โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อว. X AIS Academy X IRIS เปิด “TARI” ดัชนีวัดความพร้อม AI ตั้งเป้า 5,000 องค์กรร่วมประเมินปีแรก

TODAY Bizview

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TODAY

ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และกำลังคน โดย AI กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ แม้หลายองค์กรจะเริ่มนำ AI มาประยุกต์ใช้แล้ว

แต่ความท้าทายในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่การเข้าถึงเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว หากแต่อยู่ที่ความพร้อมขององค์กรในการนำ AI ไปใช้ให้เกิดผลลัพธ์จริง ทั้งด้านบุคลากร ทักษะ ข้อมูล กระบวนการทำงาน ธรรมาภิบาล และวัฒนธรรมองค์กร

ด้วยเหตุนี้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) จึงร่วมกับ AIS Academy และ IRIS Consulting เปิดตัว Thailand AI Readiness Index (TARI) ดัชนีประเมินความพร้อมด้าน AI สำหรับองค์กรไทย

เพื่อให้องค์กรสามารถประเมินศักยภาพของตนเอง ค้นหาช่องว่างที่ต้องพัฒนา และวางแผนการนำ AI ไปใช้ได้อย่างเหมาะสม พร้อมเปิดให้ภาคธุรกิจจากหลากหลายอุตสาหกรรมเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนากรอบการประเมิน รวมถึงสร้างฐานข้อมูลเปรียบเทียบระดับประเทศ เพื่อสะท้อนภาพรวมความพร้อมด้าน AI ขององค์กรไทยในอนาคต

‘ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์’ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีใหม่ แต่กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม นวัตกรรม

และกำลังคนของประเทศ การที่องค์กรไทยสามารถนำ AI ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

“TARI จึงมีบทบาทในการช่วยให้เห็นภาพรวมว่าองค์กรไทยมีความพร้อมด้าน AI อยู่ในระดับใด ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นฐานสำคัญสำหรับภาครัฐในการออกแบบนโยบายและมาตรการสนับสนุนที่เหมาะสม ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถวางแผนการลงทุนและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจยุค AI ได้อย่างเป็นระบบ”

ด้าน ‘กานติมา เลอเลิศยุติธรรม’ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร AIS กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญของการเข้าสู่เศรษฐกิจยุค AI ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนเพียงรูปแบบการทำงาน

แต่กำลังเปลี่ยนวิธีการแข่งขันขององค์กรและประเทศ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า AI จะเข้ามาแทนที่ใคร แต่คือองค์กรจะเตรียมความพร้อมอย่างไร เพื่อให้คนสามารถใช้ AI สร้างผลิตภาพและสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้

“ความท้าทายของหลายองค์กรในวันนี้ไม่ใช่การขาดเทคโนโลยี แต่คือการไม่รู้ว่าตนเองพร้อมมากน้อยเพียงใด ควรเริ่มต้นจากจุดไหน และจะนำ AI ไปสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างไร”

เธอกล่าวว่า จากประสบการณ์ของ AIS ในการขับเคลื่อน AI Transformation ภายในองค์กร ทั้งการพัฒนา AI Literacy การยกระดับทักษะของบุคลากรทุกระดับ การประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และการพัฒนาบริการสำหรับลูกค้าองค์กร ทำให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ AI ไม่ได้เริ่มจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการเข้าใจความพร้อมขององค์กร ทั้งด้านบุคลากร ข้อมูล กระบวนการทำงาน และวัฒนธรรมองค์กร

“ด้วยแนวคิด ‘ภารกิจคิดเผื่อ’ AIS จึงร่วมกับพันธมิตรพัฒนา TARI ให้เป็นเครื่องมือกลางที่ช่วยให้องค์กรประเมินความพร้อม มองเห็นช่องว่าง และกำหนดทิศทางการนำ AI ไปใช้ได้อย่างเหมาะสม เพราะในอนาคตการแข่งขันอาจไม่ได้วัดกันว่าใครมี AI มากกว่า แต่ใครสามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า”

ด้าน ‘ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์’ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กล่าวว่า ความท้าทายสำคัญของการกำหนดนโยบายด้าน AI คือการมีข้อมูลที่สะท้อนสถานะจริงขององค์กรไทย

ปัจจุบันข้อมูลเกี่ยวกับความพร้อมในการนำ AI ไปใช้ยังมีอยู่กระจัดกระจาย ทำให้ยากต่อการมองเห็นภาพรวมของแต่ละอุตสาหกรรม

“TARI จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นกรอบการประเมินร่วมที่ช่วยให้ทุกภาคส่วนมองเห็นระดับความพร้อมด้าน AI ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดย สอวช. จะนำข้อมูลภาพรวมที่ได้ไปใช้วิเคราะห์และออกแบบมาตรการสนับสนุนให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละอุตสาหกรรม พร้อมกำกับดูแลข้อมูลอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์กรที่เข้าร่วม”

‘บริวัฒน์ ปิ่นประดับ’ ประธานกรรมการ บริษัท ไอริส คอนซัลติ้ง กล่าวว่า จากการทำงานร่วมกับองค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรม พบว่าหลายองค์กรมีความตั้งใจที่จะนำ AI มาใช้ แต่ยังไม่มั่นใจว่าควรเริ่มต้นจากการลงทุนด้านใดก่อน

ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาบุคลากร การจัดการข้อมูล หรือการปรับกระบวนการทำงาน ขณะที่บางองค์กรแม้จะเริ่มมีโครงการ AI แล้ว แต่ยังไม่สามารถเชื่อมโยงให้เกิดผลลัพธ์ในระดับองค์กรได้อย่างชัดเจน

“ก่อนจะกำหนด Roadmap การนำ AI มาใช้ องค์กรจำเป็นต้องเข้าใจระดับความพร้อมของตนเองเสียก่อน นี่คือเหตุผลที่การมีเครื่องมือประเมินมาตรฐานกลางมีความสำคัญ”

เขากล่าวว่า TARI เกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ผู้กำหนดนโยบาย และภาคธุรกิจ เพื่อร่วมกันออกแบบกรอบการประเมินที่สะท้อนความพร้อมขององค์กรไทย และสามารถนำผลไปใช้วางแผนพัฒนาได้จริง

โดยตั้งเป้าให้ TARI เป็นทั้งดัชนีประเมินและกรอบการพัฒนาที่ช่วยให้องค์กรเห็นทิศทางการยกระดับศักยภาพของตนเอง พร้อมสร้างมาตรฐานกลางด้าน AI Readiness ของประเทศไทย

ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว TARI ถูกออกแบบให้เป็นกลไกการประเมินความพร้อมด้าน AI ทั้งในระดับองค์กร ระดับสายงาน และระดับบุคลากร ครอบคลุมตั้งแต่วิสัยทัศน์และกลยุทธ์ของผู้บริหาร ความพร้อมด้านข้อมูล เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน กระบวนการทำงาน การนำ AI ไปประยุกต์ใช้ ตลอดจนความรู้และทักษะของบุคลากร

[ การประเมินแบ่งออกเป็น 8 มิติ ]

  • กลยุทธ์และภาวะผู้นำด้าน AI
  • การจัดการข้อมูล
  • เทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน
  • บุคลากรและทักษะด้าน AI
  • ธรรมาภิบาลและการบริหารความเสี่ยง
  • การประยุกต์ใช้ AI และการสร้างคุณค่าทางธุรกิจ
  • วัฒนธรรมองค์กรและการบริหารการเปลี่ยนแปลง
  • การนำ AI ไปใช้จริงและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

TARI จะขับเคลื่อนผ่าน 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ Measure เพื่อประเมินระดับความพร้อมขององค์กรและระบุจุดแข็งกับประเด็นที่ควรพัฒนา Benchmark เพื่อเปรียบเทียบผลการประเมินกับอุตสาหกรรมและภาพรวมระดับประเทศ

ช่วยกำหนดลำดับความสำคัญของการพัฒนาและการลงทุน และ Activate เพื่อนำผลการประเมินไปสู่แผนปฏิบัติ ทั้งการพัฒนาบุคลากร การปรับกระบวนการทำงาน การเลือกใช้เทคโนโลยี และการสร้างระบบนิเวศด้าน AI ที่เหมาะสมกับแต่ละองค์กร

ปัจจุบันมีองค์กรชั้นนำจากหลายอุตสาหกรรมกว่า 40 แห่ง อยู่ระหว่างพิจารณาเข้าร่วมเป็นกลุ่มผู้บุกเบิกในการพัฒนา TARI ก่อนขยายผลไปยังผู้ประกอบการ SMEs ธุรกิจในห่วงโซ่อุปทาน และองค์กรภาคส่วนอื่นๆ

โดยตั้งเป้าหมายให้องค์กรเข้าร่วมการประเมินอย่างน้อย 5,000 องค์กรภายในปีแรก และมากกว่า 20,000 องค์กรในระยะต่อไป เพื่อสร้างฐานข้อมูลด้าน AI Readiness ของประเทศ และใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการยกระดับศักยภาพขององค์กรไทยในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...