วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจีนก้าวหน้าเร็วจี๋ ลงสนามแข่ง 1 ปีทำผลงานได้เท่ากับ 1 ทศวรรษ
China's science and technology race moves at the pace of a decade each year
by Baek Seo-in
29/06/2026
จากการออกเยี่ยมเยียนบรรดาห้องแล็ปและบริษัทต่างๆ ของจีนด้วยตัวเอง ทำให้ได้เห็นว่าแดนมังกรประสบความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในด้านเอไอ, วิทยาการหุ่นยนต์, และเทคโนโลยีควอนตัม กลายเป็นความท้าทายที่น่าเกรงขามยิ่งขึ้นสำหรับเกาหลีใต้
ภาควิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีน ยังคงทำให้เกิดข่าวพาดหัวด้วยฝีก้าวรวดเร็วชวนให้รู้สึกเวียนศีรษะ หนึ่งปีหลังจากการมาเยือนครั้งก่อนของผม ผมได้กลับมาอีกรอบหนึ่งเพื่อดูว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน ในขณะที่การแข่งขันเพื่อชิงชัยความเป็นผู้นำทางด้านเอไอทวีความเข้มข้นขึ้นทุกที เกาหลีก็ได้ทำงานหนักในรอบปีที่ผ่านมา ทว่าจีนล่ะมีการเคลื่อนไหวไปไกลแค่ไหนในช่วงระยะเวลาเดียวกันนี้?
จุดที่ผมแวะจุดแรกคือแคมปัสการวิจัยและการพัฒนาของ หัวเว่ย ในนครเซี่ยงไฮ้ การก่อสร้างต่างๆ ที่อยู่ระหว่างดำเนินการในช่วงการเยือนครั้งท้ายสุดของผม เวลานี้แทบทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทำให้แคมปัสแห่งนี้ยิ่งดูน่าประทับใจมากขึ้นไปอีก ระหว่างรับฟังการบรรยายสรุป ตัวเลขสถิติอันหนึ่งปรากฏโดดเด่นขึ้นมาในทันที นั่นคือ ที่นี่มีนักวิจัยทำงานอยู่จำนวน 30,000 คน โดยพวกเขามีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 31.4 ปี
เมื่อเปรียบเทียบกับ 1 ปีก่อน หัวเว่ยได้ว่าจ้างนักวิจัยเพิ่มขึ้นมา 10,000 คน ขณะเดียวกับที่ยังคงรักษาตัวเลขระดับอายุเฉลี่ยตัวเลขเดิมเอาไว้ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นจึงหมายความว่า แคมปัสเซี่ยงไฮ้นี้ได้ขยายกำลังแรงงานด้านการวิจัยของตนออกไปถึง 50% ในช่วงเวลาเพียงแค่ปีเดียว
สิ่งที่ถูกนำมาอวดอีกอย่างหนึ่ง คือ ศูนย์ข้อมูลเอไอและโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์ (AI data center and cloud infrastructure) ของหัวเว่ย ซึ่งสร้างขึ้นมาด้วยเทคโนโลยีของตัวเองทั้งหมดตั้งแต่ระบบไฟฟ้าจนกระทั่งถึงชิป เรื่องที่น่าตื่นตะลึงยิ่งกว่านี้เสียอีกได้แก่ผลของการเปรียบเทียบความเร็วในการประเมินผล (Token Processing) โดยใช้เกณฑ์วัดมาตรฐาน ระหว่าง Huawei's neural processing units (ชิปเซ็ตหน่วยประเมินผลเฉพาะทางด้านเอไอของหัวเว่ย) กับชิปประมวลผล H20 ของอินวิเดีย (Nvidia's H20 processors) ถึงแม้หัวเว่ยเป็นผู้ดำเนินการทดสอบนี้ด้วยตนเอง โดยผลที่ออกมาก็คือ ชิปของหัวเว่ยสามารถประมวลผลโทเค็นได้เร็วกว่าเฉลี่ยแล้ว 2.5 เท่าจนถึง 4 เท่าตัว เรื่องนี้ยังเป็นเหตุผลซึ่งอธิบายว่า ทำไมจึงมีรายงานว่า ชิป GPUs ของอินวิเดียรุ่นที่ทำขึ้นมาเพื่อจำหน่ายให้จีนโดยเฉพาะ ประสบความล้มเหลวไม่สามารถกลายเป็นชิปที่สร้างอำนาจต่อรองอย่างมีความหมายให้แก่ฝ่ายสหรัฐฯขึ้นมาได้ในระหว่างการประชุมซัมมิตสหรัฐฯ-จีนเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้เนื่องจากจีนครอบครองชิปทางเลือกภายในประเทศ ซึ่งสามารถแข่งขันกับของอินวิเดียได้อยู่แล้วนั่นเอง
การเร่งตัวทำนองเดียวกัน ก็สามารถพบเห็นได้ในด้านวิทยาการหุ่นยนต์
ปีที่แล้ว พวกผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของจีน สามารถดึงดูดความสนใจจากทั่วโลกด้วยการส่งหุ่นยนต์ลงแข่งขันวิ่งมาราธอน ตลอดจนมีการแสดงและการสาธิตที่ละเอียดประณีตอื่นๆ ในปีนี้พวกเขาได้เดินหน้าไปไกลเกินกว่าความน่าทึ่งตระการตา และเข้าสู่โรงงานต่างๆ
ที่ แอคจีบอต (AgiBot) ทั้งหุ่นยนต์และคนงานจำนวนเป็นร้อยๆ กำลังดำเนินการทดสอบในภาคสนามภายในอาคารที่มีขนาดประมาณโกดังหลังหนึ่ง ด้วยความสนับสนุนจากกำลังแรงงานซึ่งราว 80% เกี่ยวข้องกับงานด้านการวิจัยและการพัฒนา บริษัทแห่งนี้ในปัจจุบันดำเนินการอัปเกรดหุ่นยนต์ของตนทุกๆ ระยะ 2-3 เดือน หลังจากจำหน่ายไปได้ราว 5,000 หน่วยในปีที่แล้ว พวกเขาตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะจัดส่งออกได้ 40,000 หน่วยในปีนี้
ที่เมืองเซินเจิ้น ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 2 ชั่วโมงในการเดินทางด้วยเครื่องบิน ยูบีเทค (Ubtech) กำลังขยายงานของตนในการนำเอาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ไปใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตและในด้านลอจิสติกส์ บริษัทได้จัดส่งหุ่นยนต์ประมาณ 1,000 ตัวไปให้สายการผลิตต่างๆ แล้ว ทั้งที่ ซีเกอร์ (Zeekr), โบอิ้ง, และ เอสเอฟ เอกซ์เพรสส์ (SF Express) ระบบการสับเปลี่ยนแบตเตอรีได้โดยอัตโนมัติในเวลานี้ เปิดทางให้สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง และกำลังมีการออกแบบโมเดลในอนาคตซึ่งจะสามารถยกของที่มีน้ำหนักมากขึ้นและทำงานได้เร็วขึ้น พวกตัวแทนของบริษัทบอกว่าพวกเขากำลังค่อยๆ นำเอาชิปจาก หัวเว่ย และ อาลีบาบา เข้ามาเปลี่ยนแทนที่โปรเซสเซอร์ของอินวิเดีย เพื่อลดการพึ่งพาอาศัยเทคโนโลยีสหรัฐฯ
ส่วนที่สถาบันสารสนเทศควอนตัมและนวัตกรรมเทคโนโลยีควอนตัม (Institute of Quantum Information and Quantum Technology Innovation) ซึ่งเป็นหน่วยงานสังกัดอยู่กับบัณฑิตยสภาทางวิทยาศาสตร์แห่งประเทศจีน (Chinese Academy of Sciences) ผมได้พบกับนักวิจัยหนุ่มผู้หนึ่ง ซึ่งได้ทำงานตามหลักสูตรระดับหลังปริญญาเอกในสหรัฐฯเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ก่อนเดินทางกลับประเทศจีน เขาผู้นี้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคลาสเหยา (Yao Class) ที่เป็นโปรแกรมด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์, เอไอ, และสารสนเทศควอนตัมชั้นนำของมหาวิทยาลัยชิงหัว เมื่อเดินทางไปศึกษาต่อที่สหรัฐฯ ก็ได้เรียนกับศาสตราจารย์ คิม คีฮวาน (Kim Ki-hwan) ที่เพิ่งเดินทางกลับมายังเกาหลีเมื่อเร็วๆ นี้ และต่อมายังได้ทำงานกับศาสตราจารย์ จุงซัง คิม (Jungsang Kim) ที่มหาวิทยาลัยดุ๊ค (Duke University)
หลังจากเดินทางกลับประเทศจีน ดุษฎีบัณฑิตผู้นี้ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นศาสตราจารย์ประจำของบัณฑิตยสภาในทันที ในขณะที่อดีตอาจารย์ที่ปรึกษาของเขาซึ่งเดินทางกลับเกาหลี ยังคงอยู่ระหว่างการจัดตั้งห้องแล็ปต่างๆ ขึ้นมา และเสาะแสวงหาเงินทุนสำหรับการวิจัยอยู่นั้น ดุษฎีบัณฑิตผู้นี้ก็ได้รับเครื่องมืออุปกรณ์และงบประมาณสำหรับการดำเนินการห้องแล็ป 3 แห่งในเซี่ยงไฮ้ในทันทีที่เขาได้รับการบรรจุว่าจ้าง เขายังกำลังเตรียมการสำหรับห้องแล็ปเพิ่มขึ้นอีก 2 แห่งที่แคมปัสหลักของบัณฑิตยสภา เวลานี้เขานำการวิจัยทั้งในด้าน ion-trap quantum communication (เทคโนโลยีการเชื่อมต่อและส่งผ่านข้อมูลเชิงควอนตัมโดยใช้อะตอมที่มีประจุ (ไอออน) เป็นสื่อกลาง และในด้าน quantum computing (การคำนวณเชิงควอนตัม อันเป็นเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ยุคใหม่ที่ใช้หลักการของกลศาสตร์ควอนตัมมาช่วยประมวลผลข้อมูล) และทำงานเคียงข้าง พาน เจี้ยนเหว่ย (Pan Jianwei) ผู้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะเป็นบิดาของโครงการควอนตัมในประเทาศจีน พวกเขามีการหารือกันเรียบร้อยแล้วที่จะโฟกัสไปยังเรื่องวิธีการในการรับสมัครบุคลากรระดับหัวหน้าโครงการวิจัย (principal investigators) จำนวน 1,000 คนมาทำงานที่สถาบัน
ในฐานะที่เป็นนักวิชาการผู้หนึ่งซึ่งศึกษาเรื่องนวัตกรรมทางเทคโนโลยีของจีน และให้คำปรึกษาแก่ทั้งภาครัฐบาลและภาคอุตสาหกรรม ผมได้ไปเยี่ยมเยียมพบปะพวกนักวิจัย, บริษัทธุรกิจ, และศูนย์วิจัย ชั้นนำต่างๆ บ่อยครั้งที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ผมตระหนักรับรู้ว่าเป็นธรรมดาที่พวกเขาต้องเน้นหนักโอ่อวดด้านที่เป็นจุดแข็งของพวกเขา ขณะที่เก็บงำไม่อย่ากให้เห็นส่วนที่เป็นจุดอ่อน ขณะเดียวกันผมยังคงมีความสำนึกเกี่ยวกับข้อจำกัดต่างๆ ของระบบของจีน ตลอดจนอคติส่วนตัวของผมเองอีกด้วย
กระนั้นก็ตาม การเดินทางไปเยือนจีนทุกๆ เที่ยว นำผมไปสู่ข้อสรุปอย่างเดียวกัน นั่นคือ จีนกำลังสร้างนวัตกรรมด้วยอัตราความเร็วและความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวที่พิเศษผิดธรรมดา การตระหนักรับรูปข้อเท็จจริงนี้ไม่ได้หมายความถึงการปฏิเสธมองไม่เห็นจุดอ่อนต่างๆ ของจีน หรือว่ามองไม่เห็นโอกาสต่างๆ ของเกาหลี แต่มันหมายความถึงการตระหนักรับรู้ว่าคู่แข่งขันของเรากำลังก้าวหน้าไปด้วยความรวดเร็วยิ่งกว่าที่พวกเราจำนวนมากสันนิษฐานกันไว้ เวลาเดียวกับที่จีนได้ใช้เวลาช่วงปีที่ผ่านมาสร้างความก้าวหน้าราวกับว่ามันเป็นช่วงเวลา 1 ทศวรรษอยู่นั้น เราเองมีการสร้างความสำเร็จอะไรขึ้นมาบ้าง?
เราควรยุติการปลอบโยนให้พวกเราเองเกิดความรู้สึกสบายอกสบายใจ โดยยึดมั่นในความเชื่อที่ว่าการบีบคั้นอย่างแข็งกร้าวหนักแน่นมากขึ้นของสหรัฐฯจะทำให้จีนต้องอ่อนแอลงอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ ตลอดจนในความเชื่อที่ว่าเทคโนโลยีจีนจะถูกปิดตายจากตลาดโลกสืบเนื่องจากความวิตกกังวลในด้านความมั่นคง หรือในความเชื่อที่ว่าเกาหลีจะเป็นผู้ที่เข้าแทนที่จีนอยู่แล้วโดยธรรมชาติในฐานะที่เป็นทางเลือกซึ่งเป็นที่ไว้วางใจ สิ่งที่เกาหลียังคงได้เปรียบนั้นที่สำคัญแล้วคือในเรื่องเซมิคอนดักเตอร์ความจำ แต่กระนั้นความได้เปรียบนี้ก็ไม่สามารถที่จะมองว่าเป็นของตายชนิดไม่มีการเปลี่ยนแปลง
เจนเซน หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของอินวิเดีย อาจจะเดินทางมาเยือนเกาหลีเมื่อมีงานต่างๆ ที่ได้รับการประโคมข่าวอย่างเอิกเกริก แต่เขาเดินทางไปจีนครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อพบปะกับพวกบริษัทอย่างเช่นแอคจีบอต ที่สถาบันควอนตัมของบัณฑิตยสภาทางวิทยาศาสตร์ของจีน มีกำแพงหลายด้านซึ่งเต็มไปด้วยลายเซ็นของผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ที่ได้เดินทางไปเยือน เราไม่ควรเฉลิมฉลองแผนการอันมุ่งมาดคาดหวังสูงตั้งแต่ก่อนที่มันจะกลายเป็นความจริงขึ้นมา พ้นออกไปจากพวกคำขวัญปลุกขวัญหรูๆ แล้ว มีแต่การประคับประคองให้สามารถสร้างนวัตกรรมได้อย่างสม่ำเสมอเท่านั้น จะเป็นตัวตัดสินว่าใครกันที่ยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันเอาไว้ได้
แพ็ก ซออิน เป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยฮันยาง (Hanyang University) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำทางด้านวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของเกาหลีใต้ ข้อเขียนชิ้นนี้เผยแพร่ในหน้าบทความของหนังสือพิมพ์รายวัน โคเรีย จุงอัง (Korea JoongAng Daily)
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO