รอดเพราะปวดปัสสาวะ! 'ติ๊ก วงทศกัณฐ์' เปิดนาทีหนีตายไฟไหม้โรงเบียร์
รอดเพราะปวดปัสสาวะ! 'ติ๊ก วงทศกัณฐ์' เปิดนาทีหนีตายไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เล่านาทีเห็นคนคลานออกมา ช่วยปั๊มหัวใจเพื่อนร่วมวง ภาวนาผู้สูญหายปลอดภัย
เปิดใจทั้งน้ำตา! 'ติ๊ก-ชนะชัย' นักร้องวงทศกัณฐ์ เผยวินาทีเฉียดตายจากเหตุเพลิงไหม้ 'โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว' ยอมรับรอดชีวิตมาได้เพราะตัดสินใจลงจากเวทีเพื่อไปเข้าห้องน้ำกลางเพลง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน เพียงไม่กี่อึดใจไฟลุกท่วมลามไวใน 15 วินาที เผยนาทีระทึกคลำทางฝ่าควันออกประตูหนีไฟและช่วยปั๊มหัวใจ 'น้องบรีส' นักร้องสาวร่วมวงแต่สุดยื้อชีวิต ด้าน 'น้องบิว' มือกลองถูกชุดกลองล้อมหนีไม่ทันเจ็บสาหัส ส่วนคีย์บอร์ดยังสูญหาย เจ้าตัวตั้งข้อสังเกตต้นเพลิงอาจมาจากตู้คัตเอาต์ข้างเวที ประกอบกับเพดานร้านต่ำและตกแต่งด้วยหญ้าเทียม-พลาสติก รวมถึงโต๊ะพลาสติกที่เพิ่งเปลี่ยนใหม่ กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีทำให้ไฟลามปิดทางหนีตายอย่างรวดเร็ว
จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ใกล้เคียงซอยลาดพร้าว1 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. ทำให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมาก ทั้งนี้จากการตรวจสอบตารางการแสดงพบว่า “วงทศกัณฐ์” นั้น มีกำหนดขึ้นทำการแสดงที่ร้านในเวลาที่เกิดเหตุ
ต่อมาเฟซบุ๊ก “จักรชัย โภคสมบัติ” ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของ “ติ๊ก ชนะชัย” นักร้องวงทศกัณฐ์ ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์สุดช็อก หลังจาก “ติ๊ก” หนีรอดออกมาได้พร้อมกระโดดกอดแล้วปล่อยโฮ
ล่าสุดทีมข่าวมีโอกาสได้สัมภาษณ์พูดคุยกับ “นายติ๊ก” หรือ “นายชนะชัย ทองประเสริฐ” อายุ 30 ปี นักร้องวงทศกัณฐ์ เจ้าตัวเปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยอาการที่ยังช็อก บางช่วงก็ร้องไห้ออกมา เมื่อถามถึงสมาชิกในวงที่มีทั้งเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส โดยระบุว่า ในคืนเกิดเหตุ วงทศกัณฐ์เป็นวงที่ 2 ของค่ำคืน ขึ้นแสดงตั้งแต่เวลา 22.30 น. จนถึงเที่ยงคืน และร้านเกิดเหตุเป็นร้านแรกของวงที่เล่นในคืนนั้นด้วย
ขณะเกิดเหตุ นักร้องชายของวงมีทั้งหมด 4 คน โดยช่วงนั้นกำลังแสดงเพลง “ชาละวัน” แต่ตนเองเกิดปวดปัสสาวะอย่างหนัก จึงตัดสินใจขอหัวหน้าวงลงจากเวทีกลางเพลง ซึ่งเป็นสิ่งที่แทบไม่เคยทำมาก่อน เพราะปกติแม้จะปวดปัสสาวะก็จะพยายามอดจนจบเพลง แต่ครั้งนี้ไม่สามารถทนได้ จึงแจ้งหัวหน้าวงก่อนเดินไปเข้าห้องน้ำ ระหว่างนั้นเพื่อนร่วมวงอีก 3 คนยังอยู่บนเวทีทั้งหมด
หลังเข้าห้องน้ำเสร็จ บนเวทีกำลังจะขึ้นเพลงที่ 2 พอตนเดินออกจากห้องน้ำก็ได้ยินเสียงดังคล้ายเสียงกระจกหรือสิ่งของแตกดัง “แป๊กๆๆ” จึงหันไปถามแม่บ้านที่กำลังทำความสะอาดว่าเกิดอะไรขึ้น พร้อมถามว่า “ใครตีกัน” แต่แม่บ้านก็ตอบว่าไม่ทราบ ก่อนจะรีบวิ่งหนีออกไป
ซึ่งเมื่อออกจากห้องน้ำ “นายติ๊ก” เล่าว่า หากเลี้ยวขวาจะเป็นทางไปยังประตูหนีไฟ ซึ่งบริเวณนั้นมีโต๊ะขายลูกอมตั้งขวางอยู่ และมีเก้าอี้เรียงอยู่ประมาณ 3 ตัว ขณะนั้นแม่บ้านวิ่งนำหน้าออกไปเป็นคนที่ 4-5 หลังจากลูกค้า แต่แม่บ้านเกิดสะดุดเก้าอี้ล้ม ทำให้เก้าอี้ล้มกีดขวางทางหนีทั้งหมด ตนจึงใช้เท้าถีบเก้าอี้ออกจากทาง และให้พ้นบริเวณหน้าประตูหนีไฟ เพื่อเปิดทางหนี จากนั้นจึงรีบวิ่งออกจากประตูหนีไฟไป
นายติ๊ก เล่าว่า หลังจากตนออกมาได้ คนที่วิ่งตามออกมายังสามารถรอดชีวิต แต่เริ่มได้รับผลกระทบจากควันแล้ว เช่นเดียวกับตนที่ถูกควันพวยพุ่งออกมาปะทะ ขณะที่ผู้ที่ตามออกมาหลังจากนั้นเริ่มต้องคลานออกมาจากอาคาร
เจ้าตัวระบุว่า หลังจากออกมาได้ก็ไม่ทราบสถานการณ์ด้านในอีก เพราะมีคนออกทางประตูหนีไฟเดียวกับตนได้เพียงไม่กี่คน หลังจากนั้นไฟก็ลุกท่วมปิดทางออก ตนก็รีบวิ่งตามหาเพื่อนร่วมวง ก่อนพบว่าเพื่อนนักร้องอีกคนชื่อ “นายบุ๊ค” ซึ่งขณะนั้นกำลังร้องเพลงอยู่ สามารถหนีออกมาทางประตูหนีไฟฝั่งห้องครัวได้ โดย “นายบุ๊ค” เป็นคนที่ประกาศบนเวทีให้ทุกคนรีบวิ่งหนี แล้วหลัง “นายบุ๊ค” ออกมาได้ไม่นาน ก็เกิดเสียงระเบิดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งตนคาดว่าอาจเป็นแก๊สจากบริเวณห้องครัว
ภายหลังจากทุกคนออกมารวมตัวกัน ต่างช่วยกันแลกเปลี่ยนข้อมูลว่า แต่ละคนเห็นอะไรบ้าง เพราะตนเองอยู่ด้านหลังร้าน ส่วนผู้ที่อยู่ด้านหน้าเวทีเล่าว่า จุดเริ่มต้นของเหตุเกิดบริเวณด้านหลังมือกีตาร์ ใกล้หน้าเวที โดยมีผู้เห็นว่าก่อนเกิดเพลิง มีควันลอยออกมาจากบริเวณตู้สีขาวขนาดเล็ก ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะเป็นตู้คัตเอาต์ไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับใช้บนเวที จากนั้นเพลิงจึงเริ่มลุกลามต่อเนื่อง
นายติ๊ก ระบุว่า มือกีตาร์น่าจะสังเกตเห็นเหตุการณ์และสามารถหนีออกมาได้ทันโดยไม่ได้รับอันตราย ส่วนมือเบสได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ขณะที่ “นายบิว” มือกลองหนีไม่ทันและถูกไฟคลอกอาการสาหัส เพราะด้านหลังของมือกลองเป็นกระจก อีกทั้งมือกลองมีรูปร่างใหญ่ และชุดกลองล้อมตัวอยู่ตรงกลาง ทำให้เคลื่อนตัวออกมาได้ยาก
สำหรับ “น.ส.บรีส” ซึ่งเป็นแฟนสาวของหัวหน้าวง “นายติ๊ก” ระบุว่า ขณะเกิดเหตุ “น.ส.บรีส” น่าจะลงไปพบลูกค้าเพื่อรับทิป เนื่องจากไม่ใช่ช่วงร้องเพลงของเขา จึงไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าอยู่จุดใดภายในร้าน ซึ่งตนมาเห็นอีกทีคือตอนที่เจ้าหน้าที่นำร่างของ “น.ส.บรีส“ ออกมาทางประตูเดียวกับที่ตนใช้หลบหนี โดยสภาพร่างกายภายนอกไม่มีบาดแผล หรือร่องรอยถูกไฟไหม้แต่อย่างใด จึงคิดว่าจะรอด เจ้าหน้าที่ก็เลยช่วยกันปั๊มหัวใจ โดยมีหัวหน้าวง และคนอื่นๆ ร่วมกันช่วยเหลือ เจ้าตัวเล่าว่า มีการปั๊มหัวใจประมาณ 3 รอบ จนเหมือน “น.ส.บรีส” เริ่มมีสัญญาณหายใจ ก่อนเจ้าหน้าที่จะนำตัวขึ้นเปลไปรักษาต่อด้านหน้าร้าน แต่สุดท้ายไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ และนำร่างกลับมาวางยังจุดพักผู้เสียชีวิต
ส่วน “นายดิน” นักร้องอีกคน ช่วงแรกได้รับแจ้งว่า เสียชีวิตแล้ว แต่ต่อมามีการแจ้งว่าอย่าเพิ่งยืนยัน เนื่องจากยังไม่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้ แม้จะมีรายงานว่าพบร่างแล้วก็ตาม จึงยังคงภาวนาให้มีโอกาสรอด สำหรับ “นายกวาง” มือคีย์บอร์ด ตอนนี้เป็นบุคคลที่น่าเป็นห่วงที่สุด เพราะขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้ ไม่พบตัว และไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด
“นายติ๊ก” เล่าย้อนถึงช่วงเวลาที่ตนวิ่งหนีออกมาว่า หลังพ้นจากตัวอาคาร ตอนแรกยังงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อหันกลับไปเห็นไฟพวยพุ่งออกมาจากบริเวณห้องครัว ขณะที่ควันจำนวนมหาศาลทะลักออกจากประตูหนีไฟ และมีผู้คนทยอยคลานหนีตายออกมา ภาพดังกล่าวทำให้รู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก
เจ้าตัวยอมรับว่า ขณะนั้นไม่สามารถกลับเข้าไปช่วยใครได้ ทำได้เพียงวิ่งตามหาเพื่อนร่วมวง และคนรู้จักทั้งด้านหน้าร้านและหลังร้าน พยายามเรียกชื่อและตรวจสอบว่ามีใครสูญหายบ้างทีละคน
“นายติ๊ก” กล่าวทั้งน้ำตาว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้รู้สึกจุกในใจ เพราะมีทั้งเพื่อนร่วมงานและลูกค้าที่รู้จัก หลายคนถูกไฟไหม้จนจำสภาพแทบไม่ได้ อีกทั้งยังได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลืออยู่ตลอด แต่ไม่สามารถเข้าไปช่วยได้
เมื่อถูกถามถึงประตูหนีไฟด้านหลังร้าน “นายติ๊ก” ยืนยันว่า บริเวณดังกล่าวมีโต๊ะขายลูกอมและกระดาษทิชชูตั้งอยู่เป็นประจำ โดยโต๊ะตั้งชิดผนังห้องน้ำ ส่วนประตูหนีไฟอยู่ด้านหลังโต๊ะอีกชั้นหนึ่ง
โดยประตูดังกล่าวเป็นประตูหนีไฟ ไม่ได้ใช้เป็นทางเข้าออกปกติ แต่สามารถเปิดใช้งานได้จริง และตนเองเคยใช้ประตูนี้เข้าออกเวลาไปแต่งตัวอยู่บ่อยครั้ง โดยไม่เคยมีการล็อกหรือมีผู้ห้ามใช้ เพียงแต่ในคืนเกิดเหตุมีเก้าอี้และโต๊ะวางอยู่บริเวณหน้าประตูเท่านั้นส่วนประตูหนีไฟจุดอื่นของร้าน “นายติ๊ก” ระบุว่า ไม่เคยใช้งาน โดยปกติจะใช้เพียงประตูหน้าร้าน 2 จุด และประตูห้องครัวที่นักดนตรีใช้เข้าออก
“นายติ๊ก” ยังเล่าถึงช่วงเวลาที่อยู่ภายในห้องน้ำว่า ขณะนั้นมีผู้ใช้ห้องน้ำจำนวนมาก พร้อมยอมรับว่า หากตนเองยังอยู่ในห้องน้ำในช่วงที่ไฟลุก อาจไม่มีโอกาสรอดชีวิต เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วมาก
เจ้าตัวประเมินว่า ตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุจนเพลิงลุกลามอย่างรุนแรงใช้เวลาเพียงประมาณ 15 วินาที ทุกคนจึงต้องตัดสินใจเอาชีวิตรอดภายในเวลาอันสั้น ขณะเดียวกันผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าร้านเล่าว่า ช่วงหนึ่งไฟฟ้าดับ ทำให้ภายในร้านมืดสนิท มองอะไรแทบไม่เห็น
เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่ระบุว่ามีการกันไม่ให้ลูกค้าออกจากร้านเพื่อชำระเงินก่อน “นายติ๊ก“ กล่าวว่า ตนไม่ทราบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว แต่ยืนยันว่า ในส่วนของประตูหนีไฟด้านหลัง ไม่มีการปิดกั้นหรือห้ามใช้งาน
สำหรับบริเวณที่คาดว่าเป็นต้นเพลิง “นายติ๊ก” อธิบายว่า จุดดังกล่าวมีเพียงเครื่องดนตรี เวที และตู้ไฟฟ้าสีขาวขนาดเล็ก ไม่ได้มีสิ่งของจำนวนมาก
ส่วนเชื้อเพลิงที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว “นายติ๊ก” ตั้งข้อสังเกตว่า น่าจะมาจากวัสดุตกแต่งบริเวณเพดาน ซึ่งเป็นหญ้าเทียม ดอกไม้ และวัสดุพลาสติกที่แขวนตกแต่งอยู่เหนือเวที อีกทั้งโต๊ะภายในร้านเพิ่งเปลี่ยนจากไม้มาเป็นพลาสติก และบริเวณเหนือเวทีนักร้องมีเพดานค่อนข้างต่ำ ทำให้วัสดุตกแต่งอยู่ใกล้ศีรษะ เมื่อเกิดเพลิงจึงอาจลุกลามได้รวดเร็ว
เมื่อพูดถึงภาพที่ปรากฏในคลิป ซึ่งเจ้าตัววิ่งออกมากอด “นายเบนซ์” หรือ “นายจักรชัย” ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มทันทีนั้น เจ้าตัวเล่าว่า หลังจากช่วยปั๊มหัวใจ “น.ส.บรีส“ แล้วรู้ว่าไม่สามารถช่วยชีวิตได้ จึงรีบออกตามหาเพื่อนร่วมวง กระทั่งพบแฟนหนุ่มที่ตามมาจุดเกิดเหตุหลังทราบข่าว จึงเข้าไปกอดทันทีด้วยความรู้สึกดีใจที่ยังมีชีวิตรอด พร้อมพูดกับตัวเองว่า “รอดได้ไง”
“นายติ๊ก” ยอมรับว่า ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องมาเผชิญเหตุการณ์ลักษณะนี้ด้วยตัวเอง ทั้งที่วงทศกัณฐ์เดินสายเล่นดนตรีตามร้านเป็นประจำ และร้านแห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในร้านที่วงมาแสดงบ่อยที่สุด
ส่วนเจ้าของร้าน “นายติ๊ก” ระบุว่า เท่าที่ทราบยังมีชีวิตอยู่ โดยคืนเกิดเหตุเห็นเจ้าของร้านอยู่บริเวณหน้าร้าน กำลังช่วยจัดการสถานการณ์ และได้รับบาดเจ็บจากไฟเช่นกัน แต่หลังจากนั้นยังไม่ได้ติดต่อพูดคุยกันอีก