โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ชลประทานอุตรดิตถ์ถกแผนบริหารน้ำคลองส่งน้ำสายใหญ่ ฝายคลองตรอน 12,000 ไร่ รับมือเอลนีโญ

สยามรัฐ

อัพเดต 16 มิ.ย. เวลา 12.57 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. เวลา 12.16 น.

โครงการชลประทานอุตรดิตถ์จัดประชุมบริหารจัดการน้ำคลองส่งน้ำสายใหญ่ กม.14+200 ฝายคลองตรอน ร่วมกับหน่วยงานเกษตรในพื้นที่ เพื่อวางแผนส่งน้ำแบบรอบเวรครอบคลุมพื้นที่ชลประทานกว่า 12,000 ไร่ พร้อมส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อยทดแทนตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อรับมือเอลนีโญและป้องกันผลกระทบต่อผลผลิตเกษตรกร

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ห้องประชุมโครงการชลประทานอุตรดิตถ์ นายพฤกษ์ เรืองไวทย ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอุตรดิตถ์ พร้อมด้วย เป็นประธานการประชุมการบริหารจัดการน้ำของคลองส่งน้ำสายใหญ่ กม. 14 + 200 ฝายคลองตรอนและการปลูกพืชทดแทนตามข้อสั่งการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช) โดยมีนายเมธี วุฒิเจริญ หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม นายดิลกยศ ปานะดิษฐ์ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฯ ประกอบด้วย เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุตรดิตถ์, เกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์, สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดอุตรดิตถ์ นายกบริหารส่วนตำบลทองแสนขัน, นายกบริหารส่วนตำบลป่าคาย และสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดอุตรดิตถ์ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งนี้ เพื่อวางแผนบริหารจัดการน้ำแบบรอบเวร โดยเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบของกลุ่มผู้ใช้น้ำ เนื่องจากเป็นการส่งน้ำโดยระบบสูบน้ำ จากลำน้ำมืดเข้าสู่คลองส่งน้ำและเป็นการส่งน้ำท้ายฤดูการเพาะปลูก สำหรับพื้นที่ชลประทานประมาณ 12,000 ไร่ และ โครงการชลประทานอุตรดิตถ์ ได้ร่วมกับหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาเสนอแนะแนวทางการปลูกพืชทดแทนหรือพืชใช้น้ำน้อย เพื่อลดความเสี่ยงในกรณีของน้ำต้นทุนมีไม่เพียงพอที่อาจจะเกิดขึ้นจากปรกฎการเอลนินโญ ซึ่งจะทำให้ผลผลิตเสียหายได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...