โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

PTG ฟอร์มแกร่งติดอันดับ “Fortune Southeast Asia 500” 3 ปีซ้อนยืนหยัด Top 50 ภูมิภาค

สยามรัฐ

อัพเดต 9 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ตอกย้ำศักยภาพระดับภูมิภาค หลังได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน Fortune Southeast Asia 500 ปี 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยอยู่ในอันดับที่ 49 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งยังติดอันดับที่ 5 ในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก (Retailing) ของภูมิภาค จากการจัดอันดับโดยนิตยสาร Fortune ซึ่งอ้างอิงจากรายได้ปี 2568

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) เปิดเผยว่า การได้รับการจัดอันดับใน Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งของ PTG ในระดับภูมิภาค ตลอดจนความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจที่เชื่อมโยงธุรกิจน้ำมัน ธุรกิจ Non-Oil ฐานสมาชิก Max Card และแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้าด้วยกัน เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม และ บริษัทฯ จะเดินหน้าสร้างการเติบโตบนพื้นฐานของความแข็งแกร่งทางธุรกิจ ควบคู่กับการดำเนินงานภายใต้กรอบ ESG เพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน คู่ค้า ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มในระยะยาว

การยืนหยัดใน Top 50 ของภูมิภาคต่อเนื่อง และการถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก สะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของพอร์ตธุรกิจที่มีความสมดุลและมีคุณภาพมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ Non-Oil ที่นำโดยธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทย ซึ่งยังคงขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในระยะถัดไป

การจัดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 คัดเลือกบริษัทที่มีรายได้สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพิจารณาจากรายได้ในปีบัญชีล่าสุด ซึ่งในปีนี้นับเป็นการจัดอันดับครั้งที่ 3 รวบรวมบริษัทชั้นนำจาก 7 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา

การติดอันดับในเวทีสากลครั้งนี้ ตอกย้ำทิศทางและวิสัยทัศน์ของ PTG ในการพัฒนาระบบนิเวศที่เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ บริการ สมาชิก และพันธมิตรทางธุรกิจเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มโอกาสให้คนไทยเข้าถึงการใช้ชีวิตที่ "อยู่ดี มีสุข" ผ่านเครือข่ายบริการที่ครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการในชีวิตประจำวัน อย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...