โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วัฒนธรรมการทำงานล่วงเวลาในไทย: เมื่องานกินเวลาชีวิตส่วนตัว

TOJO NEWS

อัพเดต 01 ก.พ. 2568 เวลา 20.45 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. 2568 เวลา 13.45 น. • Sattawat Veranon

การทำงานล่วงเวลา (OT) กลายเป็นเรื่องปกติในสังคมไทย หลายคนต้องอยู่ทำงานดึกดื่น บางคนไม่ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม และที่แย่กว่านั้นคือ สุขภาพกายและจิตใจได้รับผลกระทบโดยตรง

1. ทำไมคนไทยถึงต้องทำงานล่วงเวลา?

  • ค่าครองชีพสูง รายได้ไม่พอ – หลายคนเลือกทำ OT เพื่อเพิ่มรายได้ เพราะเงินเดือนพื้นฐานอาจไม่พอสำหรับค่าครองชีพที่สูงขึ้น
  • วัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับจำนวนชั่วโมงมากกว่าผลงาน – ในบางบริษัท การทำงานเกินเวลาถือเป็นเรื่องปกติ หากกลับบ้านตรงเวลาอาจถูกมองว่า "ไม่ขยัน" หรือ "ไม่ทุ่มเท"
  • งานเยอะ คนทำงานน้อย – หลายองค์กรลดจำนวนพนักงานแต่ยังมีปริมาณงานเท่าเดิม ทำให้คนที่เหลือต้องทำงานเกินเวลา
  • หัวหน้ากลับดึก ลูกน้องกลับไม่ได้ – ในบางที่ การกลับบ้านก่อนหัวหน้าถือเป็นเรื่องเสียมารยาท ทำให้ลูกน้องต้องอยู่ต่อ แม้งานจะเสร็จแล้วก็ตาม

2. ผลกระทบของการทำงานล่วงเวลาต่อชีวิตประจำวัน

  • สุขภาพแย่ลง – การทำงานหนักเกินไปทำให้เกิดโรคต่าง ๆ เช่น ไมเกรน ออฟฟิศซินโดรม หรือแม้แต่โรคหัวใจ
  • คุณภาพชีวิตต่ำลง – เวลาพักผ่อนน้อยลง ไม่มีเวลาดูแลตัวเองหรือใช้เวลากับครอบครัวและเพื่อน
  • ความเครียดและภาวะหมดไฟ – การทำงานต่อเนื่องโดยไม่มีเวลาพักผ่อนส่งผลให้เกิดภาวะ "หมดไฟ" (Burnout Syndrome) ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงและเกิดปัญหาสุขภาพจิต
  • ไม่มี Work-Life Balance – ชีวิตกลายเป็นแค่การทำงานโดยไม่มีเวลาให้สิ่งอื่น ๆ เช่น งานอดิเรก การท่องเที่ยว หรือการพัฒนาตัวเอง

3. การเปรียบเทียบกับต่างประเทศ

  • ญี่ปุ่น – เคยมีปัญหา "คาโรชิ" (การเสียชีวิตจากการทำงานหนัก) รัฐบาลจึงออกกฎหมายจำกัดการทำงานล่วงเวลา
  • ยุโรป – หลายประเทศมีวัฒนธรรมการทำงานที่ให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance เช่น ฝรั่งเศสมีกฎหมายห้ามนายจ้างส่งอีเมลนอกเวลางาน
  • เกาหลีใต้ – รัฐบาลออกมาตรการลดเวลาทำงานต่อสัปดาห์เพื่อลดภาระของพนักงาน

4. แนวทางแก้ไข: เราจะลดการทำงานล่วงเวลาได้อย่างไร?

  • องค์กรควรให้ความสำคัญกับผลงานมากกว่าชั่วโมงทำงาน – ใช้ระบบการวัดผลแบบ KPI หรือ OKR แทนการวัดผลจากเวลาทำงาน
  • ปรับปรุงระบบบริหารงานให้มีประสิทธิภาพ – หากจัดการงานได้ดีขึ้น อาจไม่จำเป็นต้องทำ OT
  • ให้พนักงานมีสิทธิ์ปฏิเสธ OT ได้ – ควรกำหนดชั่วโมงการทำงานล่วงเวลาสูงสุด และพนักงานควรมีสิทธิ์ปฏิเสธโดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกตำหนิ
  • ส่งเสริมวัฒนธรรม Work-Life Balance – องค์กรควรสนับสนุนให้พนักงานมีเวลาพักผ่อนและพัฒนาตัวเองนอกเวลางาน

สรุป

การทำงานล่วงเวลาที่มากเกินไปไม่เพียงแต่ทำให้พนักงานเหนื่อยล้า แต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและใจ รวมถึงประสิทธิภาพการทำงานในระยะยาว หากทั้งองค์กรและพนักงานร่วมมือกันหาทางออก ปัญหานี้อาจลดลงได้ และคนทำงานก็จะมีชีวิตที่สมดุลมากขึ้น

อย่าลืมกดติดตาม Tojo News เพื่อพบกับข่าวสาร และบทความใหม่ ๆ จากเรา

Line Today TOJO NEWS , ToJoNews

#โตโจนิวส์ #TOJONEWS #สำนักข่าวโตโจนิวส์ #สังคม #คุณภาพชีวิต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...