โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

NCB จัดสัมมนาเปิดมุมมองใหม่ยกระดับการประเมินความเสี่ยงสินเชื่อสู่อนาคต-เผยสัญญาณNPL-SMยังขยับเพิ่ม

Manager Online

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • MGR Online

บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) จัดสัมมนา “NCB Seminar: New Perspectives of Credit Assessment for Future Ready” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวทางการพัฒนาการประเมินความเสี่ยงสินเชื่อรูปแบบใหม่ ให้กับสถาบันการเงินสมาชิกและผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมเผยข้อมูลบัญชีสินเชื่อ ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี68 ระบุสัญญาณอันตรายจากหนี้เสีย (NPL) และหนี้ค้างชำระ (SM)ปรับตัวสูงขึ้นในทุกผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์และที่อยู่อาศัยราคา 1-3 ล้านบาท พุ่งสูงถึง 50-60% ในปีที่ผ่านมา ขณะที่กลุ่ม Gen Y และ Z ครองแชมป์ความเปราะบางสูงสุด

นางสาวลัษมณ อรรถาพิช ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) กล่าวว่า การจัดสัมมนาในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างผู้เชี่ยวชาญระดับสากลและสถาบันการเงินสมาชิก เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานการประเมินความเสี่ยงและสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลเครดิตและคะแนนเครดิต ในฐานะกุญแจสำคัญที่จะช่วยเปิดโอกาสทางการเงินของประชาชนและต่อยอดธุรกิจของ SMEs ทั้งนี้ NCB มุ่งมั่นให้บริการข้อมูลเครดิตที่มีประสิทธิภาพและรับฟังเสียงสะท้อนสมาชิก เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลเครดิต และยกระดับการเข้าถึงบริการทางการเงินของประเทศให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต

ทั้งนี้ ภายในงานได้รับเกียรติจากนายจเร เจียรธนะกานนท์ ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ทีทีบี มาร่วมถ่ายทอดมุมมองการขับเคลื่อนสินเชื่ออย่างยั่งยืนผ่านกลยุทธ์ Risk-Based Pricing (RBP) โดยเปลี่ยนการตั้งราคาจากแบบเหมาจ่าย (One-price-fits-all) มาเป็นการใช้ NCB Score ผสานกับคะแนนเครดิตภายในของทีทีบีเพื่อกำหนดดอกเบี้ยตามความเสี่ยงรายบุคคล ซึ่งผลลัพธ์จากการนำมาใช้จริงกับสินเชื่อส่วนบุคคลของทีทีบี ตั้งแต่ต้นปี 2569 พบว่าช่วยให้ยอดจองหรือยอดปล่อยสินเชื่อเติบโตถึง 100% โดยที่ลูกค้ากว่า 70% ได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงกว่าเดิม พร้อมชี้ให้เห็นบทบาทใหม่ของฝ่ายงานความเสี่ยงที่ต้องเป็น “Growth Enabler” ผ่านเครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูง อาทิ Affordability Model และ Early Warning Model บนระบบดิจิทัล พร้อมปรับเพดานดอกเบี้ยให้ยืดหยุ่นตามความเสี่ยง เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Inclusion) โดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ

พร้อมกันนั้นนายเผด็จ เจริญศิวกรณ์ รองผู้จัดการใหญ่ NCB ได้นำเสนอภาพรวมสถานการณ์สินเชื่อของประเทศไทย NCB เผยภาพรวมสถานการณ์สินเชื่อไทย ณ ไตรมาส 4/2568 ที่สะท้อนความเปราะบางของหนี้ครัวเรือนซึ่งพุ่งสูงถึง 86.8% ต่อ GDP โดยชี้ชัดว่าเป็น ‘ปัญหาเชิงโครงสร้าง’ ที่รายได้ภาคครัวเรือนเติบโตไม่ทันรายจ่ายท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ข้อมูลเชิงลึกระบุสัญญาณอันตรายจากหนี้เสีย (NPL) และหนี้ค้างชำระ (SM) ที่ปรับตัวสูงขึ้นในทุกผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้สถาบันการเงินคุมเข้มการอนุมัติทำให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) เพิ่มสูงขึ้น 30-40% เฉพาะกลุ่มรถยนต์และที่อยู่อาศัยราคา 1-3 ล้านบาท พุ่งสูงถึง 50-60% ในปีที่ผ่านมา ขณะที่กลุ่ม Gen Y และ Z ครองแชมป์ความเปราะบางสูงสุด ในด้านประสบการณ์บริหารหนี้ มีความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อแทรกแซงและช่วยเหลือลูกหนี้เชิงรุกก่อนเข้าสู่ภาวะวิกฤต

สำหรับช่วงการเสวนามุมมองจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการเงิน อาทิ ผู้แทนจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ TransUnion APAC ซึ่งเป็นกลุ่มที่เข้าร่วมโครงการทดลอง (POC) โดยระบุว่าในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน การตรวจจับสัญญาณเตือนล่วงหน้าของการผิดนัดชำระมีความสำคัญเร่งด่วนยิ่งกว่าการเร่งหาลูกค้าใหม่ เนื่องจากพบสัญญาณความเปราะบางของลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระเร็วขึ้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทั้งนี้ ผู้แทนจากหน่วยงานต่างยอมรับถึงประสิทธิภาพของเครื่องมือใหม่อย่าง EDS (Early Default Solution) และ Proxy Income ที่ช่วยให้เห็นความเสี่ยงซ่อนเร้นในกลุ่มลูกค้าคะแนนระดับกลาง และช่วยประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของกลุ่มที่ไม่มีเอกสารแสดงรายได้ได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ ยังมองว่าแม้ AI และ Machine Learning จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะเครื่องมือสนับสนุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานหลังบ้าน แต่จะยังไม่เข้ามาทดแทนโมเดลการพิจารณาสินเชื่อแบบดั้งเดิมในระยะอันใกล้นี้

"ท่ามกลางการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเครื่องมือประเมินความเสี่ยงและคะแนนเครดิตในระดับสากล คะแนนเครดิตจาก NCB ยังคงเป็นเครื่องมือมาตรฐานที่ได้รับความไว้วางใจในการสะท้อนพฤติกรรมทางการเงินของประชาชนไทยอย่างแม่นยำ และมีประสิทธิภาพ NCB ยังคงมุ่งมั่นติดตามและศึกษาโมเดลการประเมินความเสี่ยงรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการข้อมูลเครดิตและคะแนนเครดิตให้เป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืนต่อไป"

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...