โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เสือ ๒ ตัวในถ้ำเดียว

ไทยโพสต์

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา

โลก…มันก็เป็นแบบนี้

เห็นภาพการเยือนจีนของ "โดนัลด์ ทรัมป์" โดยที่ "สี จิ้นผิง" ให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติบนพรมแดง ราวกับว่าทั้ง ๒ ประเทศเป็นมหามิตร

แต่เบื้องหลังนั้นซ่อนทั้งมีด ทั้งดาบและปืน เพราะสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นบนโลกคือ เสือ ๒ ตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้

เหตุการณ์ทำนองนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดครับ มันมีมานานแล้วตั้งแต่มนุษย์อยู่กันเป็นสังคม

ที่จริงการเยือนจีนของ "ทรัมป์" เริ่มต้นดีพอสมควร

"ทรัมป์" เรียก "สี จิ้นผิง" ว่า “ผู้นำที่ยิ่งใหญ่”

และยังนับเป็น “เพื่อน”

พร้อมทั้งหยอดว่า ทั้งสองประเทศจะมี “อนาคตที่ยอดเยี่ยมร่วมกัน”

ก็ตามสไตล์ "ทรัมป์" ละครับ

"สี จิ้นผิง" ดูจะชัดเจนกว่า เขาพูดว่า ทั้งสองฝ่าย “ควรเป็นหุ้นส่วนกัน ไม่ใช่คู่แข่ง”

แต่…ไฮไลต์คำพูดของ "สี จิ้นผิง" คือ …

“…จีนและสหรัฐอเมริกาจะสามารถก้าวข้ามสิ่งที่เรียกว่า 'กับดักธูซิดิดีส' และสร้างแบบแผนใหม่สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างมหาอำนาจได้หรือไม่…”

"…ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย ในขณะที่การเผชิญหน้าเป็นอันตรายต่อทั้งสองฝ่าย…”

ขนลุกครับ!

หนักแน่น และตีแสกหน้า "ทรัมป์" ชัดเจน

เพราะท่าทีที่ไม่เป็นมิตรล้วนมาจากฝั่งสหรัฐเสียมากกว่า

ขณะที่จีน "ร้ายเงียบ"

ทำไม "สี จิ้นผิง" ต้องหยิบยก กับดักธูซิดิดีส ขึ้นมาพูดต่อหน้า "ทรัมป์"

และไม่แน่ใจว่า "ทรัมป์" มีความลึกซึ้งใน กับดักธูซิดิดีส แค่ไหน

แน่นอนครับ "สี จิ้นผิง" ตั้งใจที่จะนำทฤษฎีทางการเมืองกรีกโบราณ ที่อธิบายถึงความเสี่ยงของสงคราม เมื่อมหาอำนาจที่กำลังเติบโตเป็นคู่แข่งกับมหาอำนาจที่ปกครองอยู่ มาอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐ

เป็นหุ้นส่วนดีกว่าคู่แข่ง

การใช้คำว่าคู่แข่งก็เพื่อให้ดูมีความประนีประนอมสูง

ที่จริงคือคู่อริ

หรือศัตรู

แนวคิดของ ธูซิดิดีส (Thucydides) นักประวัติศาสตร์และนักยุทธศาสตร์ชาวกรีก ได้รับการยอมรับว่าเป็นบิดาของสายทฤษฎี สัจนิยม ในวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

แก่นสำคัญสรุปได้ดังนี้

๑.กับดักธูซิดิดีส (Thucydides' Trap)

นี่คือแนวคิดที่โด่งดังที่สุด ซึ่ง Graham Allison นำมาปัดฝุ่นใหม่เพื่ออธิบายความขัดแย้งในปัจจุบัน ทฤษฎีนี้ระบุว่า "เมื่อมหาอำนาจใหม่ผงาดขึ้นมาท้าทายมหาอำนาจเดิม ความตึงเครียดเชิงโครงสร้างจะเกิดขึ้นจนสงครามกลายเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้"

ในอดีต "เอเธนส์" เป็นมหาอำนาจใหม่ที่กำลังรุ่งเรือง ขยายอิทธิพลทางทะเลและเศรษฐกิจไปทั่วเมดิเตอร์เรเนียน

ขณะที่ "สปาร์ตา" เป็นมหาอำนาจเดิม ครองความเป็นปึกแผ่นทางบก

ทั้ง ๒ อาณาจักรมิได้กระทบกระทั่งกันเล็กน้อย

แต่สิ่งที่เกิดคือ "ความกลัว"

"สปาร์ตา" กลัวว่า "เอเธนส์" จะเติบโตขึ้นมาทดแทนที่ตัวเอง จึงบีบให้ต้องทำสงครามก่อนที่จะเสียเปรียบไปมากกว่านี้

๒.ดุลแห่งอำนาจ

ในทางทฤษฎีการเมืองกรีก ความสงบสุขจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีดุลแห่งอำนาจที่สูสีกัน

หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเริ่มสะสมอำนาจจนทำลายสมดุลนี้ อีกฝ่ายจะรู้สึกถึงความไม่มั่นคง และนำไปสู่การสะสมอาวุธหรือสร้างพันธมิตรเพื่อคานอำนาจ

เป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสงครามวงกว้าง

๓.ศีลธรรม และอำนาจ

ธูซิดิดีส ได้บันทึกบทสนทนาที่เป็นบทเรียนคลาสสิกทางรัฐศาสตร์ว่าด้วยเรื่อง "ผู้แข็งแกร่งทำในสิ่งที่ตนทำได้ และผู้อ่อนแอต้องยอมรับในสิ่งที่ตนต้องเผชิญ"

ในโลกของมหาอำนาจ ความยุติธรรมหรือศีลธรรมมักถูกลดทอนความสำคัญลงเมื่อเทียบกับอำนาจ ความเสี่ยงของสงครามมักเกิดจากการที่มหาอำนาจมองผลประโยชน์แห่งรัฐและความอยู่รอดเป็นที่ตั้ง โดยไม่สนกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศหากมันขัดกับความมั่นคงของตน

"สี จิ้นผิง" ต้องการบอกไปยัง "ทรัมป์" ว่า มันมีเส้นบางๆ ระหว่าง คู่ค้า กับ คู่แข่ง

หากสหรัฐและจีนไม่สามารถจัดการกับ "ความกลัว" และ "การเปลี่ยนผ่านอำนาจ" ได้อย่างสันติ ประวัติศาสตร์อาจซ้ำรอยสงครามเพโลพอนนีเซียน

แน่นอนครับ มันอาจเกิดขึ้นได้อีกครั้ง!

แต่คนแบบ "ทรัมป์" ซึ่งมีพื้นฐานมาจากนักธุรกิจที่มองกำไรเป็นหลัก อาจมองต่างไปจาก "สี จิ้นผิง"

สหรัฐทำทุกวิถีทางมานับสิบปีแล้ว เพื่อไม่ให้จีนก้าวขึ้นมาเทียบบารมี

และสหรัฐในยุค "ทรัมป์" ไม่ได้สนใจกติกาโลก

มีแต่กฎกู!

ในการประชุมสุดยอดผู้นำในปี ๒๕๕๘ ประธานาธิบดี "บารัค โอบามา" กับ "สี จิ้นผิง" ได้สนทนากันเรื่อง “กับดักธูซิดิดีส" มาแล้ว

โอบามากล่าวว่า

"…แม้จะมีความตึงเครียดในเชิงโครงสร้างอันเกิดจากการผงาดขึ้นมาของจีน แต่เขาเชื่อมั่นว่าทั้งสองประเทศจะสามารถบริหารจัดการความเห็นต่างได้…”

ขณะที่ "สี จิ้นผิง" กล่าวว่า

“…ถ้าหากว่ารัฐมหาอำนาจตัดสินใจและคาดการณ์ทางยุทธศาสตร์ผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง พวกเขาก็อาจจะสร้างกับดักดังกล่าวขึ้นมาให้แก่ตัวเอง…”

ครับ…สงครามตะวันออกลางรอบนี้ สิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ โลกกำลังจะเปลี่ยนไป

ระเบียบโลกถูกสั่นคลอน

มีการแบ่งขั้วอำนาจใหม่

สันติภาพมีความเปราะบาง

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่สหรัฐสร้างขึ้นมา

สงครามเพโลพอนนีเซียน สปาร์ตา เป็นฝ่ายชนะ เอเธนส์

สงครามยุคใหม่จะเกิดขึ้นหรือไม่ ไม่มีใครทราบได้ แต่ความกลัวในปัจจุบันไม่ต่างจากอดีต ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ล้วนต้องการให้เผ่าพันธุ์ตัวเองเป็นหนึ่ง

ใครชนะไม่สำคัญ แต่สงครามยุคใหม่ ฝ่ายที่แพ้คือ "โลก".

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...