โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ค่ายส้มปลุกพลังประชาชนสกัด “ระบอบสีน้ำเงิน”กินรวบประเทศ “พริษฐ์”ลุกคืบยันแก้หมวด 1-2 ล็อกไม่เปลี่ยนแปลงระบอบ แง้มหั่นทิ้งวุฒิสภา ขู่กกต.ระวังเป่าคดีฮั้วเลือกสว.

THE ROOM 44 CHANNEL

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ค่ายส้มปลุกพลังประชาชนสกัด “ระบอบสีน้ำเงิน”กินรวบประเทศ “พริษฐ์” ล็อกไม่เปลี่ยนแปลงระบอบ แง้มหั่นทิ้งวุฒิสภา ขู่กกต.ระวังเป่าคดีฮั้วเลือกสว.

เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 69 นายพริษฐ์ วัชรสินธ์ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และประธานคณะวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา เตรียมล่ารายชื่อสมาชิกรัฐสภา 140 คน เพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ปมที่มาของส.ส.ร.ว่า มีการคุยกันมาตลอด โดยแยกเป็น 2 ประเด็น คือ 1.คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 18/2568 สร้างปัญหาจริง ที่ระบุว่ารัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกส.ส.ร.ได้โดยตรง ต้องย้ำว่าเป็นคำวินิจฉัยที่พรรคประชาชนไม่เห็นด้วยในเชิงหลักการ เพราะขัดต่อหลักการประชาธิปไตย และขัดต่อคำวินิจฉัยปี 64 ที่ระบุว่าประชาชนมีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ แต่เมื่อคำวินิจฉัยออกมาแล้วจึงสร้างข้อจำกัด ไม่ให้ประชาชนเลือกส.ส.ร.โดยตรง ตอนนี้สมาชิกรัฐสภาแต่ละคนตีความแตกต่างกันออกไป พรรคประชาชนจึงรับรู้ถึงความตัังใจของนายนรเศรษฐ์ เห็นด้วยว่าสามารถใช้ช่องทางนี้หารือได้ ส่วนผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ต้องลองดู ต้องบอกว่าในส่วนของสภาฯมีความพยายามขยับตรงนี้เหมือนกัน แต่เมื่อนายนรเศรษฐ์ได้เดินหน้าไปแล้ว ดังนั้นถือว่าน่าจะคืบหน้าได้มากที่สุด

นายพริษฐ์กล่าวว่า 2.สมมติสว.ยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 ต้องดูว่าสอดคล้องกับ 3 หลักการของพรรคประชาชนหรือไม่ คือ 1.สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยมีส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 2.ป้องกันการผูกขาด-กินรวบโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และ3.ไม่เพิ่มอำนาจหรือเงื่อนไขพิเศษให้สว.ชี้ขาดเนื้อหารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถ้าสอดคล้องพร้อมลงชื่อให้ เมื่อถามถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้าน ชี้ให้เห็นถึงระบอบสีน้ำเงิน เพื่อปลุกสังคมให้บีบสมาชิกรัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 นำไปสู่การมีส.ส.ร.ได้ นายพริษฐ์ตอบว่า พรรคประชาชนมีเป้าหมายมีระบบการเมืองที่ดี ยึดโยงประชาชน และกลไกตรวจสอบทำงานได้ พรรคประชาชนจึงชี้ให้สังคมเห็นชัดเจนว่า ประเทศกำลังเผชิญกับปัญหากลุ่มการเมืองหนึ่งที่พยายามจะกินรวบและเข้ามาควบคุมทุกสถาบัน ตั้งแต่รัฐบาล รัฐสภาและองค์กรอิสระ จึงเป็นหน้าที่ที่ต้องชี้ให้สังคมได้เห็น และถ้าต้องการหลุดจากปัญหานี้ได้ สิ่งสำคัญต้องการแรงสนับสนุนจากประชาชนว่าเราต้องการเดินหน้าสู่ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยต้องเดินหน้าที่ไม่ออกแบบกระบวนการให้ยังคงผูกขาดโดยกลุ่มการเมืองกลุ่มนี้อยู่ ดังนั้นจึงต้องชี้ให้สังคมเห็นถึงปัญหา และทางออกปัญหานี้ได้ ต้องมีประชาชนร่วมสนับสนุน

เมื่อถามว่าต้องเคลื่อนไหวทั้งในสภาและนอกสภาควบคู่กันไป เพื่อปลุกประชาชนมาล้อมรัฐสภาหรือกดดันสมาชิกรัฐสภาต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 เพื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายใต้กติกาที่เป็นธรรม นายพริษฐ์ตอบว่า อย่าเรียกว่ามาล้อมรัฐสภาเลย แม้กระทั้งองค์กรอิสระอื่นๆด้วยเหมือนกัน เช่น เดือนมิ.ย. คดีฮั้วสว. กกต.ตัดสินส่งศาลหรือไม่ ภายใต้กลไกที่ประชาชนเข้าชื่อตรวจสอบ เพื่อถอดถอนกกต.ตามรัฐธรรมนูญ 60 ไม่มี ดังนั้นถ้าเห็นว่ากกต.จะเป่าคดี ที่เข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หากประชาชนออกมาเรียกร้องก็เป็นแรงกดดันทำให้กกต.ต้องคำนึงถึงสายตาของประชาชนที่เฝ้ามองการทำงานของกกต.อยู่ เมื่อถามถึงจุดยืนพรรคประชาชนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 1 และหมวด2เป็นอย่างไร นายพริษฐ์ตอบว่า ประชาชนกังวลใจว่าการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบรัฐหรือระบอบการปกครองหรือไม่ เราจึงเขียนชัดไปเลยว่า “การจัดทำฉบับใหม่จะต้องไม่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบรัฐหรือระบอบการปกครอง” แบบนี้คลายข้อกังวลของสังคมได้ ในที่สุดอาจไม่จำเป็นต้องไปล็อกทุกข้อความในหมวด1 หมวด2

“บางข้อความในหมวด 1-2ไม่เกี่ยวข้องกับรูปแบบรัฐหรือระบอบการปกครอง เช่น มาตรา 1 หมวด 2 พูดถึงคำว่าสมาชิกวุฒิสภาอยู่ในนั้น สมมติในอนาคตส.ส.ร.จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตัดสินใจว่าใช้ระบบสภาเดียว ไม่ต้องมีวุฒิสภา โดยตัดคำว่าสมาชิกวุฒิสภาออก ตรงนี้ไม่เป็นการเปลี่ยนรูปแบบรัฐหรือระบอบการปกครอง แต่เป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถเลือกได้ เหมือนในหลายประเด็นที่เป็นประชาธิปไตยรัฐเดี่ยว ใช้ระบบสภาเดียว แต่ถ้าไปล็อกทุกข้อความในหมวด1-2 ก็เกิดความลั่กลั่นเชิงกฎหมาย อันนี้เราเสนอร่างไปเมื่อปลายปี 68 และสมาชิกรัฐสภาโหวตรับหลักการ แต่ในชั้นกมธ.และวาระ 2 เสียงข้างมากต้องการล็อกทุกข้อความในหมวด 1-2”นายพริษฐ์กล่าว เมื่อถามว่ามีบางฝ่ายพยายามปล่อยกระแสข่าวถึงการยึดอำนาจอีกครั้งหาก แก้ไขรัฐธรรมนูญไปแตะหมวด 1 หมวด 2 ดังนั้นพรรคประชาชนต้องล็อกขข้อความให้ชัด ป้องกันเกิดเหตุดังกล่าว นายพริษฐ์ตอบว่า ข้อเท็จจริงรัฐธรรมนูญ 40 จนถึง 50 และ60 ค้นพบว่าปรับข้อความในหมวด 1 หมวด 2 ตลอด ความจริงไม่ใช่เป็นอะไรที่แปลกใหม่ เป็นหลักการที่ปฏิบัติมาตลอด20-30 ปี ดังนั้นเมื่อสังคมกังวลเรื่องรูปแบบรัฐและระบอบการปกครอง เราก็เขียนให้ชัดไปเลย จะได้ไม่ต้องกังวล.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...