โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดวิธีวางแผนมรดก ส่งต่อในยุคดิจิทัล ให้ถูกกฎหมาย-ส่งต่อได้จริง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 มี.ค. 2567 เวลา 07.18 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. 2567 เวลา 01.30 น.
Photo by Art Rachen on Unsplash

บทความโดย "สุนิติ ถนัดวณิชย์" นักวางแผนการเงิน CFP® สมาคมนักวางแผนการเงินไทย

วันที่ 26 มีนาคม 2567 ปัจจุบันการจัดการทางการเงิน เช่น การโอนเงินรับจ่าย การลงทุน เข้าสู่ยุคดิจิทัล ที่ต้องใช้ผ่านเครื่องมือ หรือแพลตฟอร์มมากขึ้น เห็นได้จากสถิติจำนวนบัญชีซื้อขาย Cryptocurrency ในประเทศไทย มีอยู่เกือบ 3 ล้านบัญชี หรือจากสถิติการใช้ Mobile Banking ในไทย

ดังนั้น นักลงทุนต้องมีการปรับตัวหรือเรียนรู้วิธีการจัดการมากขึ้น และเมื่อเจ้าของบัญชีหรือเจ้าของเงินลงทุนเสียชีวิต จะส่งต่อกันอย่างไรในยุคดิจิทัล ให้ถูกกฎหมาย และส่งต่อได้จริง

ในการส่งต่อทรัพย์สินในยุคดิจิทัลมี 2 องค์ประกอบหลักคือ

  • มีผลทางกฎหมาย
  • มีผลถ่ายโอนสินทรัพย์ได้จริง

มีผลทางกฎหมาย

มี 2 ทางเลือกย่อย ๆ เพื่อให้มีผลทางกฎหมายคือ ทำให้ผู้รับมรดกเป็นทายาทโดยพินัยกรรม หรือเป็นทายาทโดยธรรม ซึ่งมีหลายบทความกล่าวว่า จะให้ผู้รับมรดกเป็นทายาทโดยพินัยกรรม ต้องทำพินัยกรรม ซึ่งการทำพินัยกรรมให้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายมี 5 รูปแบบคือ

  • แบบธรรมดา
  • แบบเขียนด้วยลายมือตนเอง
  • แบบฝ่ายเมือง
  • แบบลับ
  • แบบวาจา

โดยทายาทโดยพินัยกรรมมี (บุริม) สิทธิเหนือกว่าทายาทโดยธรรม การส่งต่อแบบไม่วางแผน จะทำให้ทายาทโดยธรรม ต้องดูหลักเกณฑ์ในการแบ่งทรัพย์มรดก ซึ่งเป็นไปได้สูงว่า ทายาทโดยธรรมอาจจะได้ทรัพย์มรดกแบบไม่เป็นธรรมได้

กล่าวคือ ทายาทที่ดูแลเจ้ามรดกมาตลอดอาจจะได้หรือไม่ได้ทรัพย์มรดกก็ได้ ในขณะที่ทายาทที่ไม่ดูแลก็จะได้ทรัพย์มรดกตามเกณฑ์ของกฎหมาย ดังนั้นทางเลือกดีที่สุดในการส่งต่อทรัพย์สิน คือการทำพินัยกรรม ซึ่งจะช่วยให้ทายาทที่ได้รับมรดกถูกฝา ถูกตัว ถูกใจเจ้ามรดกมากที่สุด

มีผลถ่ายโอนสินทรัพย์ได้จริง

กรณีเป็นสินทรัพย์จับต้องได้ หรือมีทะเบียน เช่น เงินสด เงินฝาก กองทุน บัญชีหุ้นสามัญ เครื่องประดับ ทองคำแท่ง เป็นต้น ก็ยังเป็นสินทรัพย์ที่เห็นด้วยตา หากจะตรวจเช็กว่าครบหรือไม่ สามารถพิจารณาด้วยตาได้ แต่ในยุคดิจทัลที่มีสินทรัพย์มองด้วยตาไม่เห็น หรือต้องใช้ Username Password

เช่น e-Wallet คริปโตเคอร์เรนซี ที่ไม่ได้มีแพลตฟอร์ม ที่ดูแลโดยสถาบันการเงิน จำเป็นต้องมีการส่งต่อ จะจดใส่กระดาษก็ดูไม่ปลอดภัย ถ้าให้เหมาะสมอาจจะเป็นการระบุไว้ใน External Hard Drive หรือ Cloud ต่าง ๆ

กรณีที่แพลตฟอร์มที่ดูแลโดยสถาบันการเงิน ลักษณะการส่งต่อจะคล้าย ๆ กับบัญชีเงินฝาก e-Saving (บัญชีที่ไม่มีสมุดบัญชี) ดังนั้น หากทายาทไม่ทราบ Username Password ก็ยังสามารถระบุได้ว่าใครเป็นทายาท และเจ้ามรดกคือใคร กระบวนการส่งต่อจะคล้าย ๆ บัญชีเงินฝาก

ดังนั้น ประเด็นการส่งต่อในยุคดิจิทัล สำหรับสินทรัพย์ที่จับต้องด้วยตาไม่ได้ จำเป็นต้องส่งต่อ Username Password มิฉะนั้น ทายาทจะไม่ทราบการมีอยู่ของสินทรัพย์ดิจิทัลเลย

ข้อแนะนำสำหรับการส่งต่อสินทรัพย์ Digital

  • ควรกระจายการส่งต่อในหลายช่องทาง เช่น กระดาษที่จัดเก็บไว้อย่างดี ทาง External Hard Drive หรือ ระบบ Cloud
  • ช่องทางที่ถูกควบคุมได้จากเจ้าของบัญชี จะส่งต่อทาง External Hard Drive เนื่องจากอยู่ในอุปกรณ์ ซึ่งต้องตรวจสอบอายุการใช้งานให้เหมาะสมกับระยะเวลาส่งต่อ และไม่จำเป็นต้องใช้ WIFI เหมือนกับจัดเก็บใน Cloud และดีกว่าช่องทางจัดเก็บในกระดาษ ซึ่งต้องหาที่จัดเก็บกระดาษที่ใส่ Username Password
  • รวบรวมไว้ที่ใดที่หนึ่ง หากจำเป็นต้องบอกทายาทหรือคนที่ไว้ใจ จะได้ส่งต่อได้ตามความประสงค์

การส่งต่อทรัพย์สินยังเป็นประเด็นที่ถูกละเลยอยู่จำนวนมาก ไม่ว่าจะมาจากความไม่รู้ หรือมองว่ายังไม่ถึงเวลา เป็นเรื่องไกลตัว แต่การจัดการให้เรียบร้อย จะช่วยลดความขัดแย้งของทายาทได้บ้าง

และยิ่งสินทรัพย์การลงทุนเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ต้องมี Username Password หรือต้องแสดงตัวตนว่าเป็นทายาทกับ Platform ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ทำให้การส่งต่อหรือการบอก Username Password มีความสำคัญมากยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้สินทรัพย์สูญหายไป หรือยังคงส่งต่อให้ทายาทได้ตามเจตนารมณ์เดิม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดวิธีวางแผนมรดก ส่งต่อในยุคดิจิทัล ให้ถูกกฎหมาย-ส่งต่อได้จริง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...