เร่งพัฒนาศักยภาพบุคลากร ผู้บำบัดยาเสพติด เสริมศักยภาพชุมชน จ.กระบี่
เมื่อๆนี้ ที่โรงแรมไอบิส สไตล์ กระบี่ อ่าวนาง จ.กระบี่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ (มสวร.) และกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จัดเวทีการประชุม การอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้บำบัด เพื่อเสริมความรู้และทักษะในการดูแลผู้ป่วยยาเสพติดอย่างต่อเนื่องในชุมชน โดยมีตัวแทนสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลประจำจังหวัด ตัวแทนจาก 8 อำเภอเป้าหมาย ประกอบด้วย อ.เมืองกระบี่ อ.เขาพนม อ.เกาะลันตา อ.คลองท่อม อ.อ่าวลึก อ.ปลายพระยา อ.ลำทับ และ อ.เหนือคลอง รวมทั้ง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต อำเภอต้นแบบ ตัวแทนสาธารณสุขอำเภอ ผู้ให้บริการบำบัดยาเสพติด เข้าร่วม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
คนไทย 1.9 ล้านคนติดยาเสพติดหนัก หนุนใช้สูตรชุมชนล้อมรักษ์แก้ปัญหา
Presense ป้องกันเหตุก่อนเกิด เชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพครบวงจร
นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การแก้ปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายสำคัญที่ สสส. ให้ความสำคัญ โดยดำเนินงานควบคู่กัน 2 ด้าน ได้แก่ การสนับสนุนงานวิชาการผ่านศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านสถานการณ์ การป้องกัน และการบำบัดรักษาผู้ใช้ยาเสพติด รวมถึงการทำงานร่วมกับชุมชน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการบำบัดและกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างยั่งยืน สสส. จึงสนับสนุนการขับเคลื่อนแนวทางCBTx (Community-Based Treatment and Care) “ชุมชนล้อมรักษ์” โดยร่วมกับภาคีเครือข่ายในหลายจังหวัดทั่วประเทศ อาศัยความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อค้นหาผู้ใช้ยาเสพติดในชุมชน นำเข้าสู่กระบวนการบำบัด และติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง
“หัวใจสำคัญของการบำบัดไม่ใช่เพียงการรักษา แต่คือการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลและติดตามผู้ผ่านการบำบัด เพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ โดยข้อมูลจากงานวิจัยพบว่า แม้ในช่วง 3 เดือนแรกหลังบำบัด ผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังไม่กลับไปใช้ยา แต่เมื่อเข้าสู่ช่วง 6 เดือน อัตราการเสพซ้ำเริ่มเพิ่มขึ้น และหลัง 9 เดือนถึง 1 ปี มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยกลับไปใช้ยาอีกครั้ง จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของคนในชุมชนในการเฝ้าระวัง ให้กำลังใจ และสนับสนุนการกลับคืนสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดการเสพซ้ำได้อย่างยั่งยืน” นายวิเชษฐ์ กล่าว
ด้าน นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดในจังหวัดยังคงพบอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ค้ารายย่อยและผู้เสพ เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองจึงดำเนินการจับกุมอย่างต่อเนื่อง ผู้ค้าที่ถูกจับจะเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่ผู้เสพจะถูกนำเข้าสู่ระบบการบำบัดรักษา ปัจจุบัน จังหวัดกระบี่ใช้ระบบการบำบัด 3 ระยะ เริ่มจากการรักษาในโรงพยาบาล 7 วัน ก่อนส่งต่อไปยังโรงพยาบาลเกาะลันตา ซึ่งเป็นศูนย์บำบัดของจังหวัด เพื่อเข้ารับการฟื้นฟูต่อเนื่องจำนวน 30 วัน จากนั้นจึงส่งกลับสู่ชุมชน เพื่อให้ผู้นำชุมชนและหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ร่วมติดตาม ดูแล และส่งเสริมการประกอบอาชีพ เพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ
อย่างไรก็ตาม นายอังกูร ชี้ว่า จังหวัดยังเผชิญข้อจำกัดด้านจำนวนเตียงของศูนย์บำบัด ทำให้ในบางช่วงจำเป็นต้องส่งผู้ผ่านการบำบัดกลับสู่ชุมชนก่อนที่จะฟื้นตัวได้เต็มที่ จึงยิ่งทำให้บทบาทของชุมชนมีความสำคัญในการดูแล ติดตาม และประสานการทำงานกับบุคลากรทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการที่ สสส. เข้ามาสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชน ถือเป็นกลไกสำคัญในการเติมเต็มระบบการฟื้นฟูผู้ผ่านการบำบัด โดยเฉพาะการจัดอบรมเพื่อเพิ่มทักษะและองค์ความรู้ให้ผู้นำชุมชนสามารถดูแลผู้ผ่านการบำบัดในพื้นที่ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“เมื่อผู้ผ่านการบำบัดกลับสู่ชุมชน ผู้นำชุมชนต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และมีศักยภาพในการช่วยเหลือให้พวกเขาสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ มีอาชีพ มีความเข้มแข็งทางจิตใจ และไม่หวนกลับไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก”นายอังกูร กล่าว
นายอังกูร ระบุว่า เป้าหมายสำคัญของจังหวัด คือ การลดการเสพซ้ำของผู้ที่ผ่านการบำบัด ควบคู่กับการป้องกันไม่ให้เกิดผู้เสพรายใหม่ เพื่อลดปัญหายาเสพติดในพื้นที่อย่างยั่งยืน พร้อมขอบคุณ สสส. ที่เข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานของจังหวัดและเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการฟื้นฟูผู้ผ่านการบำบัดและสร้างความปลอดภัยให้สังคม