โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

รฟท. ชงอีอีซีชี้ชะตา 2 ทางเลือก เคลียร์สัญญา ‘ไฮสปีด 3 สนามบิน’ ส.ค.นี้

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 29 มิถุนายน 2569 นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ว่า ขณะนี้จากการหารือร่วม 3 ฝ่าย ประกอบด้วย รฟท. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และเอกชนคู่สัญญา คือ บริษัท เอเชีย เอรา วัน (กลุ่มซีพี) ได้สรุปข้อเสนอรวม 2 ทางเลือก เพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิจารณา

สำหรับ 2 ทางเลือกดังกล่าว ประกอบด้วย แนวทางแรก คือ การแก้ไขสัญญาเป็นไปตามมติ กพอ.เดิม ซึ่งหาก กพอ.เห็นชอบตามแนวทางนี้ ก็สามารถเดินหน้าโครงการตามเงื่อนไขที่ได้หารือไว้ และเป็นไปตามร่างสัญญาที่ทางอัยการสูงสุดตรวจสอบแล้ว คาดว่าจะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติแก้ไขหลักการ และไปสู่กระบวนการลงนามแก้ไขสัญญาร่วมทุนฉบับใหม่

ขณะที่อีกหนึ่งแนวทางที่จะเสนอให้ กพอ.พิจารณา คือ แนวทางสิ้นสุดสัญญา โดยกรณีนี้จะเกิดขึ้น หาก กพอ. พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่สามารถแก้ไขสัญญาตามมติ กพอ.เดิมได้ ก็นำไปสู่กระบวนการพิจารณาเหตุแห่งการสิ้นสุดสัญญา

ทั้งนี้ รฟท.และเอกชนคู่สัญญาจะต้องกลับมาพิจารณาข้อกฎหมาย และศึกษาเงื่อนไขของสัญญาร่วมทุนอย่างละเอียด ว่าการสิ้นสุดสัญญาจะเกิดขึ้นด้วยเหตุใด และแต่ละฝ่ายต้องมีภาระหน้าที่อย่างไรตามกฎหมายร่วมทุน (PPP) ที่ผ่านมามีการลงทุนส่วนใดไปบ้าง และฝ่ายใดต้องรับผิดชอบสิ่งใดบ้าง

รับคู่สัญญาหาแหล่งเงินกู้ไม่ได้

ส่วนผลจากการเจรจากับเอกชน นายอนันต์ ยอมรับว่าเอกชนคู่สัญญาไม่สามารถหาแหล่งเงินทุนได้ เนื่องจากสถาบันการเงินขาดความเชื่อมั่นและมองว่าโครงการมีความเสี่ยงสูงเกินไป ปัจจุบันเอกชนจึงยื่นเงื่อนไขว่าหากไม่มีการแก้ไขสัญญาเดิม โครงการอาจจะไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ เป็นเหตุให้ต้องสิ้นสุดสัญญาร่วมทุน

นายอนันต์ กล่าวว่า ผลจากการหารือร่วม 3 ฝ่ายนั้น รฟท.จะนำเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท.รับทราบในการประชุมเดือน ก.ค.นี้ หลังจากนั้นจะเป็นกระบวนการเพื่อเตรียมนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม กพอ.พิจารณา ซึ่งคาดว่าขั้นตอนเหล่านี้จะใช้เวลาราว 2 เดือน จึงคาดว่าจะเสนอที่ประชุม กพอ.ได้ภายในเดือน ส.ค.นี้

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า ด้านผลกระทบที่เกิดขึ้นจากความล่าช้าของโครงการไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน หากจำเป็นต้องสิ้นสุดสัญญา รฟท.ประเมินแผนสำรองเพื่อไม่ให้กระทบต่อการบริการขนส่งทางรางเข้าสู่พื้นที่อีอีซี

เล็งหารือ สกพอ.แผนพัฒนาเมือง-ระบบขนส่งทางราง

ทั้งนี้รฟท.เตรียมหารือร่วมกับ สกพอ. ถึงแผนพัฒนาเมืองและความต้องการใช้ระบบขนส่งทางราง ซึ่งปัจจุบัน รฟท.มีรถไฟทางคู่เข้าพื้นที่อีอีซีอยู่แล้ว และสามารถทำความเร็วได้สูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดังนั้นจะทำแผนเพิ่มความถี่และปรับขบวนรถไฟให้บริการรองรับดีมานด์ที่จะเกิดขึ้น

นอกจากนี้ผลกระทบเกี่ยวกับงานก่อสร้างโครงสร้างร่วมของไฮสปีดไทยจีน สัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง รฟท.จะเสนอ ครม.เพื่อแก้มติเดิม เพื่อแยกงานก่อสร้างออกมาดำเนินการเอง โดย รฟท.จะเปิดประกวดราคาและลงทุนก่อสร้างภายใต้สัญญาโครงการไฮสปีดไทยจีน

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า เบื้องต้น รฟท.มีการออกแบบโครงสร้างไฮสปีดไทยจีนที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับไฮสปีดเชื่อมสามสนามบินอยู่แล้ว ดังนั้นสามารถนำมาปรับปรุงและเชื่อว่าจะสามารถเปิดประมูลได้โดยเร็ว เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพรวมโครงการไฮสปีดไฟไทยจีนที่กำลังก่อสร้างอยู่ และมีแผนเปิดบริการในปี 2574

อย่างไรก็ดีหากข้อสรุปมีเหตุให้ต้องสิ้นสุดสัญญาร่วมทุน จะส่งผลทำให้สัญญาบริหารรถไฟแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ที่กำลังจะสิ้นสุดสัญญาในเดือน ก.ย.นี้ จำเป็นต้องสิ้นสุดลงด้วย เนื่องจาก รฟท.ไม่สามารถต่อสัญญากับ บริษัท เอเชีย เอรา วัน ที่ไม่ได้เป็นคู่สัญญาร่วมลงทุนแล้ว

รฟท.ยังอยู่ระหว่างเร่งหาแนวทางบริหารงานเดินรถรถไฟแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ให้ต่อเนื่อง โดยยืนยันกับประชาชนว่าจะไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการบริการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...