“จตุพร” ซัดเดือด! ปชน.ผนึก 2 กมธ.ถล่ม AI Passport จี้ ปปช.สอบ ลั่นคดีฮั้ว สว. เดือน ส.ค.นี้มีคำตอบ
วันที่ 19 มิ.ย.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" ระบุว่า…
ปชน.ผนึกสอง กมธ.ถล่ม AI Passport ลากลามกดดัน รมต. ส่วนปลัด ดีอี. ยืนกราน “ม่ผิด-ไม่ถอน-ไม่ปรับ” ลั่นทำถูกต้อง ท้ายื่น ปปช.สอบ ซัด กกต. หน้าที่เสื่อมเต็มทน แนะรีบชำระล้างตัวเอง คาดคดีฮั้ว สว. สิงหาเห็นผล
เมื่อ 18 มิ.ย. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า ในทางการเมือง TH-AI Passport ได้ลุกลามกดดันใส่นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจสังคม หรือ ดีอี ให้รับผิดชอบ
อย่างไรก็ตาม แรงกดดันเริ่มปรากฎเด่นชัดขึ้น เมื่อมีประชุมร่วมสองคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญ สภาผู้แทนราษฎร คือ กมธ.งบประมาณและ กมธ.กฎหมาย ซึ่ง สส.พรรคประชาชนเป็นประธานทั้งสองคณะผนึกกำลังตรวจสอบ TH-AI Passport อย่างหนักหน่วง
นายจตุพร กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่ กมธ.จะมีการประชุมร่วมกัน เพราะสถานที่ประชุมสภากว้างขวาง แต่การตรวจสอบกรณี TH-AI Passport นั้น นายพชร อนันต ปลัดกระทรวง ดีอี ยืนยันในที่ประชุม กมธ.สองคณะว่า เดินหน้าต่อ ดังนั้น น.ส.รักชนก ศรีนอก ประธาน กมธ.งบประมาณ จากพรรคประชาชน คงต้องยื่นเรื่องให้ ปปช. เข้ามาตรวจสอบโครงการนี้ ตามที่เคยประกาศไว้
อีกทั้งกล่าวว่า หลังการเซ็นสัญญาโครงการ TH-AI Passport แล้ว ถึงขณะนี้กระทรวงดีอี ยังไม่ได้จ่ายเงินสักบาทให้เอกชนที่ชนะการประมูล สิ่งสำคัญเมื่อโครงการนี้ถูกจับตาและมีข้อครหารอบทิศ แต่ปลัด ดีอี พร้อมรับผิดชอบทุกกรณีและยืนยันเดินหน้าต่อ จึงเชื่อว่า เขาคงไม่เอาอนาคตราชการมาเสี่ยงเล่น เพราะในอดีตไม่ว่าจะใหญ่แค่ไหน เป็นอดีตนายกฯ รองนายกฯ หรือรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงล้วนเคยติดคุกมาแล้วทั้งสิ้นกับกรณีทุจริตโครงการต่างๆ
ส่วนโครงการนี้จะลามถึงนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี หรือไม่ ว่า ในทางการเมืองต้องถูกจับโยงไปถึงแน่นอน แต่ รมว.ดีอี ยืนยันรับผิดชอบแค่นโยบาย ส่วนการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นโครงการของราชการรับผิดชอบ ดังนั้น ในทางคดี ปลัด ดีอี ต้องรับผิดชอบ
ส่วนกรณีการฮั้ว สว. นายจตุพร กล่าวว่า กกต.ซึ่งเริ่มเสื่อมได้ที่ ถ้าปฎิบัติงานอย่างมากด้วยข้อกังขาแล้ว คนไทยคงไม่ไว้วางใจ ยิ่ง 7 กกต.ไม่ปรากฎตัวและชี้แจงขั้อครหาย่อมยิ่งทำให้คนไทยเชื่อว่า ทำงานขาดประสิทธิภาพ ดังนั้น ประชาชนไว้วางใจ กกต.มากขึ้น
นอกจากนี้กรณีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง สส. ซึ่งถูกร้องเรียนต่อศาล รธน. ขณะที่บัตรเลือกตั้งผู้ว่า กทม.และ สก.กลับไม่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ยิ่งทำให้เกิดสงสัยการทำงานของ กกต.เพิ่มมากขึ้น
"กกต.ทั้ง 7 คนมีหน้ารับผิดชอบโดยตรง และต้องสร้างความั่นใจให้เกิดขึ้นกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ต้องยอมรับว่า การทำหน้าที่ของ กกต.ทำให้ประชาธิปไตยเสื่อมถอย ดังนั้น กกต.ต้องยกเครื่อง ชำระล้างตัวเองอย่างขนานใหญ่เหมือนกัน"
พร้อมทั้งกล่าวถึงคดีฮั้ว สว.ว่า ปลายทางอยู่ที่ศาลจะพิจารณา แต่จุดจุดเริ่มต้นทางต้องมาจาก กกต.ทั้งหมดเช่นกัน ซึ่งคาดคดีนี้จะแล้วเสร็จคงประมาณเดือนสิงหาคม ดังนั้น การทำหน้าที่อย่างถูกต้อง สุจริตจะเป็นเกราะกำบังให้ทุกฝ่าย
นายจตุพร กล่าวถึงนายกฯ จะประเมินผลงานและคาดโทษ รมต.ไม่มีผลงานว่า รัฐบาลนายอนุทิน เข้ามาได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น แต่คนทั่วไปมีความรู้สึกว่า อยู่นานถึง 3 ปี ดังนั้น การประเมินผลงาน รมต. ย่อมทำให้เกิดการแสดงผลงานให้เป็นแรงกระเพื่อมต่อประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งอาจทำให้ประชาชนพอใจเพิ่มขึ้น