โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น่ากลัวกว่าที่คิด "อ.ธรณ์" แฉวงจรปลาหมอคางดำ ขยายพันธุ์ไม่หยุด

TNews

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat แสดงความคิดเห็นถึงสถานการณ์ "ปลาหมอคางดำ" หลังมีรายงานพบในพื้นที่พัทยา พร้อมอธิบายไทม์ไลน์การแพร่ระบาดเป็น 3 ช่วง 3 พื้นที่

โดยระบุว่า ปลาหมอคางดำเป็นปลา 3 น้ำ ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม แต่สภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการขยายพันธุ์มากที่สุดคือน้ำกร่อย จึงเริ่มพบการระบาดในคลองชายฝั่ง เนื่องจากปลาไม่มีศัตรูธรรมชาติ ทำให้ออกลูกจำนวนมากจนเกิดภาพปลาแน่นเต็มคลอง

อ.ธรณ์ ระบุว่า เมื่อปลามีจำนวนมากขึ้นและอาหารในคลองเริ่มลดลง ปลาขนาดใหญ่จะเริ่มย้ายถิ่นออกสู่ทะเล เข้าสู่ระยะที่สอง คือเริ่มพบในพื้นที่ชายฝั่งหรืออ่าวกึ่งปิดที่เชื่อมกับแหล่งน้ำกร่อย เช่น “คุ้งกระเบน” ซึ่งเป็นแหล่งหญ้าทะเลและป่าชายเลนสำคัญ เมื่อปลาหมอคางดำเข้าไปจึงส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างชัดเจน

แม้บริเวณอ่าวจะไม่ใช่พื้นที่หลักในการวางไข่ แต่ปลาจะกลับไปออกลูกในคลองที่เชื่อมกับอ่าว ก่อนที่ปลาวัยโตจะกลับเข้ามาในทะเลอีกครั้ง พร้อมระบุว่า พื้นที่ลักษณะเดียวกับคุ้งกระเบนยังมีอีกจำนวนมากทั่วประเทศ แต่ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลสถานการณ์ที่ชัดเจน

ส่วนระยะสุดท้าย คือการแพร่กระจายตามแนวชายฝั่ง แม้ไม่ใช่อ่าวปิด แต่หากอยู่ใกล้ปากคลองหรือป่าชายเลนก็มีโอกาสพบปลาชนิดนี้ได้ โดยก่อนหน้านี้มีรายงานจากพื้นที่ชายหาดในจังหวัดเพชรบุรี และล่าสุดพบที่พัทยา ซึ่งเป็นอ่าวกึ่งปิดใกล้แหล่งน้ำกร่อย

อ.ธรณ์ อธิบายว่า ปลาหมอคางดำตัวใหญ่จะว่ายออกจากคลองหรือแหล่งน้ำกร่อยเข้าสู่ทะเลชายฝั่ง ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ แม้ความรุนแรงจะไม่เท่าพื้นที่คลอง แต่ก็ยังสร้างปัญหาอย่างต่อเนื่อง พร้อมคาดการณ์ว่า ชายฝั่งลักษณะเดียวกับพัทยาที่มีอยู่จำนวนมากทั่วไทย จะเผชิญสถานการณ์เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ยังเตือนว่า ปลาหมอคางดำจะขยายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จากคลองหนึ่งสู่ทะเล ก่อนเข้าสู่คลองใหม่และแพร่พันธุ์ต่อ ทำให้การกำจัดทำได้ยากมาก แม้ในคลองพื้นที่เล็กยังจับไม่หมด ขณะที่พื้นที่ทะเลชายฝั่งมีขนาดกว้างใหญ่ จึงทำได้เพียงชะลอผลกระทบ

ทั้งนี้ อ.ธรณ์ ยังชื่นชมชาวประมงในพื้นที่พัทยาที่ช่วยกันจับปลาหมอคางดำด้วยการทอดแห เพื่อนำไปแปรรูปหรือจำหน่าย แม้ราคาจะไม่สูง แต่ถือเป็นการช่วยลดจำนวนปลา พร้อมย้ำว่าหากพบปลาตัวเล็กไม่ควรปล่อยกลับลงน้ำ เพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศชายฝั่งและแหล่งทำมาหากินของประชาชน

พร้อมกันนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปกป้องพื้นที่เกาะห่างฝั่ง เช่น เกาะกูด เกาะเต่า และเกาะพะงัน ไม่ให้มีการนำปลาหมอคางดำไปปล่อย เพราะหากเริ่มระบาดจะควบคุมได้ยากเช่นเดียวกับพื้นที่ชายฝั่งในปัจจุบัน

ตอนท้าย อ.ธรณ์ สรุปว่า ปลาหมอคางดำจะค่อยๆ ขยายตัวเลียบชายฝั่ง จากคลองหนึ่งไปสู่อีกคลองหนึ่ง และจากหาดหนึ่งสู่อีกหาดหนึ่งอย่างต่อเนื่อง พร้อมชี้ว่า “เอเลี่ยนสปีชีส์” เป็นภัยน่ากังวล เพราะเมื่อระบาดหนักแล้วแทบไม่สามารถกำจัดได้ ทำได้เพียงประคองสถานการณ์และรักษาพื้นที่สำคัญที่ยังไม่ถูกกระทบไว้ให้ได้มากที่สุด
ขอบคุณข้อมูลจาก Thon Thamrongnawasawat,ภาพจากตาร์ท ชาแนล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...