ตร.เร่งคลี่คลายคดีฆาตกรรม “น้ององุ่น” - สอบแม่เครียดนาน 3 ชม.
(2 มิ.ย. 69) ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญกรณี “น้ององุ่น” เด็กหญิงอายุ 7 ปี ชาวอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ที่หายตัวไปนาน 2 วัน ก่อนถูกพบเสียชีวิตในสภาพถูกฆาตกรรมอย่างโหดร้ายภายในสวนยางพารา พื้นที่หมู่ 4 ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก
.
โดย พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผู้กำกับการ สภ.สังขละบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.มานะ สำราญวงศ์ ผู้กำกับการสืบสวน ภ.จว.กาญจนบุรี ได้เชิญตัวมารดาของน้ององุ่น อายุ 40 ปี เข้าสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.สังขละบุรี เป็นเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง เพื่อรวบรวมข้อมูลและเชื่อมโยงพยานหลักฐานในคดี
.
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า รายละเอียดการสอบสวนในขณะนี้เจ้าหน้าที่ขอเก็บเป็นความลับ เนื่องจากเกรงว่าผู้ก่อเหตุอาจไหวตัวและหลบหนี โดยแนวทางการสืบสวนได้พุ่งเป้าไปยังบุคคลที่มีความคุ้นเคยหรือใกล้ชิดกับครอบครัวและชุมชนในพื้นที่
.
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้เชิญพระสงฆ์จำนวน 4 รูป และเด็กวัดอีก 2 คน ซึ่งพักอาศัยอยู่ภายในวัดทิโค้ง ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากจุดพบศพประมาณ 500 เมตร มาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี
.
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดกาญจนบุรี ได้ลงพื้นที่เก็บพยานหลักฐานอย่างละเอียด โดยตรวจสอบธนบัตรชนิด 20 บาท จำนวน 6 ฉบับ เพื่อเก็บลายนิ้วมือแฝง รวมทั้งตรวจสอบรถยนต์กระบะของวัดทิโค้งทั้งภายในและภายนอกคันอย่างละเอียด พร้อมเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งและน้ำลายจากบุคคลต้องสงสัย เพื่อนำไปตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอ
.
ด้านนายปัญญา (นามสมมติ) อายุ 40 ปี เจ้าของร้านขายของชำในหมู่บ้าน เปิดเผยว่า น้ององุ่นเป็นเด็กนิสัยดี พูดจาสุภาพ และเป็นที่รักของคนในชุมชน โดยก่อนเกิดเหตุ น้องได้นำธนบัตรใบละ 20 บาท จำนวน 2 ใบ มาซื้อขนมที่ร้านของตน ซึ่งถือเป็นครั้งสุดท้ายที่มีผู้พบเห็นน้องยังมีชีวิตอยู่ ก่อนจะทราบข่าวในเวลาต่อมาว่าเด็กหญิงได้หายตัวไป และสุดท้ายถูกพบเป็นศพในสวนยางพารา
.
ล่าสุด มีนายตำรวจระดับสูงจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินทางมายัง สภ.สังขละบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับชุดสืบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่ได้รับความสนใจจากสังคมและสร้างความสะเทือนใจแก่ประชาชนเป็นวงกว้าง
.
เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่า ขณะนี้การสืบสวนมีความคืบหน้าเป็นลำดับ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงคำให้การของพยานหลายปาก เพื่อคลี่คลายปมสังหารเด็กหญิงวัย 7 ขวบรายนี้ และนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษตามกฎหมายต่อไป