โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวก นักลงทุนจับตาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน

PostToday

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายในแดนบวกเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี หลังนักลงทุนกลับมาให้น้ำหนักต่อความหวังในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แม้ทั้งสองฝ่ายยังมีจุดยืนแตกต่างกันในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์และการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก

ตลอดช่วงเช้า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเคลื่อนไหวในแดนลบจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น แต่ในช่วงบ่ายบรรยากาศการลงทุนเริ่มฟื้นตัว หลังราคาน้ำมันพลิกกลับมาปรับลดลง ส่งผลให้นักลงทุนกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การหารือกับอิหร่านเริ่มมี “สัญญาณเชิงบวก” อย่างไรก็ตาม การเจรจายังไม่บรรลุข้อตกลง แต่ช่องว่างระหว่างทั้งสองฝ่ายเริ่มแคบลง โดยประเด็นการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและอำนาจควบคุมช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นอุปสรรคหลัก

ด้านผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ยังเป็นอีกปัจจัยที่นักลงทุนจับตา โดยหุ้น Walmart ร่วงลง 7.3% หลังบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของโลกคาดการณ์กำไรไตรมาส 2 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ ผู้บริหารการเงินของบริษัทระบุว่า ผู้บริโภคยังเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง

แรงขายใน Walmart ส่งผลให้กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคในดัชนี S&P 500 ปรับตัวลงมากที่สุด โดยลดลง 1.6% รวมถึงหุ้นค้าปลีกอื่น ๆ ที่ปรับตัวลงตามกัน

ในกลุ่มเทคโนโลยี หุ้น Nvidia ลดลง 1.8% หลังนักลงทุนบางส่วนขายทำกำไร แม้บริษัทจะประกาศคาดการณ์รายได้ไตรมาส 2 แข็งแกร่ง และเปิดโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 80,000 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนเริ่มกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากคู่แข่งอย่าง Intel และ AMD ในอนาคต แม้ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ฟิลาเดลเฟียจะยังปิดบวก 1.3% จากมุมมองเชิงบวกต่ออุตสาหกรรม AI

ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุดยังสะท้อนความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน หลังจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ภาคการผลิตเดือนพฤษภาคมขยายตัวแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี จากการเร่งสะสมสินค้าคงคลังของภาคธุรกิจ เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านต้นทุนและปัญหาขาดแคลนสินค้าอันเกี่ยวเนื่องกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 276.31 จุด หรือ 0.55% ปิดที่ 50,285.66 จุด ทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 12.75 จุด หรือ 0.17% ปิดที่ 7,445.72 จุด และดัชนี Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 22.74 จุด หรือ 0.09% ปิดที่ 26,293.10 จุด

ด้านราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังนักลงทุนคาดหวังว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงที่ช่วยหลีกเลี่ยงการกลับมาปะทุของสงครามในตะวันออกกลาง โดยน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ลดลงเกือบ 2% ปิดที่ 96.35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน Brent ลดลงมากกว่า 2% ปิดที่ 102.58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ขณะที่ราคาทองคำตลาดโลกเคลื่อนไหวทรงตัว โดยได้รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และราคาน้ำมันที่อ่อนตัว แม้ค่าเงินดอลลาร์ยังแข็งค่า โดยราคาทองสปอตล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 4,542.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงเล็กน้อย 0.04%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...