้น ทีมงานจึงต้องเปลี่ยนล้อขนาด 16 นิ้วเดิมๆ เป็นล้อขนาด 18 นิ้ว ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากช่างของโรงงาน

ทีมงาน Nissan ต้องการให้ห้องโดยสารยังคงสภาพเดิมมากที่สุด แต่เบาะนั่งจากโรงงานก็ถูกเปลี่ยนมาใช้ Recaro ที่ออกแบบพิเศษ มาตรวัด ระบบเสียง ปรับปรุงใหม่ให้มีความทันสมัยมากขึ้น มาตรวัดใช้แบบเดิมแต่มีการดัดแปลงบางจุดที่ทำหน้าที่แจ้งข้อมูลสำคัญของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าให้กับผู้ขับ ในขณะที่รูปแบบของแดชบอร์ดคอนโซล ยังคงรูปลักษณ์เดิมเอาไว้ทั้งหมด นั่นคือโคตรคลาสสิก

Skyline R32 GT-R EV ยังมีฟังก์ชัน paddle shift ที่ตั้งโปรแกรมให้ระบบส่งกำลังไฟฟ้าจำลองแรงกระชากเลียนแบบการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ผ่านแป้นเปลี่ยนเกียร์คล้ายกับ Hyundai Ioniq 5 N ซึ่งเป็น "แรงกระชากสั้นๆที่คนขับสามารถสัมผัสได้เมื่อขับรถสันดาปภายในแล้วเหยียบคลัตช์เปลี่ยนเกียร์ขึ้นหรือลงผ่านกระปุกเกียร์ธรรมดา" นอกจากนั้น ยังมีการจำลองเสียงเครื่องยนต์ที่ขึ้นลงไปตามสปีดความเร็วด้วยลำโพงที่ส่งเสียงของเครื่อง RB26DETT แบบดั้งเดิมดังกึกก้องทั่วทั้งห้องโดยสาร หากไม่ชอบก็สามารถปิดเสียงเครื่องยนต์ได้ด้วยสวิชท์เพียงปุ่มเดียว

ทีมงาน Nissan ได้เลือก R32 เพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถใช้งานได้อีกหลายปี โดยเฉพาะในบางพื้นที่ที่มีการปรับเปลี่ยนกฏหมายจำกัดการใช้งานของรถสันดาปภายในในอนาคตอันใกล้นี้ ดังที่ Ryozo Hiraku หัวหน้าโครงการได้อธิบายว่า "ผมสงสัยว่าอีก 30 ปีข้างหน้า - ในปี 2055 หรือหลังจากนั้น - เจ้าของเครื่องจักรอันน่าทึ่งนี้จะยังซื้อน้ำมันและเพลิดเพลินไปกับการขับขี่มันได้หรือไม่ ผมมองเห็นคุณค่าในการใช้เทคโนโลยีไฟฟ้าและดิจิทัล เพื่อเลียนแบบเสน่ห์ของ R32 GT-R เพื่อให้คนรุ่นต่อๆ ไปสามารถสัมผัสได้อย่างแท้จริง"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...