โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฟางเส้นสุดท้ายขาด! “ทราย สก๊อต” เปิดหน้าทวงคืนความยุติธรรม ลั่นไม่ได้กลัวตายแต่สู้เพื่อมีชีวิตอยู่ต่อ

tvpoolonline.com

อัพเดต 18 พ.ค. เวลา 19.30 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. เวลา 12.30 น. • TV Pool

วันที่ 18 พ.ค.2569 “ทราย สก๊อต” นักอนุรักษ์ชื่อดัง เปิดใจหลังจากออกมาเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตนเอง โดยได้เปิดใจให้สัมภาษณ์ หลัฃจบรายการโหนกระแส

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ในความยุติธรรมที่ทรายอยากได้ มันต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง” ?

ทราย สก๊อต:“คือเรื่องที่ดินอ่ะ มัน มันเป็นเรื่องเล็กน้อยถ้าเกิดเทียบกับสิ่งทีเวลาที่เราเสียไปครับ ไม่ใช่แค่แบบสิ่งที่พี่ชายที่ทำนะ แต่มันคือ 20 ปีของชีวิตเราอ่ะ มันคือทุกความสุขที่เราขาด มันไม่มีอะไรที่มันสามารถมาแทนความรักจากครอบครัวได้ครับ แต่ในเมื่อในวันนี้สิ่งนั้นมันไม่มีวันเกิดแล้ว เราก็ควรได้ความยุติธรรม ไม่ว่ามันจะเป็นการยกฟ้อง หรือมันเป็นการชดเชยอะไรนั้นนะครับ จากเรื่องนี้ ทรายจะได้ไปทำหน้าที่ของเราต่อ ก็คือเป็นนักอนุรักษ์ที่ทุกคนรู้จัก แล้วอย่างที่พพูดบรรยากาศเมื่อกี้ว่า ไม่อยากให้มันเป็นเรื่องที่เป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว เรื่องแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องของส่วนตัวภายในครอบครัว ถ้าเกิดคุณเป็นมนุษย์แล้วคุณมีใจ มันเป็นเรื่องของคุณหมดครับ เด็กทุกคนอ่ะเค้าต้องการความช่วยเหลือนะครับ ถ้าเกิดเค้าออกมาพูดอ่ะ มันแสดงว่าคนในครอบครัวช่วยเหลือไม่ได้แล้วครับ เราไม่สามารถมองว่าเด็กคนนี้มันเป็นความรับผิดชอบของครอบครัวนี้ เพราะว่ามันเป็นเรื่องภายในครอบครัว ไม่ใช่ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะทำความดีแล้วก็เห็นแล้วแก้ไขในสิ่งที่ไม่ยุติธรรม ในฐานะที่เราเป็นมนุษย์ ไม่ต้องเป็นญาติ ไม่ต้องเป็นครอบครัวกันก็ได้ครับ มนุษย์ทุกคนมีหัวใจนะ

ตอนนี้ทางฝั่งตรงข้าม ได้มีการออกมาขอโทษ คุณทรายรู้สึกยังไงบ้าง”

ทราย สก๊อต:“เค้าไม่ใช่คนที่ก่อสร้างเรื่องนี้ขึ้นมานะครับ ทรายไม่ได้มีความคิดเห็นมากกับสิ่งที่เขาพูด เพราะทรายคิดว่าเรื่องใหญ่ๆ ก็อยู่ที่ตัวพี่ชายแล้วครับ

ทางเค้าหรือใครได้มีการติดต่อหรือมาเพื่ออยากจะมาขอโทษ เป็นการส่วนตัวมั้ยคะตอนนี้ ?

ทราย สก๊อต : มันมี คนในครอบครัวบางคนที่ทรายยังไม่ได้บล็อกใน Line นะครับ แต่คือการที่เราบล็อกเค้าก็ไม่ได้หมายความว่าเค้าติดต่อเราไม่ได้ เพราะพวกเขาทุกคนมีเลขาหมดครับ ภาษาคนรวยเนาะ เเค้ามีผู้ช่วย ยังไม่มีผู้ช่วยคนไหนติดต่อมานะครับ

แล้วตอนนี้ทรายถือว่ารอมั้ยครับ สำหรับในการที่มาพูดคุยกับพวกฝั่งตรงข้าม ?

ทราย สก๊อต:“ก็ควรต้องคุยนะครับ ควรทำเป็นตัวอย่างให้สังคมเห็นครับ อือ ว่าเค้ามีใจที่จะแก้ไขเรื่องพวกนี้อ่ะครับ”

อย่างน้าทรายเองก็ออกมาโพสต์หรืออะไรอย่างเงี้ยค่ะ ?

ทราย สก๊อต:“น้าคนนั้นเค้าไม่เคยช่วยลายทรายเลยครับ เค้าเป็นคนกดดัน ให้เซ็นมอบสิทธิ์ที่ดินให้กับคุณแม่ด้วยซ้ำนะครับ บางทีเรื่องของทรัพย์สินกับชื่อเสียงมันมีน้ำหนักมากกว่าชีวิตของเด็กคนหนึ่ง

การออกมาหาความยุติธรรมของทรายเอง มีคนที่ช่วยเหลือทรายบ้างมั้ยอ่ะ?

ทราย สก๊อต:“ตอนนี้ทุกคนก็ช่วยทรายอยู่นะครับ แค่ส่งกำลังใจให้ทราย มันก็ มันเป็นพลังที่มันมหาศาลครับ แล้วก็มีคนในชีวิตส่วนตัวที่คอยติดต่ออะไรมาอยู่ครับ

สามารถทำให้สิ่งที่ต้องการหรือว่าเป้าหมายที่ทรายต้องการมัน มันเป็นจริงได้มั้ย กับความช่วยเหลือนั้น ?

ทราย สก๊อต:เราก็ต้องดูว่าหัวใจพวกเค้าอ่ะ มันอาจจะไม่ได้มีใจใหญ่พอที่จะรักเรา แต่เค้ามีใจพอที่จะให้ความยุติธรรมมั้ยครับ

หลายๆ คนจะมีคำถามว่า ทำไมถึงออกมาพูดช่วงนี้?

ทราย สก๊อต:มันเป็นช่วงที่เราพร้อมครับ เรื่องนี้จริงๆ นะ มันออกมาเมื่อไหร่ก็ได้ครับ มันจะไม่มีจังหวะที่ดีสำหรับเรื่องนี้ครับ เพราะมันเป็นเรื่องที่ไม่ดีครับ ถ้าเกิดผมออกมาพูดปีที่แล้ว คนก็ยังออกมาถามนะ มันไม่มีจังหวะที่เพอร์เฟกต์ครับ เพราะเรื่องมันไม่ได้เพอร์เฟกต์“

“มันมีสิ่งที่กังวลมั้ย” ?

ทราย สก๊อต:“ผมไม่กลัวตายนะครับ เอาความเป็นจริงสิ่งที่พวกเค้าทำกับผม ผมถือว่าผมตายหลายรอบแล้วครับ เรื่องนี้มันคือการสู้เพื่อมีชีวิตอยู่ต่อมากกว่าครับ

ทรายขอถามเรื่องที่เมื่อกี้ทรายพูดเรื่องแบบว่า มีคนรู้ในครอบครัวที่เคยแบบไปปรึกษา”

ทราย สก๊อต:“มีแชทครับ ขอทุกคนเลยครับ ไม่ใช่แค่แบบคนที่อยู่ในองค์กรสายของคุณตาทรายนะครับ แต่พี่ต๊อด ทรายก็เคยขอความช่วยเหลือ คุณพ่อเค้า ลุงสันติ ทรายก็เลยเคยขอความช่วยเหลือ น้าหนุ่ย อะไร ทุกคนทรายขอความช่วยเหลือหมดเลยครับ แต่มันคง รู้สึกว่าชีวิตของเด็กคนนึงมันคงไม่สำคัญมากครับ

ความคาดหวังในตอนนั้นกับการขอช่วยเหลือ จากเค้าคืออะไรบ้าง ?

แค่อยากมีผู้ใหญ่คนนึงที่จะพา ออกมาจากสถานการณ์เนี้ยครับ เขาเห็นมาตั้งแต่เด็กว่าครอบครัวเราไม่ใช่เซฟโซน เราก็เลยลองดูว่าญาติๆ ที่อยู่ข้างนอกครอบครัวเราอ่ะ จะเป็นเซฟโซนให้เราได้มั้ย แต่คำตอบก็คือไม่ เรียนรู้แล้ววันนี้เราเป็นเซฟโซนให้ตัวเองได้คนเดียวครับ”

อย่างคนรอบข้าง เค้ารู้มั้ยว่าทรายถูกให้ออกจากบ้านอย่างเดียว หรือทราบเรื่องเรื่องอะไรต่างๆ ?

ทราย สก๊อต:“รู้หมด เค้ารู้จากทรายเอง ใช่ครับ ทรายมีแคปหน้าจอที่ทรายส่งข้อความขอความช่วยเหลือตลอดระยะ 3-4 ปีที่ผ่านมาหมดครับ ตอนที่ทรายไม่มีบ้านอยู่ ตอนที่ทรายต้องไปอยู่ภาคใต้ ขนาดตอนปีที่แล้วที่เป็นข่าวเรื่องสิ่งแวดล้อมอ่ะฮะ คือไม่มีใครออฟเฟอร์กำลังใจอะไรให้เลยนะฮะ ทรายออกมารับมือเองคนเดียวฮะ

คำตอบของเขาคืออะไร ในเรื่องที่ขอความช่วยเหลือไป ?

ทราย สก๊อต:ให้ไปขอโทษแม่ หรือคิดถึงตระกูลประมาณนั้นนะครับ ก็คือทุกคนบอกเหมือนกัน”

แล้วในฝั่งแม่มีฟีดแบคมามั้ย หลังหลังจากที่ทรายขอความช่วยเหลือคนอื่นๆ แล้ว ปลายทางของเรื่องนี้ทรายคิดว่าจะไปจบที่ไหน ?

ทราย สก๊อต:มันต้องมีความยุติธรรมครับ

ที่ผ่านมามีสักครั้งที่คุณแม่สู้เพื่อเรา ?

ไม่ ! วันที่เขาจ้างพี่เลี้ยงที่ข่มขืนทรายกลับมาทำงานที่บ้านนะครับ เพื่อจะไล่เราออกจากบ้านอ่ะ เป็นวันที่ยากที่สุดในชีวิตทราย มันเหมือนเราโดนข่มขืนอีกรอบนึงอ่ะครับ แล้วตลอดที่ผ่านมาการที่เขาปกป้องพี่ชาย เอาเค้าไปอยู่ในบ้านที่จริงๆ แล้วเรามีสิทธิ์ที่จะอยู่ด้วย แต่เรากลับเสียเพราะว่าเค้าอยากปกป้องพี่ชายเรา มันเป็นความทำร้าย เด็กคนนึงที่มันยิ่ง มัน มันโหดร้ายมากอ่ะครับ คือนอกจากการที่ทรายเค้าทำร้ายเราอ่ะ เรามีความรู้สึกว่าแบบเราโดนทอดทิ้งอ่ะ เราโดนโยนทิ้งในสายตาของเค้าเราเป็นของที่ไม่มีค่าครับ แต่ทุกครั้งที่ทรายได้ทำงานออกมาเจอคนทั่วไปอ่ะ มันเตือนให้ทราย มีสติว่าทรายมีค่าครับ ทุกครั้งที่ทรายว่ายน้ำ ทรายรู้สึกว่าทรายมีค่าครับ เลยเป็นความแปลกของชีวิตทรายแล้วครับ”

“ทรายได้คุยกับทางโน้นอีกมั้ยคะ ตั้งแต่ออกมาพูด ?

ทราย สก๊อต:“ไม่ครับ วันนั้นผมพยายามนัดไปคุยกับผู้ใหญ่ที่องค์กร แล้วเค้าตอบมาว่าเค้าให้เวลาให้ผมแค่ 30 นาทีครับ แล้วผมว่าถ้าเกิดมันเป็นรูปแบบเนี้ย มันไม่มีใจให้กันฮะ”

วันนี้ค่ะ ถ้าหลังจากที่ออกรายการไปแล้ว ทางฝั่งนู้น อยากจะโทรมาเคลียร์ พร้อมไหม ?

ทรายสก๊อต : พร้อมให้เลขาติดต่อมาคุยกันนอกรอบ

จริงๆ หลังจากที่ออกรายการ คิดไหมว่าสถานการณ์มันอาจจะยิ่งไปกันใหญ่

ทรายสก๊อต : สิ่งที่มันเกิดขึ้นมันไม่ใช่ความผิดของผมครับ เค้าทำความผิดแล้วเค้านึกว่าสักวันนึงมันจะไม่ออกมาสู่สาธารณชน เค้านึกว่าสิ่งที่ทำในห้องมืดจะไม่ออกมาเจอแสงครับ นั่นคือความหวังของทุกคนที่ทำ ชอบทำร้ายคนอื่นครับ แต่วันเนี้ยสิ่งที่ผมพูดแล้วอ่ะ ผมเอามันออกมาในแสงครับ ผมไม่ใช่เหยื่อของใครแล้ว ผมไม่เก็บความลับให้กับคนที่เป็นคนทำร้ายเรา ไม่ว่าเขาจะเจอผลกระทบอะไร มันคือสิ่งที่เค้าพูดแล้ว แล้วผมไม่เคยอ้างอิงหรือว่าใครเลยครับ ทุกอย่างที่ผมพูดมันคือการกระทำครับ จริงๆ แล้ว

วันนี้พี่ทรายอยากคุยกับใครมากที่สุด ระหว่างพี่ชาย แม่”

ทราย สก๊อต:อยากคุยกับคนที่จะสามารถทวงความยุติธรรมให้เรื่องนี้ได้ครับ ทรายเองไม่มีอะไรที่จะพูดกับ 2 คนนั้นแล้วจริงๆ แล้ว แต่ต้อง มันต้องมีคนอื่นในองค์กรในตระกูลที่ออกมาช่วย ที่จะคืนความยุติธรรมให้เรา จะได้แยกทางกันได้แบบเสร็จจริงๆ ครับ ตอนนี้คือสิ่งทีทรายรู้สึกว่าตัวเองเดินออกแล้ว เราก็ต้องได้ความยุติธรรมในการเดินออกมาด้วย แล้วก็แยกให้มันจบครับ ต่างคนต่างใช้ชีวิตคือสิ่งที่ดีที่สุด

ในมุมที่คุณทรายมองอ่ะค่ะ ว่าในฐานะที่คุณแม่ก็รู้เรื่องราวมาตลอด คุณทรายพยายามส่งสัญญาณ ส่งทรายไปตลอด ทำไมคุณแม่ถึงไม่ยอมรับฟังในมุมของลูกชายที่เจอปัญหา ?

ทราย สก๊อต:“ผมคิดไม่ออกเลยอ่ะ มันคือคำถามที่เด็กทุกคนเค้าก็อยากถามนะว่าแบบทำไม ทำไมเรารู้สึกว่าแม่ไม่รักเรา หรือแม่ทำไมทำร้ายเรา ผมต้องให้สังคมตอบให้ผมละ ผมไม่มีวันรู้เรื่องนี้ครับ ครับ”

ถามถึงเรื่องคดีอะไรอย่างเงี้ย ต้องมีการไปขึ้นศาล หรืออะไรยังไงอีกบ้างไหม ?

ทราย สก๊อต:ผมขึ้นศาลรอบนึงแล้วครับ แล้ววันนั้นฝ่ายคุณแม่ก็ไม่ได้มา ซึ่งขอบอกว่ามันเป็นอะไรที่หดหู่มากเลยที่เราต้องนั่งในศาล แล้วก็รู้ว่าแม่เราเป็นคนทำกับเราแบบเนี้ยครับ แต่ก็ เดี๋ยวมีนัดศาลอีกรอบนึงอ่ะครับ วันที่ 10 มิถุนายนครับ ถ้าเกิดเรื่องนี้ไม่จบก็เราคงต้องไปเจอกันในศาลนะครับ แล้วมันคงมีความลับอื่นๆ ออกมาเยอะแล้ว เพราะว่าเรื่องเนี้ยมัน มันพวงไปกับทุกคนในครอบครัวทรายครับ มันยังมีหลักฐานอีกตั้งเยอะ ข้อมูลอีกตั้งเยอะที่มันจะต้องออกมาครับ”

คิดว่าทางคู่กรณีมีโอกาสมั้ย ที่เขาจะมาเคลียร์กับเรามั้ย ?

ทราย สก๊อต:เดาไม่ออกเลย

อันนี้คือเคสที่คุณแม่ฟ้อง?

ทรายสก๊อต : ใช่ครับ แต่ทุกคนอ่ะอาจจะไม่รู้ว่าคุณแม่เขาใส่ชื่อพี่ชายเป็นพยานนะครับ ในคดีที่ฟ้องเราอ่ะ แต่เขาก็รู้แหละว่าเค้าจะได้ที่ดินด้วยทถ้าเกิดเขาชนะครับ การฟ้องร้อง เริ่มตั้งแต่ต้นปีนี้ครับ

นอกจากแชทแล้วก็คลิปเสียง ยังมีหลักฐานอะไรอีกมั้ย ?

ทรายสก๊อต : เอกสารสำหรับเรื่องที่เล่าให้ทุกคนฟังอ่ะ จะมีหลักฐานที่อยู่กับเรื่องทั้งหมดครับ

อย่างในเรื่องคลิปเสียงที่ทรายปล่อยออกมา จริงๆ ในส่วนนี้เราจะมีการดำเนินการในเรื่องของกฎหมายกับ พี่ชายเปล่า ?

ทราย สก๊อต:ดูก่อนว่ามันจบยังไงครับ แต่ทรายรู้สึกว่าคลิปที่ทรายปล่อยมันเป็นแค่ 4 นาทีเองครับ คลิปจริงๆ มัน 20 นาทีครับ

จะมีโอกาสปล่อยมาสาธารณะมั้ยคะ หรือว่ารอเงื่อนไขอะไร ?

ทราย สก๊อต:ตอบไม่ได้ตอนนี้ครับ

แล้วเค้ารู้มั้ยว่ายังมีชีวิตอีก ?

ทราย สก๊อต:“ก็ตอนนี้ทรายว่าเค้ารู้แล้วนะครับ ตอนแรกเค้า ทรายก็บอกเค้าแล้วนะว่าทรายมีคลิปอะไรนู่นนี่ เค้าก็ทำท่าเหมือนเค้าไม่สนครับ อ๋อ เค้าคงไม่ได้ยิน ณ ตอนนั้นอ่ะ”

แต่เหมือนมีการตั้งข้อสังเกตว่ามีคลิปมากกว่าคลิปเสียง 20 นาทีตรงนั้นอีกด้วย ?

ทราย สก๊อต:มันมีคลิปเสียงคนอื่นด้วยครับ พี่ชายไม่ใช่คนเดียวที่กดดันหรือข่มขู่เราในครอบครัวนะครับ กว่าที่ทรายจะมาต้องแบบมาถึงจุดเนี้ย มันมีญาติๆ ป้าๆ น้าๆ คนอื่นด้วยที่กดดันเราครับ ทุกอย่างบางทีมันเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินสำหรับพวกเค้านะครับ”

“มีการปรึกษาทนายความของฝั่งทรายเองด้วย ส่วนใหญ่เป็นคดียังไงบ้างที่แบบต้องการที่จะขอความช่วยเหลือจากทนาย” ?

ทราย สก๊อต:บางทีทรายมองว่าการใช้กฎหมายในการข่มขู่คนอื่นนะครับ มันเป็นเครื่องมือของคนที่ไม่ได้แข็งแรงจริงครับ แล้วก็ไม่สามารถยืนด้วยความจริงที่มันถูกต้อง คิดว่าถ้าเกิดเค้าเป็นคนที่จริงใจจริงๆ อ่ะ สามารถคุยได้นอกรอบครับ แต่ถ้าเกิดเขาจะเล่นกฎหมายแบบเนี้ย เหมือนใช้กฎหมายกดดันคนอื่นนะ มันก็แสดงให้สาธารณชนเห็นว่าเค้าใช้เครื่องมือเพื่อจะข่มขู่ แล้วก็ทำร้ายทรายต่อครับ”

ทรายมีแนวโน้มที่จะฟ้องไปด้วยมั้ยครับ ?

ทราย สก๊อต:ขอดูความรู้สึกก่อน ตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปได้หมด ผู้ชายคนนั้นเค้าไม่ควรเดินออกมาที่จะสามารถเจอเด็กคนอื่นได้ครับ เพราะว่านี่คือความโรคจิตด้วยครับ คือเราไม่อยากให้เค้าได้เจอเด็กคนอื่น มันคือคนที่ต้องไม่ได้อยู่ในพื้นที่สังคมครับ”

ฟางเส้นสุดท้ายคืออะไร?

ทราย สก๊อต:การฟ้องคดี ความลับที่เราเก็บไว้เพื่อจะปกป้องครอบครัว เค้าไม่ได้มีเจตนาที่จะปกป้องเราเลย พี่ชายเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ช่วยแม่ฟ้องคดี รู้สึกแล้วว่าถ้าเกิดเขาจะฆ่าเราทิ้งคงฆ่าได้ครับ ในความรู้สึกของเรานะ ซึ่งในวันที่ทุกอย่างที่เขาทำมา การข่มขืนคนก็คือการฆ่าคนทิ้งแล้วล่ะครับ น

มีประเด็น ยืนยันจะออกมาจากตระกูลนั้นจริงๆ แล้วเปลี่ยนนามสกุลนี้จริงๆใช่ไหม ?

ทราย สก๊อต:“ใช่ครับ เปลี่ยนเป็น ทรายสมุทรครับ ยืนยันชัดเจน คิดว่าทราย สมุทร เป็นชื่อที่ดีครับ”

ก็คือสก๊อตก็ไม่ใช้ ?

ทราย สก๊อต:“ไม่ครับ เพราะพ่อผมเป็นคนที่ไม่ใช่พ่อคนครับ แล้วนามสกุลเนี้ยผมไม่อยากเกี่ยวข้องกับเขา”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...