ส่อง ‘ซันสวีท’ ขายข้าวโพดหวาน มูลค่า 3 พันล้าน
The Bangkok Insight
อัพเดต 15 ธ.ค. 2567 เวลา 01.33 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2567 เวลา 01.28 น. • The Bangkok Insightชวนมารู้จัก "ซันสวีท" หรือ SUN ขายข้าวโพดหวาน และผลิตภัณฑ์แปรรูปสินค้าเกษตรอื่นๆ มูลค่า 3 พันล้าน
รู้ไหมว่าในตลาดหุ้นไทยมีบริษัทในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ที่ขาย “ข้าวโพดหวาน” เป็นหลัก แต่มีมูลหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap.) สูงกว่า 3,000 ล้านบาทเลยทีเดียว บริษัทที่ว่านั่นมีชื่อว่า SUN หรือ บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน)
SUN ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายข้าวโพดหวานแปรรูป และผลิตภัณฑ์แปรรูปสินค้าเกษตรอื่นๆ ภายใต้ตราสินค้า "KC" รวมทั้งยังดำเนินธุรกิจจัดหาและซื้อมาจำหน่ายไปผลิตภัณฑ์อาหาร และผลผลิตทางการเกษตร เช่น หอมหัวใหญ่ แป้งมันสำปะหลัง สับปะรดบรรจุกระป๋อง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันดอกทานตะวัน และซอสมะเขือเทศ เป็นต้น โดยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เมื่อปี 2560
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของบริษัทแบ่งออกเป็น สินค้าบรรจุกระป๋อง สินค้าพร้อมทาน สินค้าแช่แข็ง และสินค้าบรรจุถุงสูญญากาศ โดยเน้นหลักที่การแปรรูปข้าวโพดหวาน แต่ก็มีไลน์สินค้าเสริมอื่นๆ เช่น มันหวาน กล้วย และลำไย เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้ทั้งในประเทศไทย และให้บริการผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายแก่ลูกค้ามากกว่า 50 ประเทศ เช่น ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ไต้หวัน, รัสเซีย, ซาอุดีอาระเบีย, สวิตเซอร์แลนด์, เยอรมนี, เลบานอน, ตุรกี และอิหร่าน เป็นต้น
สำหรับผลประกอบการในงวด 9 เดือนของปี 2567 บริษัทมีรายได้รวม 2,505 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 261 ล้านบาท เติบโต 8.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมาจากการมุ่งเน้นกลยุทธ์“Go West” รุกตลาดอเมริกาและยุโรป ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตด้วยระบบ Automation ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
อีกทั้งได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ Tetra Pak มูลค่าโครงการ 240 ล้านบาท พัฒนานวัตกรรมข้าวโพดหวานบรรจุกล่อง Tetra Recart ตอบโจทย์ตลาดญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ยุโรป และอเมริกา ตั้งเป้าผลักดันรายได้โต 10-15% ในไตรมาส 4/2567
เมื่อแตกสัดส่วนรายได้ออกมาดู จะเห็นว่ารายได้ส่วนใหญ่กว่า 54% มาจากผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานบรรจุกระป๋อง 18% เป็นสินค้าพร้อมทาน 17% เป็นข้าวโพดหวานแช่แข็ง และ 11% เป็นข้าวโพดหวานแบบซอง หากดูตามสัดส่วนรายประเทศ แบ่งเป็นรายได้จากในประเทศไทย 19% และที่เหลืออีก 81% เป็นการส่งออก โดยมีภูมิภาคหลักคือเอเชีย ตามมาด้วยอเมริกา และยุโรป
มุมมองบทวิเคราะห์ บล. เคจีไอ เปิดเผยว่า ซันสวีท ในปี 2568 คาดจะได้เห็นวัฏจักรการเติบโตรอบใหม่ของ SUN ขับเคลื่อนด้วยการถูกปรับประมาณการกำไรที่มาจาก 2 ปัจจัยหนุน ได้แก่
1. การปรับเพิ่มกำลังการผลิตกลุ่มสินค้าพร้อมทาน (RTE) ขึ้นเป็น 2 เท่า
โรงงาน RTE แห่งใหม่ จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตรายได้ปี 2568 กำหนดจะเริ่มดำเนินการในไตรมาส 1/2568 ทำให้จะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตหลักของ SUN ในปีหน้า เพราะกำลังการผลิตกลุ่มสินค้าพร้อมทานจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า สู่ 3 แสนชิ้นต่อวัน จากปัจจุบันที่ 1.5 แสนชิ้นต่อวัน
นอกจากนี้ SUN วางแผนที่จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในปีหน้าอีกด้วย จากที่มี 15 SKUs ในปัจจุบันที่วางขายในร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven จะรวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์กลุ่มสินค้าพร้อมทานต่างๆ ที่มีอายุการเก็บที่ยาวนานขึ้น เพื่อมุ่งเป้าไปที่การขายในต่างประเทศ
2. การเริ่มสายผลิตภัณฑ์ใหม่ผ่านความร่วมมือกับ เต็ดตรา แพ็ค (Tetra Pak)
SUN ได้เข้าเป็นพันธมิตรทางธุรกิจระยะยาว 8 ปีกับ บริษัท เต็ดตราแพ็ค (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทชั้นนำของโลกด้านโซลูชันกระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์ สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม โดยภายใต้ข้อตกลงนี้ทาง "เต็ดตราแพ็ค" จะจัดหาบรรจุภัณฑ์กระดาษและให้ยืมใช้เครื่องจักรสำหรับสายการผลิตใหม่ ด้วยกำลังการผลิตราว 35-40 ล้านชิ้นต่อปี คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในเดือนตุลาคม 2568 จะเป็นตัวหนุนของการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญต่อ SUN
ดังนั้น จึงให้คำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น SUN และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นใหม่ที่ 5.15 บาทต่อหุ้น หลังจากผ่านพ้นช่วง Low Season ของการส่งออกแล้ว พร้อมคาดว่ากำไรสุทธิของ SUN จะเติบโตปานกลางราว 10% เป็น 363 ล้านบาทในปี2568 ก่อนที่จะเร่งโตขึ้น 20% เป็น 435 ล้านบาท ในปี 2569
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- สมาคมการตลาดฯ ระดมกูรู ชี้ช่อง 4 สมการ กลยุทธ์นำพาองค์กรยุคใหม่เติบโตอย่างยั่งยืน
- เผย 7 เทรนด์ท่องเที่ยวปี 2568 เลือกเดินทางกับครอบครัวมาเป็นอันดับหนึ่ง
- 35 ปี 'JLL' ชี้เทรนด์ธุรกิจมาแรงปี 68 ต่างชาติแห่ลงทุน ดาต้าเซ็นเตอร์ โลจิสติกส์อุตสาหกรรม โรงแรม
ติดตามเราได้ที่