รัฐบาลยัน 'ไทยช่วยไทยพลัส' ลุยต่อแม้ศาลรับคำร้อง พ.ร.ก.กู้เงิน ยันยึดความมั่นคง ศก.
รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายยัน “ไทยช่วยไทยพลัส” เดินหน้าต่อหลังศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง ‘พ.ร.ก.กู้เงิน‘ มั่นใจคำชี้แจง รัฐบาลยึดความจริงตามรัฐธรรมนูญ-ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จะกระทบการผลักดันนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลหรือไม่ ว่าหากศาลรัฐธรรมนูญไม่มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ว่าให้ยุติหรือชะลอ กระบวนการก็ต้องดำเนินไปตามปกติ เพราะกฎหมายมีผลบังคับแล้ว
และรัฐบาลยืนยันว่ามีเหตุผลความจำเป็นจริง ๆ และมีความจำเป็นที่จะต้องรักษาสถานะความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ หากไม่ทำก็ไม่รู้ว่าจะเสนอ พ.ร.ก.ดังกล่าวทำไม
เมื่อถามว่าแนวทางการต่อสู้ของรัฐบาลที่จะต้องส่งสำเนาเอกสารหลักฐานภายใน 7 วัน จะทำอย่างไร
นายปกรณ์กล่าวว่า ชี้แจงตามความเป็นจริง ตัวเลขการเงินการคลังของสำนักงบประมาณ ของกระทรวงการคลังที่เคยเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประกอบการวินิจฉัยเป็นอย่างไร ก็จะนำข้อมูลเหล่านั้นไปเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีประเด็นปัญหาอะไร
เมื่อถามว่าจะใช้กฎหมายตามรัฐธรรมนูญ’60 มาต่อสู้ด้วยหรือไม่ ว่าศาลจะวินิจฉัยเฉพาะเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ไม่ได้นำเรื่องความจำเป็นเร่งด่วนมาพิจารณาด้วยหรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ไม่ต้องต่อสู้อะไร
เมื่อถามย้ำว่า นายปกรณ์จะไปชี้แจงเอง หรือจะทำเป็นลายลักษณ์อักษร นายปกรณ์กล่าวว่ายังไม่มีอะไร หากศาลมีคำสั่งให้ทำคำชี้แจงก็จะทำคำชี้แจงไป แต่ถ้าศาลเรียกให้ไปชี้แจงก็จะไปชี้แจง ไม่มีอะไร
เมื่อถามว่าคำร้องของพรรคประชาชนระบุว่างบประมาณส่วนหลัง 2 แสนล้านบาทไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยครึ่งเดียวได้หรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่าไม่ก้าวล่วงคำวินิจฉัยศาล แต่เคยพูดว่าเงินกู้ก้อนนี้คือเงินกู้ก้อนเดียวแต่สองวัตถุประสงค์ ซึ่งทั้งสองต้องดำเนินเกื้อกูลไปด้วยกัน
ทั้งการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน และการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานของประเทศ เพื่อให้ประชาชนลดการพึ่งพาพลังงานจากภาครัฐ เป็นการลดค่าไฟของประชาชน เป็นเรื่องเดียวกันที่ต้องทำไปพร้อมกัน ไม่ได้แยกว่าต้องทำอันนี้ไปก่อน แล้วไปทำอันนั้นทีหลัง มันไม่ใช่ การกู้เงินทุกครั้งที่ผ่านมาเป็นแบบนี้
เมื่อถามว่านายปกรณ์จะเป็นเจ้าภาพหลักในการสู้คดีของรัฐบาลหรือไม่ ได้มีการพูดคุยกันหรือยัง นายปกรณ์กล่าวว่ายังไม่ได้คุย พรุ่งนี้ (19 พ.ค.) จะเสนอแนวทางในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาว่าจะเป็นอย่างไร แต่โดยปกติ ครม.จะมอบหมายให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ รวมถึงคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อส่งและประสานข้อมูล ทำคำชี้แจงไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องปกติที่ทำมาทุกครั้ง
เมื่อถามว่าเรื่องดังกล่าวจะกระทบกับวงเงินที่จะใช้ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งกำลังจะเข้า ครม.หรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่าไม่ได้กระทบอะไร เพราะกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว ก็เดินหน้าปกติ
เมื่อถามว่าแนวทางคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หากออกมาเป็นลบ ที่สุดจะเป็นอย่างไร นายปกรณ์กล่าวว่าผมไม่กล้าเดา แต่ตามปกติในทางคดีคือ 1.ยกคำร้องหรือยกฟ้อง 2.มีมติว่าชอบหรือไม่ชอบ ทั้งนี้ ผมไม่ขอก้าวล่วงคำวินิจฉัยของศาล เราจะให้ข้อมูลกับศาลอย่างตรงไปตรงมามากที่สุด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รัฐบาลยัน ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ลุยต่อแม้ศาลรับคำร้อง พ.ร.ก.กู้เงิน ยันยึดความมั่นคง ศก.
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net