"ทวี" หนุนสภาฯ ตั้งกมธ.ร่วมกัน แก้ปมนิรโทษกรรม ลามคดีฮั้วเลือก "สว.-ฟอกเงิน-อั้งยี่" แนะปิดช่องให้ชัดเจน
">
วันที่ 8 ก.ค.2569 เวลา 17.05 น.ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)สร้างเสริมสังคมสันติสุข หลังจากที่วุฒิสภาส่งร่างกฎหมายที่แก้ไขกลับมาให้สภาฯพิจารณาว่าจะยืนยันให้ความเห็นชอบหรือไม่ โดยวุฒิสภามีการแก้ไขเนื้อหาเพิ่มเติมจากในชั้นสภาผู้แทนราษฎร ไม่ให้นิรโทษกรรมความผิดมาตรา112 แก่เด็กและเยาวชน อายุต่ำกว่า 18ปี
โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชาติ อภิปรายต่อที่ประชุมสภา วาระพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ…. ซึ่งเป็นเรื่องที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม และส่งคืนสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ พ.ศ.2562 ข้อ 137 ว่า ในบัญชีแนบท้ายที่ สว. แก้ไขนำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว. พ.ศ.2561 แม้จะเขียนยกเว้นว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งไม่สุจริต เลือกตั้งไม่เป็นธรรมและคุณสมบัติ แต่ตนมองว่าอาจถูกตีความให้รวมถึงการนิรโทษกรรมคดีฮั้วสว. ที่จัดการเลือกในปี2567 เพราะการตรวจสอบคดีฮั้วสว. ที่อยู่ระหว่างการไต่สวนของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มี 7 ข้อกล่าวหา คือ 1.กรณีกรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือ สส. ช่วย สว. เป็นความผิดตามมาตรา 67 วรรคหนึ่ง 2.ผู้สมัครสว. ให้พรรคการเมืองหรือสส. ช่วย ผิดมาตรา 67 วรรคสอง 3.ประเด็นการแนะนำตัว ที่ผิดมาตรา 36 ประกอบมาตรา70 4.กรณีการสัญญา ฝ่าฝืนมาตรา 77 วรรคหนึ่ง 5.กรณีจัดเลี้ยง 6. กรณีรับผลประโยชน์ และ 7. กรณีเรียกรับ หรือ ยอมรับทรัพย์สิน
“หากจะเขียนไม่กำกวม ต้องเขียนให้ชัดว่า ส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดีเลือก สว. ต้องยกเว้น มาตราใดบ้าง เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีคดีอั้งยี่ และฟอกเงินด้วย หากประเด็นนี้ไม่ได้รับคำตอบ ผมถือว่าเป็นสิ่งที่ล้มล้างการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย เซาะกร่อนบ่อนทำลาย ดังนั้นจึงอยากได้ความชัดเจน และเพื่อความรอบคอบควรตั้งกรรมาธิการ ร่วมกัน เพราะการเขียนกฎหมายต้องไม่แอบแฝง ไม่เขียนกำกวม หากแอบแฝง กำกวมแล้วกฎหมายจะเป็นสมบัติส่วนตัวของกรรมการที่อาจทำให้เกิดวิกฤติซ้อนวิกฤติ” พ.ต.อ.ทวี อภิปราย