อังกฤษ 2-1 ดีอาร์ คองโก : เคน-กอร์ดอน ฟอร์มเด่น! ตัดเกรดแข้งสิงโตทะลุ 16 ทีมฟุตบอลโลก
อังกฤษ 2-1 คองโก : เคน-กอร์ดอน ฟอร์มเด่น, แนวรับต้องแก้ไข! ตัดเกรดแข้งสิงโตทะลุ 16 ทีมฟุตบอลโลก
แฮร์รี่ เคน กัปตันทีมชาติอังกฤษ แสดงผลงานชั้นยอด แม้ฟอร์มอาจจะไม่โดดเด่น แต่การจบสกอร์สุดเฉียบคม ขณะที่ แอนโธนี่ กอร์ดอน ลงมาเป็นตัวสำรองที่สามารถสร้างมิติเกมบุกให้ทัพ "สิงโตคำราม" พร้อมจัดสองแอสซิสต์ ขณะที่แนวรับยังคงเป็นปัญหาที่ โธมัส ทูเคิ่ล ต้องแก้ไขให้ดีขึ้นหากอยากไปให้ไกลในศึกฟุตบอลโลก 2026 หลังปราบ คองโก 2-1 ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
ตัวจริง
จอร์แดน พิคฟอร์ด : 5เสียประตูที่เสาแรกตั้งแต่ช่วงต้นเกม ซึ่งเป็นจังหวะที่เขาคงไม่พอใจอย่างแน่นอน หลังจากนั้นในครึ่งหลังแทบไม่มีงานให้ต้องทำมากนัก เนื่องจากอังกฤษเป็นฝ่ายคุมเกมได้ทั้งหมด
เฌด สเปนซ์ : 4.5เล่นได้ค่อนข้างสับสนในจังหวะเสียประตูแรกของดีอาร์ คองโก แต่เมื่อเกมดำเนินไปในครึ่งแรกก็เริ่มตั้งหลักได้ ก่อนจะเงียบแทบไม่มีบทบาทในครึ่งหลัง
เอซรี่ คอนซ่า : 6ปล่อยช่องว่างระหว่างตัวเองกับ สเปนซ์ ที่ยืนแบ็กขวามากเกินไป จนนำไปสู่ความผิดพลาดที่ถือว่าร้ายแรงพอสมควร อย่างไรก็ตาม กองหลังจากแอสตัน วิลล่า สามารถเรียกฟอร์มกลับมาได้ดี และยังกล้าเล่นด้วยการขึ้นไปยืนสูงเพื่อช่วยเกมบุกของทีม
มาร์ก เกฮี : 6.5แนวรับทั้งแผงของอังกฤษเหมือนหลับกันหมดในจังหวะเสียประตูแรกให้ดีอาร์ คองโก แต่หลังจากนั้นเขาไม่เปิดโอกาสให้คู่แข่งเล่นงานได้อีก และยังรับมือกับ เซดริก บูกัมบู ได้อย่างอยู่หมัดในจังหวะสวนกลับ
นิโก้ โอไรลี่ : 6ยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้เหมือนตอนเล่นให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้บทบาทในเกมรุกค่อนข้างเงียบ แต่ในด้านเกมรับถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างแข็งแกร่งและมั่นคง
เอลเลียต แอนเดอร์สัน : 6.5ทำงานหนักในแดนกลางของสนาม และช่วยคอยซ้อนเกมรับให้แนวรับที่ยังดูมีความเปราะบางอยู่ตลอด ไม่เคยหมดแรงตลอดทั้งเกม และยังจ่ายบอลทะลุช่องอย่างนุ่มนวลให้กับ เบลลิงแฮม ซึ่งนำไปสู่ประตูที่สองของ เคน หลังจากจังหวะยิงแรกถูกผู้รักษาประตูเซฟไว้ได้
เดแคลน ไรซ์ : 8ฟอร์มการเปิดบอลจากลูกตั้งเตะค่อนข้างขึ้นๆ ลงๆ บางจังหวะดูอันตรายและสร้างความกดดันให้แนวรับของดีอาร์ คองโกได้จริง แต่บางครั้งก็เปิดได้ง่ายเกินไปจนคู่แข่งรับมือได้สบาย หลัง โธมัส ทูเคิ่ล ปรับตำแหน่งให้ไปเล่นแบ็กขวา เขากลับมีส่วนร่วมกับเกมมากขึ้น และสามารถส่งอิทธิพลต่อรูปเกมได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
จู๊ด เบลลิงแฮม : 6ช่วงต้นเกมเล่นไม่ออก แต่หลังจากนั้นก็ค่อยๆ ยกระดับฟอร์มการเล่นขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง สร้างโอกาสยิงประตูที่ทำให้ ลีโอแนล เอ็มปาซี ต้องออกแรงเซฟหลายครั้ง
มาร์คัส แรชฟอร์ด : 5มีโอกาสหลายครั้งที่เขาเอาชนะ อารอน วาน-บิสซากา ได้แบบตัวต่อตัว แต่จังหวะจบสกอร์ยังไม่เฉียบคมพอ และการเปิดบอลของเขาก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร สุดท้ายต้องโดนเปลี่ยนตัวออก
โนนี่ มาดูเอเก้ : 4เกือบทำแอสซิสต์ได้ในครึ่งแรก จำนวนการสัมผัสบอลมากกว่าผู้เล่นแนวรุกทีมชาติอังกฤษคนอื่นๆ แต่ไม่ค่อยได้สร้างประโยชน์อะไรมากนัก รูปแบบการเล่นยังคงซ้ำเดิมทุกครั้งที่ได้บอลทำให้ถูกจับทางได้ง่าย เขามักจะชะลอจังหวะเกม และพาบอลเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ลำบากอยู่บ่อยครั้ง จนดูเหมือนว่าเขาน่าจะถูกเปลี่ยนตัวออกเร็วกว่านี้ด้วยซ้ำ
แฮร์รี่ เคน : 9ฟอร์มอาจจะเงียบและแทบไม่ได้รับบอลมากนัก แต่จังหวะการเคลื่อนที่ก่อนทำประตูตีเสมอนั้นยอดเยี่ยมมาก โหม่งทำประตูพาทีมไล่เจ๊า ส่วนประตูที่สองยิ่งเหนือชั้นกว่าเดิม รับบอลแล้วหมุนตัว ก่อนเลี้ยงผ่านแนวรับคู่แข่งถึงสามคนบริเวณหน้าเขตโทษ และซัดเต็มข้อบอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างงดงาม
ตัวสำรองที่ได้ลงสนาม
บูกาโย่ ซาก้า (โนนี่ มาดูเอเก้ น. 60) : 7การถูกส่งลงสนามถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกม ช่วยยกระดับจังหวะการเล่น ทำให้เกมรุกของอังกฤษไหลลื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเพิ่มมิติในการสร้างสรรค์โอกาสจนส่งผลต่อรูปเกมโดยรวม
แอนโธนี่ กอร์ดอน (มาร์คัส แรชฟอร์ด น. 60) : 8.5เล่นด้วยความมั่นใจเมื่อมีบอลอยู่กับตัว และทำงานหนักทั้งเกมรุกและเกมรับตลอดทั้งสนามอย่างเต็มที่ แสดงคุณภาพที่แท้จริงในพื้นที่สุดท้าย ด้วยการเปิดบอลที่แม่นยำให้ เคน จนทำประตูตีเสมอได้สำเร็จ ก่อนจะจ่ายให้ เคน ยิงประตูที่สองในจังหวะถัดมา ถือเป็นตัวสำรองที่ลงมาเปลี่ยนเกมอย่างแท้จริง สร้างสรรค์เกมบุกใหม่ๆ ให้อังกฤษ ในช่วงเวลาสำคัญ
เอเบเรชี่ เอเซ่ (เฌด สเปนซ์ น. 70) : 6.5การประสานงานร่วมกับเพื่อนร่วมทีมจากอาร์เซนอลอย่าง ซาก้า และ ไรซ์ ทางฝั่งขวา เป็นจุดเริ่มต้นของประตูตีเสมอของอังกฤษ เขาเติมมิติใหม่ๆ ให้กับแดนกลาง ทำให้เกมรุกของทีมมีความหลากหลายและไหลลื่นมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
จอห์น สโตนส์ (เดแคลน ไรซ์ น. 90+1) : 5ไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ หลังจากถูกส่งลงสนามในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เพื่อช่วยรักษาสกอร์และปิดเกมให้จบลงอย่างเรียบร้อย