Gen X - Gen Y ลงทะเบียนคึกคัก ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ปิดยอด 2.6 ล้านคน
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” มีประชาชนลงทะเบียน 26.04 ล้านราย สะท้อนการตอบรับเชิงบวกต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและลดค่าครองชีพของรัฐบาล ขณะที่ร้านค้าทั่วประเทศตอบรับเข้าร่วมโครงการอย่างคึกคัก เพื่อร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลัง
ขณะที่ร้านค้าใหม่ยังสามารถลงทะเบียนได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 และเริ่มรับสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ส่วนที่ร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส และผ่านการอนุมัติแล้ว สามารถกดรับข้อตกลงและเงื่อนไขผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ทันที
ทั้งนี้กระทรวงการคลังได้สรุปสถิติการลงทะเบียนของโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” จากโควตาสิทธิทั้งหมดของโครงการที่ตั้งเป้าไว้ 30 ล้านราย ล่าสุดมีประชาชนเข้ามาลงทะเบียนในระบบผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" แล้วทั้งสิ้น 26,524,940 ราย จากการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น มีผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จได้รับสิทธิแล้วถึง 26,040,623 ราย (คิดเป็นร้อยละ 86.8 ของสิทธิทั้งหมด) โดยแบ่งเป็น กลุ่มผู้เคยเข้าร่วมโครงการเดิม (คนละครึ่ง พลัส): จำนวน 18,900,479 ราย (คิดเป็น 73%) และกลุ่มผู้ลงทะเบียนรายใหม่: จำนวน 7,140,144 ราย (คิดเป็น 27%) โดยมีผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติจำนวน 484,317 ราย
นอกจากนี้พบว่าผู้ลงทะเบียนสัดส่วนเพศหญิงมากกว่าเพศชาย อยู่ที่ 56% (14.6 ล้านคน) ต่อ 44% (11.5 ล้านคน) ขณะที่กลุ่มอายุที่ตื่นตัวและลงทะเบียนมากที่สุดคือ กลุ่มช่วงอายุ 31-40 ปี และ 41-50 ปี ซึ่งมีสัดส่วนเท่ากันที่ร้อยละ 21 รองลงมาคือกลุ่มอายุ 18-20 ปี และ 51-60 ปี (ร้อยละ 18) ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป มีจำนวนราว 4.2 ล้านคน
ด้านยอดลงทะเบียนในส่วนของผู้ประกอบการ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" มียอดรวมสะสมอยู่ที่ 1,046,878 ร้านค้า แบ่งเป็นร้านค้าเดิมจากบัญชี Whitelist (คนละครึ่ง พลัส) จำนวน 977,296 ร้านค้า และมีร้านค้าหน้าใหม่สมัครเพิ่มอีก 69,582 ร้านค้า โดยภาพรวมร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว (1,042,717 ราย) ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม บุคคลธรรมดา สูงถึง 1,039,274 ราย
ประเภทกิจการที่ผ่านเกณฑ์ 3 อันดับแรก ได้แก่ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม: 595,139 ราย ร้านค้าทั่วไปและอื่นๆ: 274,334 ราย ร้านธงฟ้า: 160,702 ราย
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มกิจการขนส่งสาธารณะและขนส่งมวลชนเข้าร่วมรวมกันกว่า 1,921 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนขับรถแท็กซี่ (Taxi) และรถจักรยานยนต์สาธารณะ
สำหรับพื้นที่แยกภูมิภาคที่มีการลงทะเบียน พบว่าภูมิภาคที่มีการลงทะเบียนร้านค้ามากที่สุด คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สูงถึง 203,407 ร้านค้า (19%) ตามมาด้วย กรุงเทพมหานคร 156,144 ร้านค้า (15%) และปริมณฑล 153,028 ร้านค้า (15%) โดย 5 จังหวัดที่มีจำนวนร้านค้าลงทะเบียนสูงสุด ประกอบด้วย1.กรุงเทพมหานคร 156,144 ร้านค้า (15%) 2.ชลบุรี 50,056 ร้านค้า (5%) 3. สมุทรปราการ 41,389 ร้านค้า (4%) 4. นนทบุรี 37,835 ร้านค้า (4%) และ 5.ปทุมธานี 37,159 ร้านค้า (4%)
อย่างไรก็ดีโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย คาดว่าจะช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจช่วงกลางปีนี้ได้อย่างมหาศาล
น.ส.รัชดา กล่าวว่า กระทรวงการคลังเตรียมเปิดใช้งาน AI “นกกระซิบ” ผู้ช่วยอัจฉริยะบนแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อเพิ่มทักษะการค้าขายยุคดิจิทัล (Upskill) ช่วยผู้ประกอบการรายย่อยวิเคราะห์ยอดขาย บริหารสต๊อกสินค้า และประเมินสุขภาพทางการเงิน เพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบ และต่อยอดธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต ถือเป็น “พลัส” ที่รัฐบาลเพิ่มเข้ามา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กและรายย่อยสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการ