โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ศุภจี เผย "ปุ๋ยคนละครึ่ง" มาแน่ จับมือเอกชน ช่วยลดภาระเกษตรกร

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
รัฐบาลเตรียมเปิดโครงการ “ปุ๋ยคนละครึ่ง” ควบคู่ปุ๋ยธงเขียว หลังสถานการณ์ซัพพลายคลี่คลายและราคาปุ๋ยโลกเริ่มปรับลดลง เพื่อช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรไทย สถานการณ์ปุ๋ยโลกตึงเครียดลดลง

"ศุภจี" ผนึกเอกชน แจ้งสถานการณ์ปุ๋ยคลี่คลาย หลังเรือขนส่งที่ติดค้างเริ่มเดินทางได้ตามปกติ เดินหน้าเจรจาอิหร่าน-รัสเซียหนุนซัพพลายเต็มที่ มั่นใจทิศทางราคาตลาดโลกเริ่มปรับลดลงแล้ว ลุยมาตรการ ‘ปุ๋ยธงเขียว’ จ่อคลอด ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ ช่วยลดภาระเกษตรกรไทย

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายเทพวิทย์ เตียวสุรัตน์กุล อุปนายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย นายกองเอก เปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช นายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจเกษตรไทย และนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ร่วมกันแถลงถึงสถานการณ์การบริหารจัดการปุ๋ย

นางศุภจีกล่าวว่า รัฐบาลในฐานะทีมประเทศไทยได้ติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด แม้จะยังมีความไม่แน่นอนเรื่องการยุติสงคราม แต่ยืนยันว่าจะควบคุมทั้งปริมาณไม่ให้ขาดแคลนและดูแลราคาให้เหมาะสม ล่าสุดได้รับข่าวดีว่าเรือขนส่งปุ๋ย 5 ลำที่เคยติดอยู่ในช่องแคบ สามารถประสานจนหลุดออกมาได้แล้ว 2 ลำ และอีก 1 ลำ มีการปรับเส้นทางขนถ่ายสินค้าทางบกเพื่อลงเรือที่ทะเลแดงมุ่งหน้าสู่ประเทศไทย ทำให้สถานการณ์ซัพพลายเริ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินโครงการ "ไทยช่วยไทย ปุ๋ยธงเขียว" เพื่อลดภาระต้นทุนให้เกษตรกร โดยตั้งเป้ากระจายไป 40 จังหวัด ปัจจุบันทำแล้ว 6 จังหวัด และจะทำต่อเนื่องไปจนถึงเดือน สิงหาคม 2569 นี้ ส่วนในด้านการควบคุมราคา กรมการค้าภายในได้ดำเนินคดีกับผู้ขายปุ๋ยเกินราคาไปแล้วกว่า 1,640 ราย และขอให้เกษตรกรแจ้งเบาะแสหากพบการเอาเปรียบ

นางศุภจี ระบุว่า “สำหรับแผนระยะยาว รัฐบาลได้เตรียมโครงการปุ๋ยคนละครึ่งและเมล็ดพันธุ์คนละครึ่งโดยจะสนับสนุนเงินกู้ผ่าน ธ.ก.ส.ครึ่งหนึ่ง เพื่อให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยได้ตรงตามสภาพดินและเพิ่มผลผลิตให้ตรงความต้องการตลาด อีกทั้งยังมีการเจรจากับประเทศมิตรไมตรีอย่างจีนและรัสเซียเพื่อเป็นแหล่งนำเข้าสำรองหากเส้นทางปกติมีปัญหา”

ข่าวดี เรือขนปุ๋ยผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้แล้ว

นายเทพวิทย์ เตียวสุรัตน์กุล อุปนายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย กล่าวว่า สถานการณ์ขาดแคลนปุ๋ยในตลาดโลกเริ่มคลี่คลาย โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียที่เคยขาดหายไปในช่วง 3 เดือนก่อนหน้า (มีนาคม-พฤษภาคม 2569) เริ่มมีการนำเข้าจากแถบตะวันออกกลางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้แล้ว

ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตในซาอุดีอาระเบียได้ปรับแผนขนส่งทางรถบรรทุกจากฝั่งตะวันออกไปยังท่าเรือทะเลแดงเพื่อส่งมาไทยอย่างต่อเนื่อง

สำหรับแนวโน้มราคาเริ่มอ่อนตัวลง โดยเฉพาะกลุ่มไนโตรเจนและยูเรีย ส่วนสูตร NP และ NPK ราคาหยุดนิ่งและมีโอกาสปรับลดลงในอนาคตอันใกล้ อย่างไรก็ตาม ราคาในประเทศจะค่อยๆ ทยอยปรับลงตามต้นทุนจริงคล้ายกับสถานการณ์ราคาน้ำมัน แต่อาจไม่ลดลงทันทีเนื่องจากยังมีสต็อกต้นทุนเดิมอยู่ แต่ยืนยันว่าจะไม่ปรับขึ้นราคาแน่นอน

ขณะที่นายกองเอก เปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช นายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจเกษตรไทย กล่าวถึงความคืบหน้าด้านการเจรจาระหว่างประเทศว่า รัฐบาลอิหร่านยืนยันพร้อมสนับสนุนปุ๋ยยูเรียให้ไทย และได้รับข้อมูลว่าจะไม่คิดค่าธรรมเนียมพิเศษหรือ หัวคิว สำหรับเรือที่จะเดินทางมายังประเทศไทย

เช่นเดียวกับทางรัสเซียที่พร้อมให้ความร่วมมือในการซื้อขายปุ๋ยเคมีกับไทยในฐานะมิตรประเทศ ขอให้เกษตรกรอย่าตื่นตระหนกและมั่นใจได้ว่าปุ๋ยจะไม่ขาดแคลนแน่นอน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่สินค้าเกษตรไทย เช่น ข้าว มียอดส่งออกและราคาพุ่งสูงขึ้น ช่วยสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นให้กับเกษตรกรและช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ

ทิศทางราคาปุ๋ยยูเรียลดลง

สำหรับนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า จากข้อมูลสถิติราคาว่า หากเปรียบเทียบกับช่วงก่อนเกิดสงคราม ปุ๋ยยูเรียมีการปรับขึ้นสูงสุดเฉลี่ยประมาณ 60% ส่วนปุ๋ยฟอสเฟตปรับขึ้นเฉลี่ย 20% และโพแทสเซียมปรับขึ้นเพียง 0.2% ปัจจุบันราคายูเรียมีทิศทางปรับลดลงชัดเจนที่สุด

ทั้งนี้ กรมฯ มีการติดตามสต็อกปุ๋ยจากผู้ประกอบการทุก 15 วัน ยืนยันว่าปัจจุบันมีปุ๋ยทุกสูตรเพียงพอจำหน่าย อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือสื่อมวลชนไม่ลงรายละเอียดจำนวนสต็อกเชิงลึก เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลบางกลุ่มฉวยโอกาสกักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไรจนเกิดราคาเทียมขึ้นในตลาด

ซึ่งกรมฯ จะทำงานร่วมกับคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) และสมาคมต่างๆ เพื่อดูแลให้ราคาขายปลีกสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงอย่างเป็นธรรมต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...