กกร.หั่นเป้า GDP ปี'69 เหลือโต 1.2-1.6% ห่วงตะวันออกกลางยืดเยื้อ ดันพลังงานแพง
กกร.ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 โตเพียง 1.2-1.6% ลดจากกรอบเดิม หลังวิกฤตตะวันออกกลางยืดเยื้อกดดันราคาพลังงาน-ต้นทุนวัตถุดิบ ขณะที่ไตรมาส 1 GDP โต 2.8% แต่ยังจำกัดในบางภาคส่วน พร้อมเรียกร้องรัฐเร่งแก้ขาดแคลนแรงงานต่างด้าว และขอบคุณรัฐบาลตั้งคณะกรรมการประสานงานต้านทุจริต
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2569 โดยมี ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายวรกฤต จารุวงค์ภัค เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย เข้าร่วม ณ ห้อง 802 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
กกร.ประเมินว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 3 และยังไม่เห็นจุดสิ้นสุด ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย โดยช่องแคบฮอร์มุซยังไม่สามารถกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีต้องใช้เวลาในการซ่อมแซม ส่งผลให้ความกังวลต่อความเสียหายทางกายภาพ หรือ Physical Damage ยังกดดันให้ราคาพลังงานอยู่ในระดับสูง
ทั้งนี้ ผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจจากปัญหาสินค้าขาดแคลนเริ่มปรากฏในภาคการบิน โดยกระทบต่อนักท่องเที่ยวที่โดยสารผ่านเที่ยวบินจากตะวันออกกลางมายังประเทศไทย
สำหรับเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1 ปี 2569 ขยายตัว 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่การเติบโตยังจำกัดอยู่ในบางภาคส่วน โดยมีแรงหนุนจากการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวดี การเร่งเบิกจ่ายของภาครัฐ และภาคส่งออกที่เติบโตสูงจากสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ตามกระแสโลก
กกร.ระบุว่า สินค้ากลุ่มเทคโนโลยีขยายตัวกว่า 45% และเป็นการขยายตัวต่อเนื่อง 12 ไตรมาส อย่างไรก็ตาม การส่งออกยังมีลักษณะกระจุกตัวสูง และยังไม่ได้ส่งผลดีไปยังภาคการผลิตอย่างทั่วถึง
จากความเสี่ยงดังกล่าว กกร.ประเมินว่า GDP ไทยปี 2569 จะขยายตัวในช่วง 1.2-1.6% ลดลงจากกรอบประเมินเดิมช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2569 ที่คาดว่าจะโต 1.6-2.0% ขณะที่การส่งออกยังคงประเมินไว้ที่ติดลบ 1.5% ถึงติดลบ 0.5% ส่วนเงินเฟ้อปรับขึ้นมาอยู่ในกรอบ 2.0-3.0% จากเดิม 0.2-0.7%
ทั้งนี้ กรอบประมาณการของ กกร.ตั้งอยู่บนสมมติฐานสำคัญ ได้แก่ ราคาน้ำมันดิบเบรนต์เฉลี่ยราว 90.3 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปี 2569 ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศลอยตัว และกรณีเงินเฟ้อกรอบล่างที่ 2.0% คาดว่ามีการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงครึ่งหนึ่งจากที่จัดเก็บในปัจจุบัน
กกร.ระบุว่า เศรษฐกิจระยะข้างหน้ายังมีความท้าทายสูง จำเป็นต้องติดตามผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อราคาวัตถุดิบ และปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบของภาคธุรกิจ ซึ่งอาจพัฒนาเป็นปัญหาระลอกใหม่
ขณะเดียวกันประเทศไทยควรเร่งลงทุนปรับโครงสร้างด้านพลังงาน เพิ่มการผลิตพลังงานหมุนเวียน ลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซ รวมถึงเร่งลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพภายใต้แนวทาง Reinvent Thailand เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า
นอกจากนี้ กกร.เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นอย่างเร่งด่วน โดยการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวต้องคำนึงถึงทั้งมิติความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมอย่างสมดุล
กกร.เห็นว่าจากสถานการณ์ปัจจุบันที่หลายภาคธุรกิจเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจกระทบต่อภาคการผลิต การส่งออก และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รัฐบาลควรเร่งดำเนินมาตรการทั้งระยะสั้นและระยะกลางอย่างเป็นรูปธรรม
ในระยะเร่งด่วน กกร.เสนอให้ต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวที่พำนักและทำงานอยู่ในประเทศไทย เพื่อป้องกันไม่ให้กำลังแรงงานจำนวนมากหายไปจากระบบทันที ขณะเดียวกัน ภาครัฐควรเร่งจัดทำแผนบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวทุกสัญชาติอย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับความต้องการของภาคเศรษฐกิจในระยะยาว
ทั้งนี้ กกร.เตรียมนำเสนอข้อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อพิจารณาเร่งรัดมาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว
กกร.ยังขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ที่มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 โดยเห็นว่าเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการขับเคลื่อนการต่อต้านคอร์รัปชั่นของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม และแสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการสร้างความโปร่งใส เสริมธรรมาภิบาล และยกระดับความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและประชาชน
กกร.เห็นว่า การมีคณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน จะช่วยผลักดันการแก้ไขปัญหาทุจริตได้อย่างบูรณาการ ครอบคลุมทั้งการปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ กระบวนการอนุญาตภาครัฐ ตลอดจนการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มความโปร่งใส ลดดุลพินิจ และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ
มาตรการดังกล่าวจะเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลของประเทศไทย และสนับสนุนเป้าหมายการเข้าเป็นสมาชิก OECD ในอนาคต
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กกร.หั่นเป้า GDP ปี’69 เหลือโต 1.2-1.6% ห่วงตะวันออกกลางยืดเยื้อ ดันพลังงานแพง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net