อิหร่านหั่น ราคาน้ำมันดิบ ง้อจีนทันที หลังการปิดล้อมฮอร์มุซยุติลง
อิหร่านง้อตลาดจีน หั่น ราคาน้ำมันดิบ ชนิดเบาต่ำราคาเบรนท์ ถึง 2.50 - 5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สำหรับกำหนดส่งมอบจีนในเดือน ก.ค.นี้ หลังมาตรการปิดล้อมยุติลงจากข้อตกลงสันติภาพ
วันที่ 22 มิถุนายน 2569 - สำนักข่าว bloomberg รายงานว่า ตลาดน้ำมันดิบโลกเผชิญแรงกดดันด้านอุปทานครั้งใหม่ หลังกลุ่มผู้ค้าและตัวกลางเดินหน้าปรับลดส่วนลด ราคาน้ำมันดิบของอิหร่านที่ส่งมอบให้แก่ประเทศจีนลงอย่างรุนแรง ภายหลังสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเริ่มต้นระบายน้ำมันดิบหลายล้านบาร์เรลออกสู่ตลาดโลก ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการบรรลุข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวร่วมกับสหรัฐอเมริกา
แหล่งข่าวเชิงลึกจากภาคการค้าน้ำมันดิบ เปิดเผยว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบทันที ของน้ำมันดิบชนิดเบาของอิหร่าน สำหรับกำหนดส่งมอบในเดือนกรกฎาคม ถูกเสนอขายโดยมีส่วนลดต่ำกว่าราคาน้ำมันดิบอ้างอิงเกณฑ์มาตรฐานเบรนท์ ถึง 2.50 ถึง 5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นการดิ่งลงอย่างรุนแรงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนการบรรลุข้อตกลง ซึ่งมีส่วนลดอยู่ที่ประมาณ 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเท่านั้น
ข้อมูลการติดตามเรือขนส่งสินค้าจาก Bloomberg สะท้อนให้เห็นว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันดิบอย่างน้อย 11 ลำ ซึ่งบรรทุกน้ำมันดิบรวมกันกว่า 20 ล้านบาร์เรล ได้เดินทางออกจากท่าเรือชาบาฮาร์ของอิหร่านในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้น อิหร่านยังได้กลับมาดำเนินการขนถ่ายน้ำมัน ณ เกาะคาร์ก ซึ่งเป็นสถานีส่งออกหลักของประเทศอีกครั้ง หลังจากต้องหยุดชะงักไปนานร่วม 6 สัปดาห์ภายใต้มาตรการปิดล้อมทางทะเลของกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งได้รับการปลดล็อกแล้วภายใต้ข้อตกลงสันติภาพฉบับนี้
สภาวการณ์ดังกล่าวถือเป็นการพลิกฟื้นของอุปทานอย่างก้าวกระโดดจากช่วงหลายสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งเป็นช่วงที่มาตรการคว่ำบาตรตัดขาดเตหะรานออกจากตลาดพลังงานโลก และส่งผลให้ประเทศต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนรายรับในคลังอย่างรุนแรง
แม้ว่าปริมาณน้ำมันดิบจะทะลักเข้าสู่ตลาด ทว่าความต้องการซื้อจากกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันอิสระของจีน หรือที่รู้จักในนาม "โรงกลั่นทีพ็อต" ยังคงอยู่ในภาวะซบเซา เนื่องจากโรงกลั่นเหล่านี้กำลังเผชิญกับผลประกอบการที่ขาดทุนสะสมและการถูกจำกัดอัตราการกลั่น
นอกจากนี้ ตลาดจีนยังมีความระมัดระวังในการส่งคำสั่งซื้อมากขึ้น หลังจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อบริษัทในเครือของ เฮงลี่ ปิโตรเคมีคอล จากข้อกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับการจัดซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่าน แม้ทางบริษัทจะปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวก็ตาม
โดยพฤตินัยแล้ว จีนถือเป็นผู้รับซื้อน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน โดยคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 90% ของยอดการส่งออกทั้งหมด ผ่านการใช้กลไกทางเลือกด้านการเงินและการขนส่งเพื่อหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร อย่างไรก็ดี ในเชิงตัวเลขทางสถิติอย่างเป็นทางการ จีนไม่มีการนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่านเลยนับตั้งแต่ปี 2022 เนื่องจากสินค้ามักถูกเปลี่ยนป้ายชื่อและสัญชาติ ให้เป็นน้ำมันดิบจากประเทศมาเลเซียในระหว่างการขนส่ง
สถาบันวิเคราะห์ข้อมูลพลังงาน Kpler ระบุว่า ปัจจุบันยังมีน้ำมันดิบของอิหร่านอีกกว่า 121 ล้านบาร์เรลที่ยังคงค้างอยู่บนเรือบรรทุกน้ำมันในบริเวณอ่าวเปอร์เซียและน่านน้ำอื่น ๆ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5% จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่จะมีการลงนามข้อตกลงสันติภาพ โดยปริมาณน้ำมันดิบราว 1 ใน 4 ของจำนวนนี้ กำลังลอยลำรออยู่บริเวณชายฝั่งของจีนและบริเวณช่องแคบสิงคโปร์ เพื่อรอการระบายออกสู่ตลาดต่อไป
อ้างอิง : www.bloomberg.com