โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ลุงถูกต้นไม้ทับบ้านพัง วอนเทศบาลฯอย่าเพิ่งเอาเต็นท์คืนรอเงินซ่อมบ้าน

สยามนิวส์

เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ผู้สื่อข่าวจังหวัด ปทุมธานี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับแจ้งปัญหาความเดือร้อน ของนายสุรชัย ประยูรสมบัติ อายุ 73 ปี ผู้ประสบภัยจากฝนตกพายุพัดถล่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับแจ้งปัญหาความเดือร้อน ของนายสุรชัย ประยูรสมบัติ อายุ 73 ปี ผู้ประสบภัยจากฝนตกพายุพัดถล่ม ทำให้ต้นไม้ซึ่งเป็นต้นไทรขนาดใหญ่ล้มทับบ้านพังเสีหายทั้งหลัง ได้ความเดือดร้อนหลังบ้านได้รับความเสียหายอย่างหนักจนไม่สามารถพักอาศัยได้ จนกระทั่งทางเทศบาลเมืองคลองหลวงนำเต็นท์มาตั้งเพื่อเป็นที่พักชั่วคราว ภายในซอยบงกช 71 บ้านเลขที่ 4/22 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 68 ที่ผ่านมา

กระทั่งล่าสุด นายสุรชัย ประยูรสมบัติ อายุ 73 ปี ได้แจ้งให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองมีอาชีพเก็บของเก่าขาย หลังจากที่ประสบเหตุต้นไม้ทับบ้าน ทางเทศบาลได้นำเต๊นท์มากางให้อยู่ชั่วคราว กระทั่งเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ได้มีเจ้าหน้าที่จากเทศบาลเมืองคลองหลวง มาแจ้งว่าจะต้องนำเต๊นท์ที่กางไว้ให้ชั่วคราวเก็บกลับเทศบาลฯเพื่อทำเรื่องคืนหลวง เนื่องจากเต๊นท์ดังกล่าวถูกนำมาให้ใช้จนเกินกำหนดระยะเวลาแล้ว จึงทำให้ตนเองและภรรยา รู้สึกตกใจ เพราะ โดยสภาพที่พักปัจจุบันของลุงสุรชัยนั้นเป็นเต็น์ที่เต็มไปด้วยข้าวของทั้งที่นอนและเครื่องอุปกรณ์การทำอาหารวางเรียงรายมากมายจนเต็มพื้นที่เต็นท์รวมถึงสุนัขและแมวอีกกว่า 10 ตัวที่อาศัยร่วมกันภายในเต็นท์ด้วย ซึ่งยังไม่มีเงินในการสร้างบ้านใหม่

จากการสอบถามนายสุรชัย ประยูรสมบัติ อายุ 73 ปีเจ้าของบ้านและผู้แจ้งเหตุ ได้กล่าวว่า หน่วยงานท้องถิ่นได้นำเต็นท์มากางให้เพื่อใช้บังแดดบังฝนเป็นการชั่วคราว พร้อมมีการเข้ามาปรับพื้นที่ดินบางส่วน ทั้งด้านหน้าและด้านหลังบ้าน แต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด เนื่องจากพื้นที่ด้านหลังยังทรุดต่ำและบ้านหลังเดิมข้าวของเครื่องใช้ได้จมลงใต้ดินไปหมดแล้ว และได้มีการแจ้งว่าจะเข้ามาช่วยสร้างบ้านหรือทำที่พักให้ แต่จนถึงขณะนี้เรื่องยังไม่มีความคืบหน้า

และเมื่อตนได้ไปสอบถามกับกองสวัสดิการสังคมเทศบาลคลองหลวงเมื่อเดือนที่แล้ว(เม. ย.69)ก็ได้รับคำตอบว่าจะดำเนินการภายในสิ้นเดือน แต่พ้นเดือนดังกล่าวก็ยังไม่มีความคืบหน้า ตนจึงติดตามอีกครั้งในเดือนนี้(พ.ค.69 )ก็ยังได้รับคำตอบว่าภายในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งตนขอแค่ให้มีบ้านที่มีเพียงเพิงพักพร้อมเทพื้นปูนให้พอพักอาศัยอยู่ได้ก็เพียงพอแล้ว เพื่อจะได้คืนเต็นท์ให้กับทางราชการ ทุกวันนี้ตนลำบากมาก ต้องทำมาหากินไปวัน ๆ เมื่อก่อนหน้าบ้านทำงานซ่อมรถได้ แต่ตอนนี้ทำอะไรแทบไม่ได้

ลุงสุรชัยยังกล่าวอีกว่าตอนนี้เข้าหน้าฝนแล้วทุกครั้งที่ฝนตกหรือมีพายุ จะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากลมและฝนที่พัดเข้ามาในเต็นท์แทบนอนไม่ได้ ตนจึงอยากวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ เนื่องจากเวลาผ่านมากว่า 1 ปีแล้ว แต่ยังไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ และหากต้องการรื้อเต็นท์คืนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสร้างบ้านเสร็จก่อนค่อยนำเต็นกลับไป

ด้านนายณัฐพงษ์ เลี่ยวพัฒนไพบูลย์ หัวหน้าทีมงานคลองหลวงน่าอยู่ นายจิรศักดิ์ พยุงวงค์(อดีต.ผู้อำนวยการกองช่างเทศบาลเมืองคลองหลวง) นายธิกร พยุงวงค์ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองคลองหลวง เขต 2 พร้อมด้วย ทีมงานคลองหลวงน่าอยู่ เดินทางนำสิ่งของเครื่องใช้ ข้าวสารอาหารแห้ง มอบให้ความช่วยเหลือลุงสุรชัยฯ้บื้องต้นก่อน แระจะได้นำเตาแกสมามอบให้กับลุงไว้ใช้สำหรับประกอบอาหาร เนื่องจากพบว่าลุงยังใช้เตาถ่านอยู่ และจะได้ดำเนินการรวบรวมเอกสารเพื่ิอปนะสานงานเรื่องการของบประมาณในการสร้างบ้าน พร้อมทั้งทำเอกสารยื่นขอขยายระยะเวลาในการขอใช้เต๊นท์ชั่วคราวก่อน

นายธิกร พยุงวงค์ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองคลองหลวง เขต 2 กล่าวเปิดเผยว่า จากกรณีเรื่องเต๊นท์ที่ทางเทศบาลฯ จะมาเรียกเก็บคืนเข้าของหลวง เบื้องต้นจะได้ดำเนินการประสานยื่นเอกสารกับทางกองช่าง เทศบาลเมืองคลองหลวง เพื่อร้องขอในการขอขยายระยะเวลาในการใช้งานของเต๊นท์ดังกล่าวให้เพื่อบรรเทาปัญหาไปก่อน เนื่องจากลุงแกได้รับความเดือดร้อนหากนำเต๊นท์กลับไป เนื่องจากทางครอบครัวรอการยื่นเรื่องดำเนินการของบประมานในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยจากกองสวัสดิการ เทศบาลเมืองคลองหลวงต่อไป

กำพล วงศ์สุทธา จังหวัดปทุมธานี รายงาน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...