โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

EGCO Group โดย มูลนิธิไทยรักษ์ป่า ชวนมาสัมผัสป่าต้นน้ำและสัตว์ป่าบนดอยอินทนนท์

The Bangkok Insight

อัพเดต 31 ม.ค. 2568 เวลา 11.02 น. • เผยแพร่ 31 ม.ค. 2568 เวลา 10.52 น. • The Bangkok Insight

EGCO Group โดย มูลนิธิไทยรักษ์ป่า ชวนมาสัมผัสป่าต้นน้ำและสัตว์ป่าบนดอยอินทนนท์ ในนิทรรศการภาพถ่าย “ลมหายใจในป่าเมฆ ดอยอินทนนท์” ณ หอศิลปกรุงเทพฯ 4 - 16 ก.พ. 68

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group โดย มูลนิธิไทยรักษ์ป่า ชวนคนกรุงไปสัมผัสธรรมชาติของป่าต้นน้ำ สัตว์ป่าและสิ่งมีชีวิตในป่าเมฆ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ ในนิทรรศการภาพถ่าย “ลมหายใจในป่าเมฆ ดอยอินทนนท์” ซึ่งจัดแสดงภาพถ่ายไฮไลท์จากหนังสือภาพถ่ายกว่า 50 ภาพ โดยร่วมกับช่างภาพผู้เชี่ยวชาญการบันทึกภาพสัตว์ป่าและธรรมชาติ

ได้แก่ คุณณรงค์ สุวรรณรงค์ และคุณธเนศ งามสม ในการบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติและระบบนิเวศของสิ่งมีชีวิตที่พบในดอยอินทนนท์ เป็นเวลา 2 ปี เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในวงกว้างถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าต้นน้ำแห่งนี้ รวมทั้งความเชื่อมโยงของสิ่งมีชีวิตและความหลากหลายทางชีวภาพในป่าเมฆ ซึ่งจะนำไปสู่การปลูกจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ดร.จิราพร ศิริคำ ประธานกรรมการมูลนิธิไทยรักษ์ป่า และกรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO Group กล่าวว่า EGCO Group ได้ดำเนินงานด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำที่สูงที่สุดของประเทศไทย มาตั้งแต่ปี 2539 ด้วยความเชื่อที่ว่า “ต้นทางดี จะก่อกำเนิดผลลัพธ์ปลายทางที่ดี” ต่อมาได้ก่อตั้งและสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิไทยรักษ์ป่า องค์กรสาธารณกุศลเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่สำคัญของประเทศ ตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา ซึ่งมูลนิธิฯ ได้สานต่อเจตนารมณ์ในการดูแลผืนป่าดอยอินทนนท์อย่างต่อเนื่องมากว่า 22 ปี

“มูลนิธิไทยรักษ์ป่าเล็งเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในพื้นที่ที่เกิดจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก จึงต้องการถ่ายทอดคุณค่าและความงามของสรรพชีวิตในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็น “ป่าเมฆ” และบ้านของสัตว์ป่าและพืชพรรณ ตลอดจนความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในวงกว้างถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าต้นน้ำแห่งนี้ รวมทั้งความเชื่อมโยงของสรรพชีวิตในป่าเมฆ โดยร่วมกับช่างภาพผู้เชี่ยวชาญการบันทึกภาพสัตว์ป่าและธรรมชาติ

ได้แก่ คุณณรงค์ สุวรรณรงค์ และคุณธเนศ งามสม ในการบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติและระบบนิเวศของสิ่งมีชีวิตที่พบในดอยอินทนนท์ เป็นเวลา 2 ปี และตีพิมพ์เป็นหนังสือภาพถ่าย “ลมหายใจในป่าเมฆ ดอยอินทนนท์” และนำภาพถ่ายไฮไลท์บางส่วนมาจัดแสดงเป็นนิทรรศการในครั้งนี้ เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสธรรมชาติของป่าต้นน้ำดอยอินทนนท์ผ่านภาพถ่าย และส่งเสริมการร่วมรักษาและดูแลผืนป่าต้นน้ำสำคัญแห่งนี้ให้อยู่คู่กับคนไทยและคนรุ่นต่อไปอีกยาวนาน” ดร.จิราพร กล่าว

EGCO Group

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการภาพถ่าย “ลมหายใจในป่าเมฆ ดอยอินทนนท์” ณ ผนังโค้ง ชั้น 5 หอศิลปะกรุงเทพฯ (BACC) ระหว่างวันที่ 4 – 16 กุมภาพันธ์ 2568 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย รวมทั้งยังสามารถซื้อหนังสือภาพถ่าย “ลมหายใจในป่าเมฆ ดอยอินทนนท์” และของที่ระลึกต่าง ๆ ได้ภายในนิทรรศการ รายได้ทั้งหมดจะนำไปสนับสนุนภารกิจการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำของมูลนิธิไทยรักษ์ป่าต่อไป นอกจากนี้ ในช่วงเวลาของการจัดนิทรรศการ ยังจะมีการเสวนาของกลุ่มนักอนุรักษ์ธรรมชาติและผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวทางธรรมชาติด้วย สามารถติดตามรายละเอียดของนิทรรศการฯ และสั่งซื้อหนังสือภาพถ่าย “ลมหายใจในป่าเมฆ ดอยอินทนนท์” ได้ที่ Facebook Page มูลนิธิไทยรักษ์ป่า (www.facebook.com/thairakpaofficial)

เกี่ยวกับมูลนิธิไทยรักษ์ป่า

มูลนิธิไทยรักษ์ป่า เป็นองค์กรสาธารณกุศลซึ่งก่อตั้งและสนับสนุนการดำเนินงานโดย EGCO Group เพื่อดำเนินภารกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและป่าต้นน้ำที่สำคัญของประเทศ มาตั้งแต่ปี 2545 โดยมีภารกิจ 3 ด้านหลัก ได้แก่ การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ ควบคู่กับพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนให้ “คนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้” ผ่านโครงการ “หมู่บ้านไทยรักษ์ป่า” การสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายชุมชน ผ่าน “เครือข่ายชุมชนไทยรักษ์ป่า” ในหลายพื้นที่ เพื่อพัฒนาศักยภาพของชุมชนในพื้นที่ลุ่มน้ำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการปลูกจิตสำนึกเยาวชนและประชาชน ผ่าน “โครงการเครือข่ายเยาวชนไทยรักษ์ป่า” และ “โครงการพัฒนาและปรับปรุงเส้นทางศึกษาธรรมชาติ” มูลนิธิฯ ยังคงมุ่งมั่นอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายการดำเนินงานเพื่ออนุรักษ์พื้นที่ป่าอย่างมีส่วนร่วมจำนวน 100,000 ไร่ และฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมและปรับระบบเกษตร 5,000 ไร่ ใน 3 ภูมิภาค (ภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...