WELL ผ่านฉลุยตรวจเข้ม RDF ดันกำไรผงาด 446.9%
#WELL #ทันหุ้น – WELL ผ่านการตรวจสอบเข้ม ทั้งระบบประมาณราคา เสนองาน การส่งมอบงาน และการรับเงิน เพื่อให้มีคุณสมบัติกลับมาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ขณะที่ผลงานไตรมาส 1/2569 เติบโตแรงมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 446.9% รายได้เพิ่ม 68.1% สะท้อนการขยายธุรกิจหลัก RDF ชี้ความต้องการใช้พุ่ง ประหยัดต้นทุนมากกว่าถ่านหินที่ราคาปรับตัวสูงขึ้น
นายสุธี เหลืองรัตนเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวล แมเนจเม้นท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WELL ประกอบธุรกิจให้เช่าสินทรัพย์ ให้บริการงานทางด้านIT Solutions และธุรกิจผลิตและขายเชื้อเพลิงแข็งจากสิ่งปฏิกูล เปิดเผยว่า บริษัทได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการให้มีคุณสมบัติเพื่อกลับมาซื้อขาย (Resume Stage) ในการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ ครั้งที่ 3/2569 ที่ประชุมกันเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 มีวาระพิจารณาอนุมัติรายงานการตรวจสอบระบบประมาณราคา เสนองาน การส่งมอบงาน และการรับเงิน ซึ่งบริษัทได้รับการเข้าตรวจระหว่างวันที่ 26 มกราคม – 6 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่ามีกระบวนการควบคุมภายในตามควร และระบบขายเชื้อเพลิงขยะ (RDF) และการรับเงิน
ขณะที่การเข้าตรวจระหว่างวันที่ 2 – 13 มีนาคม 2569 พบว่ามีกระบวนการควบคุมภายในที่เพียงพอ โดยผู้ตรวจสอบภายในจาก บริษัท ตรวจสอบภายใน ธรรมนิติ จำกัด
ทั้งนี้ตลาดหลักทรัพย์ได้แจ้งขยายเวลาได้พิจารณา ขยายเวลา Resume Stage ให้จนถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2570
@ผลงานโตแรง
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่9.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น446.9% YoY เนื่องจากรายได้มีการเติบโตที่สูงกว่าต้นทุน และค่าใช้จ่าย โดยมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม77.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.1% YoY สะท้อนการขยายตัวต่อเนื่องของธุรกิจหลัก
รายได้หลักยังมาจากธุรกิจผลิตเชื้อเพลิงคิดเป็น 67.4%, ธุรกิจจำหน่ายยานพาหนะคิดเป็น 28.5%, ธุรกิจประกอบยานพาหนะเพื่อเช่ามีรายได้ คิดเป็น 2.3% และธุรกิจให้บริการด้านไอทีมีรายได้ 1.44 ล้าน คิดเป็น 1.9% ขณะที่อัตรากำไรสุทธิจึงเพิ่มขึ้นเป็น 11.9% จาก 3.6%
@รับอานิสงส์ราคาถ่านหินพุ่ง
ทั้งนี้ธุรกิจผลิตเชื้อเพลิงมีรายได้ 52.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.9% QoQ เป็นผลมาจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น โดยบริษัทมีกำลังการผลิตเชื้อเพลิงขยะ (RDF3) เฉลี่ย321 ตันต่อวัน เพิ่มขึ้น8.9% QoQ อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 80% จากเดิมที่ใช้ 78.9% สะท้อนการใช้กำลังการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทั้งนี้อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงขยะ(RDF) และโรงไฟฟ้าขยะ(WTE) ได้รับปัจจัยบวกจากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ดังนั้นเมื่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ราคาถ่านหินจะสูงตาม ส่งผลดีโดยตรงต่อราคา RDF ในโรงงานปูนซีเมนต์ ซึ่งโรงงานปูนที่ใช้ RDF ทดแทนถ่านหิน จะประหยัดต้นทุนเชื้อเพลิงได้มาก
นอกจากนี้ด้านปัจจัยภายในประเทศ โดยไทยได้เริ่มเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ โดยมีการเร่งพัฒนาโครงการ WTE ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร เช่น โครงการอ่อนนุชและหนองแขม ซึ่งมีขนาดรองรับขยะประมาณ 500–1,000 ตันต่อวันต่อโครงการ ส่งผลให้ความต้องการใช้RDF ในระบบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
@ส่งมอบงานประกอบรถใหม่
ในส่วนธุรกิจประกอบยานพาหนะเพื่อจำหน่ายมีรายได้ 22.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น67.1% QoQ ส่วนธุรกิจประกอบยานพาหนะเพื่อเช่ามีรายได้ 1.76 ล้านบาท ขณะที่บริษัทได้ลงทุนเพิ่มจำนวนรถบรรทุกเป็น 12 คัน จากเดิม9 คัน ในไตรมาส 1/2569 แต่ยังไม่ได้รับรู้รายได้ค่าเช่าในไตรมาสนี้
ซึ่งส่งมอบไปแล้ว 2 โครงการมูลค่า รวม22.56 ล้านบาท เหลืออีก 1 โครงการ ที่มีมูลค่า1.8 ล้านบาท โดยมีกำหนดสิ้นสุดในไตรมาส 3/2569 อีกทั้งธุรกิจการให้บริการด้านไอทีมีรายได้ 1.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 320.1% สะท้อนการดำเนินงานที่มีมาร์จิ้นดีขึ้น