ใครคือผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่ง ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ คนต่อไป?
คุยเฟื่องเรื่องต่างประเทศ / ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย
ถึงแม้ว่าการเลือกตั้งในตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ยังคงมีเวลาเหลืออีกนานค่อนข้างห่างไกล แต่เนื่องจากการเตรียมตัวของผู้ที่จะลงแข่งขันต้องใช้เวลายาวนาน เพราะฉะนั้นถือว่าขณะนี้เวลาในการเตรียมตัวของพวกเขาเหลืออีกไม่มากเท่าใดนัก เนื่องจากรัฐธรรมนูญได้เขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ที่ดำรงอยู่ในตำแหน่ง ซึ่งในขณะนี้ก็คือ “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” จะไม่สามารถลงแข่งขันในตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนต่อไปได้!!!
เพราะฉะนั้นขณะนี้ภายในค่ายพรรครีพับลิกัน จึงมีการแข่งขันที่จะลงไปประลองยุทธอยู่สองฝ่าย นั่นก็คือ “รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์” และ “รัฐมนตรีฯ ต่างประเทศมาร์โก รูบิโอ” จึงไม่แปลกอะไรที่ขณะนี้ประธานาธิบดีทรัมป์มักจะเอ่ยด้วยถ้อยทำนองหนักอกหนักใจว่า “ยากที่จะเลือกใคร ระหว่างสองนักการเมือง”
อย่างไรก็ตามกลับปรากฏว่า ทั้งสองนักการเมืองต่างก็สงวนท่าทีไม่ค่อยแสดงออกถึงการลงแข่งขันเลือกตั้งในตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อไป แต่ทั้งสองก็ออกมาให้สัมภาษณ์ต่อบรรดาสื่อแบบมีนัยยะ อาทิเช่น รองประธานาธิบดีแวนซ์ออกมากล่าวว่า “จะแจ้งให้ทราบภายหลังจากการเลือกตั้งกลางเทอมเสร็จสิ้นลง” ส่วนรัฐมนตรีฯ ต่างประเทศรูบิโอก็สงวนท่าที โดยเขามักจะตอบแบบอ้อมๆ แอ้มๆ ว่า “เป็นเรื่องของอนาคต ที่ยังพูดไม่ได้เพราะมันยังเร็วเกินไป”
โดยทั้งรองประธานาธิบดีแวนซ์และรัฐมนตรีฯ ต่างประเทศรูบิโอ อาจต้องการที่จะเอาผลงานในเรื่องการเจรจากับอิหร่านมาเป็นจุดขาย ใช้เป็นเกียรติประวัติผลงานความสำเร็จในอีกสองปีกว่าๆ ก็เป็นไปได้ ที่ผ่านมารัฐมนตรีต่างประเทศรูบิโอเป็นที่รู้จักกันในแง่ที่ออกมาให้การสนับสนุนต่อนโยบายการแทรกแซงที่เกิดขึ้นในเวเนซุเอลา และในสงครามอิหร่าน รวมถึงการระแวดระวังกับจีน ในประเด็นเรื่องไต้หวัน อีกทั้งการที่เขาเคยลงแข่งขันเลือกตั้งในตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปี ค.ศ. 2016 ที่ครั้งนั้นเขาคือคู่แข่งกับโดนัลด์ ทรัมป์แต่กลับไม่ประสบผลสำเร็จ ทั้งนี้ยังคงไม่มีอะไรเป็นหลักประกันได้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะตัดสินใจเลือกเอารองประธานาธิบดีแวนซ์ หรือ เอารัฐมนตรีฯ ต่างประเทศรูบิโอ มาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง!!!
อนึ่งการเข้าสู่การแข่งขันเลือกตั้งในตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ บรรดานักการเมืองที่จะเข้าไปสู้ในสังเวียนเลือกตั้งมักจะวางแผนในระยะยาว โดยส่วนใหญ่มักจะใช้เวลาเตรียมตัวราวๆ สี่ปี ส่วนค่ายพรรคเดโมแครต ก็ปรากฏว่ามีนักการเมืองหลายๆ คนเริ่มเตรียมตัวล่วงหน้าแล้วถึงสองปีอาทิเช่น “ผู้ว่าฯ เกวิน นิวซัม” แห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย, “ส.ส. อเล็กซานดรา” นักการเมืองดาวรุ่งจากรัฐนิวยอร์ก,” และ “อดีตรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส” ก็ได้ออกมาประกาศว่า เธอก็ต้องการที่จะลงแข่งขันในตำแหน่งรองประธานาธิบดีอีกครั้งหนึ่ง
และยังมีวุฒิสมาชิกและผู้ว่าฯ อีกหลายๆ คน ที่มีความตั้งใจว่าจะลงแข่งขันเลือกตั้งในตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 48 ด้วยเช่นกัน อาทิเช่น “ผู้ว่าฯ เจบี พริทซ์เคอร์” แห่งรัฐอิลลินอยส์ “วุฒิสมาชิกคอร์รี บุคเคอร์”, “วุฒิสมาชิก จอห์น ออสซอฟฟ์” จากรัฐจอร์เจีย เป็นต้น ส่วน “อดีตรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมพีท บุตติจีจ” ในสมัยของ “ประธานาธิบดีโจ ไบเดน” ก็เริ่มออกหาเสียงนำหน้าก่อนนักการเมืองคนอื่นๆ ไปแล้ว
จะเห็นได้ว่าในการแข่งขันเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 48 ในปี ค.ศ. 2027 นักการเมืองจากค่ายพรรคเดโมแครตต่างเรียงแถวหน้ากระดานออกมาแสดงเจตจำนงว่า ต้องการที่ลงแข่งขันในครั้งครานี้ และที่ผ่านมาพรรคเดโมแครตมีประธานาธิบดีมาแล้วถึง 16 คน ส่วนพรรครีพับลิกันก็มีประธานาธิบดีมาแล้วถึง 19 คน นับตั้งแต่ “ประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น” คนแรกของพรรครีพับลิกันที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เมื่อปี ค.ศ. 1861
จากการรายงานของ “สำนักหยั่งเสียง Polymarket” เปิดเผยออกมาว่า ขณะนี้รองประธานาธิบดีแวนซ์ กำลังมีคะแนนนิยมนำอยู่ที่ 19% ผู้ว่าฯ นิวซัม จากรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้รับความนิยม 13% และรัฐมนตรีฯ ต่างประเทศรูบิโอได้รับความนิยมอยู่ที่ 11%
กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้นใครจะเป็นผู้ที่ก้าวเข้าไปดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 48 ของสหรัฐอเมริกา ประเด็นหลักใหญ่ๆ คงจะต้องจับตามองดูถึงเรื่องการแก้ปัญหาทั้งทางด้านสงครามที่ขณะนี้ “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” กำลังข่มขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วง ตามติดมาด้วยประเด็นของเศรษฐกิจที่ขณะนี้สหรัฐฯ ต้องประสบกับสภาวะเงินเฟ้อ โดยการเลือกตั้งกลางสมัยที่จะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2026 นี้ จะเป็นบททดสอบให้เห็นว่า ผลลัพธ์ที่ออกมาฝ่ายไหนจะได้รับคะแนนนิยมมากกว่ากัน และหยิบยกเอามาบวก ลบ คูณ หาร วิเคราะห์ และแยกแยะกันว่า ใครสมควรจะได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีไปครอบครองในขณะที่บ้านเมืองกำลังอยู่ในช่วงกลืนไม่เข้า คายก็ไม่ออกละครับ