ต่อสู้เพื่อเด็ก
ผู้แทนศรีสะเกษยุคนี้ เปลี่ยนไปมาก แต่ก่อนชาวบ้านบางคนยังจำชื่อไม่ได้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นใคร แต่มาเดี๋ยวนี้เกิดมิติใหม่ กลายเป็นยุค สส.แข่งกันทำงาน
เอาว่า บทบาทของ สส.ศรีสะเกษแจ่มชัดขึ้นมาเยอะ ในสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ สส.หลายคนต่างโชว์ศักยภาพของตัวเอง เหมือนแข่งกันทำงานจนประชาชนได้ประโยชน์
ฉายแวว ฉายแสง กันไม่หยุด ทั้งกระทู้ ทั้งหารือกับสภา แต่ละสัปดาห์ เอาเป็นว่า มี สส.ศรีสะเกษจากพรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นพูดเรื่องปัญหาชาวบ้าน
อย่างสัปดาห์นี้ถึงคิว ครูอีฟ-จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล สส.ศรีสะเกษ เขต 4 อ.ขุนหาญ พรรคภูมิใจไทย ลูกพี่ลูกน้องของ หนูกวาง-ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ขวัญใจคนเมืองทุเรียนภูเขาไฟ ลุกขึ้นพูด
ครูอีฟ หยิบปัญหาเรื่องเด็กปฐมวัยหารือกับประธานสภาฯ โดยเน้นย้ำว่า “เด็กทุกคนคือ อนาคตของประเทศ”
เจ้าตัวระบุว่า ในวันที่ประเทศไทยมีเด็กเกิดใหม่เพียงปีละประมาณ 500,000 คน เราควรลงทุนกับเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียม แต่กลับยังไม่มีสวัสดิการเด็กปฐมวัยแบบถ้วนหน้า ทั้งที่ทั่วโลกยืนยันตรงกันว่า การลงทุนในเด็กเล็กคือ การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด ให้ผลตอบแทนกลับคืนทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมกลับคืนมาได้หลายเท่าตลอดช่วงชีวิตของเด็กคนนั้น
ครูอีฟ ยังเปิดข้อมูลที่ได้รับจากคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งสร้างความประหลาดใจและสะท้อนใจมากว่า ปัจจุบันประเทศไทยจ่ายเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด-6 ปี เดือนละ 600 บาท เฉพาะครอบครัวที่มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
นอกจากนี้ ยังตั้งคำถามตัวโต ดังๆ ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง เมื่อใดประเทศไทยจะมีสวัสดิการเด็กปฐมวัยแบบถ้วนหน้าโดยไม่ต้องพิสูจน์ความจน และการจ่ายสวัสดิการเด็กไม่ใช่ภาระงบประมาณ แต่คือ การลงทุนในทุนมนุษย์ที่จะสร้างผลตอบแทนกลับคืนสู่สังคมและประเทศในระยะยาว
สส.จินณ์ตวรรณ ยังเรียกร้อง ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่ประเทศไทยจะมี “สวัสดิการเด็กปฐมวัยแบบถ้วนหน้า”
เอาล่ะ ประเทศไทยได้ สส.ที่ต่อสู้เพื่อเด็กอีกคน แถมแก้ปัญหาแบบมองไปข้างหน้าหลายก้าวแล้ว.
ฌ.เฌอ