โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐจ้างงานซบเซา ค่าจ้างโตไม่ทันเงินเฟ้อ จับตาเฟดลดดอกเบี้ย

เดลินิวส์

อัพเดต 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.29 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ตัวเลขจ้างงานเดือนมิ.ย. เพิ่มเพียง 57,000 ตำแหน่ง สะท้อนตลาดแรงงานอ่อนแรงต่อเนื่อง ขณะที่ค่าจ้างยังเติบโตช้ากว่าเงินเฟ้อ และภาคบริการสูญเสียตำแหน่งงานจำนวนมาก เพิ่มความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ว่าสำนักงานสถิติแรงงานของสหรัฐเผยแพร่รายงาน ว่าระบบเศรษฐกิจของประเทศ มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 57,000 ตำแหน่ง เมื่อเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่อัตราการว่างงานขยับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 4.2% จาก 4.3% ในเดือนพ.ค.

สถิติดังกล่าวในสายตาของนักวิเคราะห์ ถือเป็นเดือนที่มีการจ้างงานล่าช้าและซบเซาที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. ที่ผ่านมา ส่งสัญญาณถึงการชะลอตัวของตลาดแรงงานอย่างเห็นได้ชัด

ขณะเดียวกัน เหล่านักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่า การลดลงนี้ไม่ใช่การที่คนได้งานทำมากขึ้น แต่เป็นเพราะ "คนจำนวนมากถอดใจและเลิกหางานทำไปเลย" จนหลุดออกจากระบบคำนวณกำลังแรงงาน ซึ่งทำให้อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุด นับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2564

อีกหนึ่งปัจจัยที่เป็นสัญญาณเตือนด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจคือ การเติบโตของค่าจ้าง ยังคงช้ากว่าอัตราเงินเฟ้อต่อเนื่องกันเป็นเดือนที่ 3 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อและค่าครองชีพของประชาชน

นอกจากนี้ รายงานยังระบุข้อมูลที่น่าประหลาดใจว่า ภาคธุรกิจบริการและการท่องเที่ยว กลับมีการเลิกจ้างหรือสูญเสียตำแหน่งงานไปถึง 61,000 ตำแหน่ง ในเดือนมิ.ย. ซึ่งสวนทางกับความคาดหวังก่อนหน้านี้ว่าเทศกาลและกิจกรรมสำคัญระดับโลก โดยเฉพาะการที่สหรัฐร่วมเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลโลก จะช่วยกระตุ้นการจ้างงานในอุตสาหกรรมให้คึกคักขึ้น

ตัวเลขการจ้างงานที่ลดลงอย่างฮวบฮาบเช่นนี้ สร้างความกังวลให้กับตลาดทุนและเพิ่มแรงกดดันต่อทั้งนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล และการตัดสินใจเรื่องทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ( เฟด ) ในระยะต่อไป ว่าจะต้องปรับลดดอกเบี้ยลงเร็วกว่าเดิม เพื่อประคองเศรษฐกิจไม่ให้เข้าสู่ภาวะถดถอยหรือไม่.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...