โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อย่ามองข้าม! ภัยเงียบจาก ‘ที่นอน-หมอนเก่า’ สกปรกสะสม ตัวการทำลายสุขภาพที่คาดไม่ถึง

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

เตียงนอนควรเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับการพักผ่อน แต่สำหรับหลายๆ คน ที่นอนหลังเดิมที่ใช้มานานจนยุบเป็นแอ่ง หรือหมอนใบเก่งที่เริ่มเปลี่ยนสีและส่งกลิ่นอับ กลับกำลังกลายเป็น “แหล่งเพาะเชื้อโรค” ขนาดย่อมที่คอยบ่อนทำลายสุขภาพของเราในทุกๆ คืน โดยที่เราไม่รู้ตัว

หากคุณยังเสียดายและทนใช้อยู่ นี่คือสิ่งร้ายๆ ที่ร่างกายต้องแบกรับจากการนอนบนที่นอนและหมอนที่หมดอายุการใช้งาน

1. ทางเดินหายใจพัง พ่วงท้ายด้วยโรคภูมิแพ้

รู้หรือไม่ว่า ทุกๆ คืนที่นอนหลับ ร่างกายของเราจะสลัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว คราบเหงื่อไคล และน้ำลายลงบนที่นอนและหมอน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คืออาหารชั้นเลิศของ “ตัวไรฝุ่น”

เมื่อสิ่งสกปรกเหล่านี้สะสมข้ามปี หมอนและที่นอนจะกลายเป็นศูนย์รวมของไรฝุ่นและสปอร์เชื้อรา การสูดดมสารก่อภูมิแพ้เหล่านี้เข้าไปตลอด 6–8 ชั่วโมง ทำให้หลายคนตื่นมาพร้อมอาการคัดจมูก จาม น้ำมูกไหล ไอเรื้อรัง หรือทำให้อาการของโรคหอบหืดกำเริบขึ้นมาได้ง่ายๆ

2. ผิวหน้าพัง สิวอุดตันระเบิด

สำหรับใครที่รักษาเท่าไหร่สิวก็ไม่หายขาด หรือผิวหนังมีผื่นคันบ่อยๆ ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่สกินแคร์ แต่อยู่ที่หมอนหนุนของคุณ ปลอกหมอนและตัวหมอนที่ไม่สะอาด จะซึมซับทั้งน้ำมันจากผิวหน้า ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม และแบคทีเรียเอาไว้ เมื่อผิวหน้าเราไปแนบชิดเป็นเวลานาน สิ่งสกปรกเหล่านี้จะเข้าไปอุดตันในรูขุมขน ก่อให้เกิดสิวอักเสบ สิวผด และกระตุ้นให้ผู้ที่มีโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมีอาการอักเสบและคันรุนแรงขึ้น

3. โครงสร้างร่างกายพัง ปวดเรื้อรังลามถึงสมอง

หมอนและที่นอนมีอายุการใช้งานทางโครงสร้าง เมื่อเก่าเกินไป วัสดุภายใน (ไม่ว่าจะเป็นนุ่น ฟองน้ำ หรือสปริง) จะเริ่มเสื่อมสภาพ ยุบตัว และไม่สามารถรองรับสรีระได้ตามธรรมชาติอีกต่อไป

หมอนต่ำ-สูงเกินไป จะไม่รองรับกระดูกสันหลังส่วนคอ ทำให้กล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ ต้องเกร็งตัวทำงานหนักตลอดคืน ส่งผลให้ตื่นมาคอเคล็ด บ่าตึง และลามไปจนถึงอาการปวดศีรษะเรื้อรัง

ส่วนที่นอนที่เป็นแอ่ง จะทำให้กระดูกสันหลังคดงอผิดรูปขณะนอนหลับ ร่างกายกระจายน้ำหนักได้ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นชนวนเหตุสำคัญของอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรังที่แก้ไม่หาย

4. คุณภาพการนอนตกต่ำ สมองล้า อ่อนเพลียสะสม

เมื่อร่างกายต้องเผชิญกับความไม่สบายตัว ทั้งอาการคัดจมูก คันผิวหนัง หรือปวดเมื่อยตามข้อต่อ วงจรการนอนหลับของคุณจะถูกรบกวนทันที คุณอาจจะสะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อยขึ้น หลับไม่ลึก ตื่นมารู้สึกเพลียเหมือนไม่ได้นอน ซึ่งในระยะยาวจะส่งผลให้สมองตื้อ ขาดสมาธิ และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลงจนป่วยง่ายขึ้น

…………………………………………………………..

ถึงเวลา “เช็กและเปลี่ยน” เพื่อสุขอนามัยที่ดี

เพื่อสุขอนามัยและการนอนหลับที่มีคุณภาพ ลองหันมาปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้ดูครับ

หมอนหนุน: ควรเปลี่ยนใหม่ทุกๆ 1–2 ปี

ที่นอน: ควรพิจารณาเปลี่ยนใหม่ทุกๆ 7–10 ปี (ขึ้นอยู่กับประเภทและสภาพของวัสดุ)

การดูแลรักษา: ควรซักผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนด้วย น้ำร้อนอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส ทุกๆ 1–2 สัปดาห์ เพื่อฆ่าไรฝุ่นอย่างมีประสิทธิภาพ

อย่าปล่อยให้ความเสียดายมาแลกกับสุขภาพที่เสียไปเลยครับ การลงทุนกับที่นอนและหมอนที่สะอาด ได้มาตรฐาน รองรับสรีระได้ดี คือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตระยะยาวที่คุ้มค่าที่สุด

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...