ภัยเงียบมากกว่าที่คิด! หมอสุรัตน์ ชี้ นศ.ติดเชื้อ พยาธิใบไม้ในตับ ไม่ใช่แค่เรื่องปลาดิบ
ภัยเงียบมากกว่าที่คิด! หมอสุรัตน์ ชี้ นักศึกษาหลายพันคนติดเชื้อ พยาธิใบไม้ในตับ ไม่ใช่แค่เรื่องปลาดิบ หากตรวจมากกว่านี้ จะติดอีกเท่าไหร่
จากกรณี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) มหาสารคาม เปิดเผยผลตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับในนักศึกษาใหม่ปีการศึกษา 2569 โดยนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหาสารคามจำนวน 12,733 คน พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 4,233 คน คิดเป็นประมาณ 33% ส่วนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามจำนวน 1,922 คน พบติดเชื้อ 380 คน คิดเป็นประมาณ 19% นั้น
ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาและสมอง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์ ต่อประเด็นดังกล่าวว่า พบการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับในนักศึกษา 4,000 คนของ มหาวิทยาลัย มหาสารคาม มันมหากาพย์ของการติดเชื้อเลยครับ คือนี่ไม่ใช่แค่เรื่องปลาดิบ แต่คือภาพอนาคตของมะเร็งท่อน้ำดีต่างหาก
ใครตามข่าววันนี้ … มีการตรวจคัดกรองนิสิตใหม่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 12,733 คน พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 4,233 คน หรือประมาณ 33% และในมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามตรวจ 1,922 คน พบ 380 คน หรือประมาณ 19%
โรคนี้เกี่ยวข้องกับ Opisthorchis viverrini ซึ่ง IARC จัดเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่ม 1 ในมนุษย์ และเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของมะเร็งท่อน้ำดี ตัวเลขนี้น่าตกใจ แต่สิ่งที่น่าคิดกว่านั้นคือ ผู้ติดเชื้อจำนวนมากเป็น “คนรุ่นใหม่” เป็น นักศึกษา (แต่ต้องดู ว่า ตรวจด้วยวิธีอะไร ความไวแค่ไหน จำเพาะแค่ไหนด้วยครับ)
สมัยก่อน เราคิดว่า โรคพยาธิใบไม้ในตับเป็นโรคของคนรุ่นพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย คนที่มักกินก้อยปลา ปลาส้มดิบ ลาบปลาดิบ หรืออาหารพื้นบ้านดิบ ๆ มาแล้ว Gen Z มารู้กันก่อน พยาธิใบไม้ในตับคืออะไร
พยาธิใบไม้ในตับที่พบบ่อยในไทย โดยเฉพาะภาคอีสาน คือ Opisthorchis viverrini คนมักติดเชื้อจากการกินปลาน้ำจืดเกล็ดขาวแบบดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ เช่น ก้อยปลา ลาบปลา ปลาส้มดิบ หรือเมนูที่ความร้อนไม่พอ
เมื่อพยาธิเข้าสู่ร่างกาย มันจะไปอาศัยอยู่ในท่อน้ำดี ไม่ใช่แค่ “อยู่เฉย ๆ” แต่มันทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง การระคายเคืองของท่อน้ำดี และในระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งท่อน้ำดี นี่คือเหตุผลว่าทำไมโรคนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่อง “ถ่ายพยาธิแล้วจบ” เพราะผลระยะยาวมันน่ากลัว เพราะมันไม่มีอาการ เลยยิ่งน่ากลัว
ระยะแรก ผู้ติดเชื้อจำนวนมากอาจไม่มีอาการ อาจมีแน่นท้อง ท้องอืด ปวดชายโครงขวา อาหารไม่ย่อย หรืออ่อนเพลีย ซึ่งเป็นอาการทั่วไป ไม่เอะใจ ไม่มีอาการเนี่ยน่ากลัว เพราะมันอักเสบเงียบ ๆ ความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดคือ มะเร็งท่อน้ำดีเงียบ ๆ แต่เจอแล้วมะเร็งเลย
มะเร็งท่อน้ำดีเป็นโรคที่น่ากลัว เพราะมักตรวจพบช้า อาการเริ่มแรกไม่ชัด และเมื่อมีตัวเหลือง ตาเหลือง น้ำหนักลด หรือปวดท้องมาก โรคอาจลุกลามไปมากแล้ว ข่าวดี คือมีการรักษา ข่าวร้ายคือ มักติดเชื้อซ้ำ เพราะพฤติกรรมการกินเหมือนเดิม
โรคพยาธิใบไม้ในตับรักษาได้ โดยยาหลักที่ใช้คือ praziquantel ซึ่งเป็นยาถ่ายพยาธิที่มีประสิทธิภาพมาก แต่ถ้ารักษาแล้วกลับไปกินปลาดิบอีก ก็กลับมาติดใหม่ได้ และการติดซ้ำ ๆ คือปัจจัยที่ทำให้ความเสี่ยงระยะยาวไม่หายไป สุดท้ายก็มะเร็ง มาดูเมื่อตรวจพบเชื้อแล้วทำอย่างไร
- รับการรักษาตามระบบที่มหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานสาธารณสุขจัดให้
- งดกินปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ อย่างเด็ดขาด
- คนในครอบครัวหรือชุมชนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงควรได้รับการตรวจด้วย
- ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น ตัวเหลือง ตาเหลือง ปวดชายโครงขวา น้ำหนักลด คันตามตัว หรือเบื่ออาหารเรื้อรัง ควรพบแพทย์
- อย่าซื้อยาถ่ายพยาธิกินเองซ้ำ ๆ โดยไม่ตรวจ เพราะอาจทำให้เข้าใจผิดว่า “กินยาแล้วปลอดภัย” ทั้งที่พฤติกรรมเสี่ยงยังเหมือนเดิม
ในวัฒนธรรมของความอร่อย มันก็จะเสี่ยง เพราะสุขอนามัยมันสำคัญ นี่ตรวจแต่นี้นะครับ หากตรวจคนมากกว่านี้ ก็ไม่อยากคิดว่าจะติดกันไปมากเท่าไหร่ และเด็กกว่านี้ติดด้วยไหมครับ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง