โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ผลชัด! สารเสพติด ‘ยาบ้า-กัญชา’ ในคนขับรถไฟ แจ้ง 3 ข้อหาหนักรวม ‘รถเมล์-ไม้กั้น’

เดลินิวส์

อัพเดต 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 22.50 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ผกก.สน.มักกะสัน ยันพบสารเสพติดยาบ้า–กัญชา ในร่างกายคนขับรถไฟ พร้อมแจ้ง 3 ข้อหา

เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน กล่าวว่า มีการแจ้งข้อหาผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 3 คน คือ พนักงานขับรถไฟ คนขับรถเมล์ และพนักงานกั้นทางรถไฟ ในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับบาดเจ็บสาหัสและได้รับอันตรายแก่กาย และยืนยันว่าตรวจพบสารเสพติดในร่างกายของพนักงานขับรถไฟ เป็นสารประเภทแอมเฟตามีนและกัญชา โดยขณะนี้คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมข้อกฎหมายและระเบียบของการรถไฟ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาว่าการเสพสารเสพติดมีความเกี่ยวข้องหรือไม่ หากไม่มีก็จะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาแยกออกมา

“ส่วน พ.ร.บ.จราจรทางบก ไม่ได้ควบคุมรถไฟ จะสามารถเอาผิดในข้อหาเสพแล้วขับหรือไม่ คณะพนักงานสอบสวนจะต้องตรวจสอบรายละเอียดจากระเบียบที่เกี่ยวข้องของการรถไฟ ว่ามีระเบียบและข้อห้ามอย่างไรบ้าง แต่เบื้องต้นมีสารแอมเฟตามีนเป็นตัวตั้งอยู่แล้ว ส่วนประเด็นการเสพกัญชาจะมีความผิดหรือไม่ เพราะกัญชาถูกต้องตามกฎหมาย ประเด็นนี้ขอให้อยู่ในการพิจารณาของพนักงานสอบสวน ซึ่งมีการตั้งคณะทำงานร่วมกันพิจารณาความผิดต่างๆ และอาจมีอย่างอื่นประกอบเข้ามาอีก หากพบว่าเป็นความผิดชัดแจ้งก็จะมีการแจ้งข้อกล่าวหา” ผกก.มักกะสัน กล่าว

พ.ต.อ.อุรัมพร กล่าวว่า ส่วนรถที่จอดคร่อมรางรถไฟจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่ เป็นหนึ่งในประเด็นที่คณะพนักงานสอบสวนกำลังพูดคุยกัน โดยจะต้องพิสูจน์ทราบรถแต่ละคันพร้อมคนขับและเชิญมาให้ข้อมูลเพื่อเป็นพยานว่าการขับรถคร่อมทางรถไฟมีเจตนาหรือไม่และมีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร หรือไม่ โดยขณะนี้ยืนยันว่ายังไม่มีการแจ้งข้อหาใคร แต่หากพบว่าเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับเครื่องหมายทางก็จะต้องดำเนินคดีทางกฎหมาย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...