โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เตือนเอลนีโญฉุด GDP ไทย เสี่ยงเศรษฐกิจเสียหายอันดับ 3 อาเซียน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สทนช. เตือนเอลนีโญฉุด GDP ไทย เสี่ยงเศรษฐกิจเสียหายอันดับ 3 ของอาเซียน หลังคาดพฤศจิกายนนี้แล้งรุนแรงสุด

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยข้อมูลน่าห่วงเกี่ยวกับสถานการณ์เอลนีโญที่เริ่มส่งผลกระทบต่อประเทศไทย โดยชี้ว่าสภาพอากาศสุดขั้วในปีนี้จะทำให้ปริมาณฝนน้อยกว่าปกติและเกิดภัยแล้งรุนแรง ซึ่งความเสียหายในภาคเกษตรกรรมครั้งนี้อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อเนื่องไปถึงระบบเศรษฐกิจ จนทำให้ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 3 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่เศรษฐกิจจะได้รับความเสียหายหนักที่สุดจากภัยเอลนีโญ

วิกฤตภาคเกษตรนอกเขตชลประทาน ตัวแปรสำคัญฉุด GDP ประเทศ

เหตุผลสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงสูง เนื่องมาจากโครงสร้างภาคการเกษตรที่ต้องพึ่งพาน้ำเป็นหลัก ซึ่งหากทุกฝ่ายไม่เร่งเตรียมพร้อมรับมือตั้งแต่วันนี้ อาจส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรในปี 2570 หายไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง โดยมีพื้นที่กลุ่มเสี่ยงดังนี้:

  • พื้นที่นอกเขตชลประทาน: มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 60-70 ของทั้งประเทศ
  • กลุ่มพืชเสี่ยงสูง: กว่าครึ่งหนึ่งของพื้นที่นอกเขตชลประทาน เป็นพื้นที่ปลูกไม้ผลและไม้ยืนต้น ซึ่งเป็นกลุ่มที่จำเป็นต้องใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง

ไทม์ไลน์สภาพอากาศและคาดการณ์ปริมาณฝนปีนี้

นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการ สทนช. ระบุว่า สภาพอากาศสุดขั้วในปีนี้คาดการณ์ได้ยากและทำให้การบริหารจัดการน้ำซับซ้อนขึ้น โดยมีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศดังนี้

  • ช่วงกลางเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป: ปริมาณฝนจะเริ่มลดลงประมาณร้อยละ 14 (เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงยาว)
  • ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม: ฝนจะกลับมาตกชุกอีกครั้ง
  • ช่วงเดือนกันยายน: สถานการณ์สภาพอากาศอาจมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง
  • ช่วงเดือนพฤศจิกายน: คาดว่าจะเป็นช่วงที่สถานการณ์ภัยแล้งรุนแรงที่สุด โดยปริมาณฝนอาจลดลงจากค่าปกติมากถึงร้อยละ 39

มาตรการรับมือเชิงรุกและสถานการณ์น้ำต้นทุน

เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนและระบบเศรษฐกิจ สทนช. ได้เตรียมใช้มาตรการเฉพาะพื้นที่ควบคู่กับการบริหารน้ำในระดับประเทศ ดังนี้

  • การบริหารจัดการน้ำ: เตรียมปรับเกณฑ์การระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ เน้นการกักเก็บน้ำต้นทุนให้ได้มากที่สุด โดยปัจจุบันอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวมร้อยละ 56 และมีปริมาณน้ำใช้การได้จริงอยู่ที่ร้อยละ 37
  • การเตรียมระบบเตือนภัย: ลงพื้นที่ตรวจสอบ ซ่อมแซม และบำรุงรักษาระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) ในพื้นที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย และอำเภอจุน จังหวัดพะเยา เพื่อให้ระบบมีความพร้อมใช้งานตลอดเวลา และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างทันท่วงที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...