โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"กสิกรไทย" ผนึก 7 องค์กรชั้นนำ ภายใต้เครือข่ายฯ ThaiCBN เดินหน้า Green Freight ขนส่งคาร์บอนต่ำ

The Better

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER

ธนาคารกสิกรไทยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้าน Green Freight ภายในงาน EARTH JUMP 2026 เพื่อผลักดันการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระบบโลจิสติกส์และการขนส่งของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมกับ 7 องค์กรชั้นนำ ในกลุ่มเครือข่ายธุรกิจเพื่อการจัดการสภาพภูมิอากาศประเทศไทย (เครือข่ายฯ ThaiCBN) ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด บริษัท สยามมิชลิน จำกัด บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ร่วมดำเนินงานภายใต้กลุ่ม Green Freight ของเครือข่ายฯ ThaiCBN เพื่อพัฒนาแนวทางการลดการปล่อยคาร์บอนในภาคโลจิสติกส์และการขนส่ง ผ่านความร่วมมือด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี พลังงานสะอาด และกลไกสนับสนุนจากหลายภาคส่วน

ภาคการขนส่งเป็นแหล่งสำคัญของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทย ใช้พลังงานขั้นสุดท้ายราว 29% ของประเทศ และพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลมากกว่า 95% ของการใช้พลังงานทั้งหมดในภาคขนส่ง โดยเฉพาะการขนส่งทางถนนที่เป็นการคมนาคมหลัก มีสัดส่วนการใช้พลังงานมากกว่า 96% ของพลังงานในภาคนี้ ดังนั้นภาคคมนาคมและโลจิสติกส์จึงมีบทบาทสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศ

ภายใต้เป้าหมายข้อเสนอแนะและการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ประเทศกำหนดขึ้นเอง หรือ NDC (Nationally Determined Contribution) ฉบับล่าสุด ประเทศไทยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคคมนาคมและขนส่งลงประมาณ 22.6 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO₂e) ภายในปี 2573 โดยมาตรการระยะยาว เช่น การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เชื้อเพลิงทางเลือก หรือการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง แม้จะสำคัญ แต่ยังต้องอาศัยการลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน และความพร้อมของผู้ประกอบการในหลายด้าน

ดังนั้น แนวคิด Green Freight จึงไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนรถเป็น EV เท่านั้น แต่รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานที่สามารถทำได้ทันที เช่น เพิ่มอัตราการบรรทุก เพื่อใช้พื้นที่รถให้คุ้มค่า ลดการวิ่งเที่ยวเปล่า เพื่อลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง วางแผนเส้นทาง ให้เหมาะสมเพื่อลดระยะทาง ใช้ข้อมูลบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ มาตรการเหล่านี้จะช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 10–30% พร้อมทั้งช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ

กลุ่ม Green Freight ภายใต้เครือข่ายฯ ThaiCBN จึงมุ่งพัฒนา “ต้นแบบการเปลี่ยนผ่านด้านคาร์บอนต่ำในภาคขนส่ง” (Low-Carbon Transportation Transition Model) ที่เชื่อมโยงเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศเข้ากับการดำเนินงานจริงของภาคธุรกิจ โดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเริ่มต้นจากมาตรการที่เข้าถึงได้และเห็นผลได้จริงในระยะสั้น ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและเทคโนโลยีในระยะยาว

ความร่วมมือ Green Freight ในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการขับเคลื่อนความร่วมมือเชิงปฏิบัติ (Action-Oriented Collaboration) ภายใต้เครือข่ายฯ ThaiCBN ที่มุ่งเปลี่ยนความร่วมมือไปสู่การลงมือทำจริง พร้อมสนับสนุนการยกระดับประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ของประเทศ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ในระยะยาว

สำหรับผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ การขนส่ง และธุรกิจที่มีระบบขนส่งในห่วงโซ่อุปทานที่สนใจแนวทาง Green Freight หรือโครงการนำร่องและกิจกรรมความร่วมมือภายใต้เครือข่ายฯ ThaiCBN สามารถติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ ThaiCBN
https://www.kasikornbank.com/business/ccrc/thaicbn/pages/index.aspx

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...