โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘สหรัฐ’ โจมตีอิหร่านรอบใหม่ หลังเตหะรานปิดช่องแคบฮอร์มุซ-โจมตีเรือพาณิชย์

The Bangkok Insight

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง สหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านรอบใหม่ หลังอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างไม่มีกำหนด พร้อมโจมตีเรือพาณิชย์ติดธงไซปรัส ขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังคงกล่าวหากันว่าเป็นผู้ละเมิดข้อตกลง

กองบัญชาการกลางสหรัฐ (เซ็นต์คอม) เปิดเผยว่า สหรัฐได้เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ หลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (ไออาร์จีซี) โจมตีเรือพาณิชย์ติดธงไซปรัสที่เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่าเป็นการโจมตีอิหร่านครั้งที่ 3 ในรอบสัปดาห์

โจมตีอิหร่านรอบใหม่

สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า ไออาร์จีซีได้ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง พร้อมระบุว่าเรือที่ถูกโจมตีได้ปิดระบบติดตาม และเบี่ยงออกจากเส้นทางเดินเรือที่ได้รับอนุญาต จึงถูกโจมตีหลังไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง

ไออาร์จีซียังเตือนว่า หากสหรัฐใช้มาตรการตอบโต้จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ อิหร่านจะตอบโต้ด้วยความรุนแรง และจะโจมตีฐานทัพแห่งใหม่ของสหรัฐในภูมิภาค

ทั้งนี้ เซ็นต์คอมระบุว่า เรือลำดังกล่าว ซึ่งชื่อว่า เอ็มวี จีเอฟเอส กาแล็กซี ได้รับความเสียหายอย่างหนักบริเวณห้องเครื่องจนไม่สามารถเดินทางต่อได้ และมีลูกเรือพลเรือนสูญหาย 1 คน

ด้านศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากหน่วยงานทหารว่า ลูกเรือต้องละทิ้งเรือ และลงเรือชูชีพ

เซ็นต์คอมระบุว่า อิหร่านได้รับโอกาสอีกครั้งในการแสดงความปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจ หลังถูกเรียกร้องให้รับผิดชอบต่อเหตุโจมตีเรือพาณิชย์ก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ปฏิบัติตาม ขณะที่นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ เผยแพร่แถลงการณ์ดังกล่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมระบุว่า "อิหร่านตัดสินใจผิด และตอนนี้ต้องชดใช้"

โจมตีอิหร่านรอบใหม่

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเรือบรรทุกสินค้าพาณิชย์ 3 ลำถูกโจมตีเมื่อต้นสัปดาห์ ขณะเดินเรือผ่านเส้นทางที่สหรัฐแนะนำในน่านน้ำโอมาน โดยอิหร่านยืนยันว่า เส้นทางที่ปลอดภัยเพียงเส้นทางเดียวคือเส้นทางผ่านน่านน้ำของอิหร่าน

เหตุโจมตีดังกล่าวนำไปสู่การโจมตีตอบโต้ของสหรัฐ ซึ่งทางการอิหร่านระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 17 คน และบาดเจ็บ 115 คน ก่อนที่อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการโจมตีพันธมิตรของสหรัฐในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย

ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ระบุว่า การโจมตีของอิหร่านหมายความว่าข้อตกลงหยุดยิงได้สิ้นสุดลงแล้ว

อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐระบุว่า การเจรจาจะยังดำเนินต่อไป โดยมีคนกลางพยายามฟื้นกระบวนการเจรจา ขณะที่สื่อสหรัฐรายงานว่า อิหร่านได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่สหรัฐว่า การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันเป็นความผิดพลาด และเกิดจากกลุ่มภายในที่ควบคุมไม่ได้

เจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่า ได้ส่งสารผ่านคนกลางเรียกร้องให้อิหร่านประกาศต่อสาธารณะว่าช่องแคบฮอร์มุซยังเปิดให้เดินเรือได้ และให้คำมั่นว่าจะยุติการยิงโจมตีเรือพาณิชย์

ขณะที่นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวหาสหรัฐว่าเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลง

การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ยังมีขึ้นหลังอยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ออกแถลงการณ์ต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รับตำแหน่ง ภายหลังอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำคนก่อน เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งเป็นวันแรกของสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอล กับอิหร่าน และได้รับการฝังศพที่เมืองมัชฮัดเมื่อวันศุกร์ (10 ก.ค.)

แถลงการณ์ที่อ่านผ่านโทรทัศน์ของรัฐระบุว่า การล้างแค้นคือ "เจตจำนงของประชาชน" พร้อมให้คำมั่นว่าจะล้างแค้นให้ผู้นำ และผู้เสียชีวิตจากสงครามทั้งสองครั้ง โดยระบุว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้ขึ้นอยู่กับการดำรงตำแหน่งของบุคคลใด

ในช่วงพิธีศพที่ผ่านมา มีชาวอิหร่านจำนวนมากถือป้ายเรียกร้องให้สังหารประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่ทรัมป์เตือนเมื่อวันเสาร์ (11 ก.ค.0 )ว่า หากมีความพยายามดังกล่าวเกิดขึ้น สหรัฐจะทำลายพื้นที่ต่าง ๆ ของอิหร่านอย่างราบคาบเพื่อตอบโต้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram:https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...