“ราคาทองแดง” ร่วงต่อเนื่อง 1.2% วิตกสงครามอิหร่าน-เศรษฐกิจจีนชะลอ กดดันโลหะอุตสาหกรรม
"ราคาทองแดง" ร่วงต่อเนื่อง 1.2% หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ดันราคาน้ำมันพุ่งและเพิ่มแรงกังวลเงินเฟ้อ ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจจีนอ่อนแอกว่าคาด
วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ราคาทองแดง ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง หลังความกังวลเงินเฟ้อจากสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจจีนที่อ่อนแอกว่าคาด กดดันบรรยากาศการลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์อุตสาหกรรม
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กลับมาเตือนอิหร่านอีกครั้ง ขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังห่างไกลจากการบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น
สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งเพิ่มการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางทั่วโลกอาจจำเป็นต้องเดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินต่อไป ซึ่งอาจกระทบต่อความต้องการใช้โลหะอุตสาหกรรม ผ่านการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและภาคการผลิต
ราคาทองแดงร่วงลงสูงสุด 1.2% ในการซื้อขายช่วงเช้าที่เอเชีย แตะ 13,394.50 ดอลลาร์ต่อตัน หลังจากก่อนหน้านี้ปรับตัวลดลงรวมกว่า 4% ในช่วงสองวันทำการที่ผ่านมา จากระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันพุธ
แม้ราคาทองแดงยังเพิ่มขึ้นราว 9% นับตั้งแต่ต้นปี และก่อนหน้านี้ได้แรงหนุนจากกระแสหุ้นเทคโนโลยีและ AI ทั่วโลก แต่แรงกดดันจากสงครามและภาวะการเงินตึงตัวเริ่มส่งผลต่อตลาดมากขึ้น
ตลาดพันธบัตรทั่วโลกยังเผชิญความผันผวนสูงจากภาวะชะงักงันของการเจรจาเกี่ยวกับสงครามอิหร่าน โดยแม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน แต่ทรัมป์ยังคงขู่ว่าอาจกลับมาเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศอีกครั้ง
นอกจากนี้ตลาดโลหะยังถูกกดดันเพิ่มเติม หลังข้อมูลเศรษฐกิจของจีนในเดือนล่าสุดสะท้อนสัญญาณอ่อนแอ โดยการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรหดตัวอย่างไม่คาดคิด ขณะที่ยอดค้าปลีกและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
ณ เวลา 11.18 น. ตามเวลาเซี่ยงไฮ้ ราคาทองแดงในตลาด London Metal Exchange (LME) ลดลง 0.3% อยู่ที่ 13,513 ดอลลาร์ต่อตัน ส่วนสังกะสีลดลง 0.5% และอะลูมิเนียมอ่อนตัวลงเล็กน้อย ขณะที่สัญญาแร่เหล็กในตลาดสิงคโปร์ลดลง 0.7% อยู่ที่ 108.40 ดอลลาร์ต่อตัน
อ้างอิง : bloomberg.com