24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 5 มิถุนายน 2569
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 5 มิถุนายน 2569
>> ผบ.ตร. ลงพื้นที่ สภ.สังขละบุรี ติดตามคดี “น้ององุ่น” สั่งเร่งสืบสวนขยายผลทุกมิติ คาดมีความชัดเจนเร็วๆ นี้
08.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติและโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ สภ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ “น้ององุ่น” เด็กหญิงวัย 7 ปี ภายหลังหายตัวออกจากบ้าน 3 วัน ก่อนจะพบเสียชีวิตอยู่ใต้กอไผ่กลางสวนยางพารา พื้นที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยมี พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พร้อมด้วยชุดสืบสวน พนักงานสอบสวน ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวชวิทยาจากโรงพยาบาลตำรวจ พร้อมคณะ ร่วมประชุมติดตามคดี
ผบ.ตร. เปิดเผยว่า เบื้องต้นคาดว่าน้ององุ่น เสียชีวิตในช่วงเวลาบ่ายถึงค่ำของวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ได้สั่งการให้ตำรวจหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เร่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ พยานบุคคล และการสืบสวนด้านเทคนิค ซึ่งการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการรายงานผลเพื่อนำมาประกอบกับการสืบสวนสอบสวน คาดว่าจะมีความชัดเจนของคดีมากยิ่งขึ้นในเร็ว ๆ นี้
>> ปภ.ภูเก็ต ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้แคมป์คนงานบางโจ พร้อมวางแนวทางช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบ
10.00 น. ภายใต้การอำนวยการของนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต มอบหมายให้ นายวรัตม์ สุระวดี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.นิกร ชูทอง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรถลาง เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลศรีสุนทร และผู้แทนบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้แคมป์คนงานพักอาศัย บริเวณหน้าสำนักงานประปาบางโจ หมู่ที่ 4 ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามสถานการณ์และกำหนดแนวทางช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ
จากการตรวจสอบพบว่า แคมป์คนงานดังกล่าวเป็นอาคารพักอาศัยโครงสร้าง 2 ชั้น จำนวน 6 หลัง รวม 268 ห้อง มีผู้อยู่อาศัยประมาณ 350 คน ถูกเพลิงไหม้เสียหายเกือบทั้งหมด คิดเป็นพื้นที่ความเสียหายประมาณครึ่งไร่ โดยผู้ได้รับผลกระทบเป็นแรงงานชาวไทยและชาวเมียนมารวมประมาณ 350 คน ทั้งนี้ ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ได้รับการรักษาตามกระบวนการทางการแพทย์เรียบร้อยแล้ว
จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ ณ วัดเชิงทะเล เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานของศูนย์อพยพพักพิงชั่วคราว ซึ่งรองรับผู้ประสบภัยทั้งหมดจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยขณะนี้ได้ดำเนินการอพยพผู้ประสบภัยประมาณ 350 คน เข้าพักอาศัยชั่วคราวภายในวัดเชิงทะเลเป็นที่เรียบร้อย สำหรับการช่วยเหลือในระยะเร่งด่วน บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างได้จัดตั้งโรงครัวสนาม พร้อมจัดหาอาหารและสิ่งของจำเป็นสำหรับดูแลผู้ประสบภัยทุกคน โดยผู้ประสบภัยทั้งหมดจะพักค้างคืนที่วัดเชิงทะเลในคืนวันที่ 5 มิถุนายน 2569
ขณะเดียวกัน ได้มีการจัดเตรียมแผนเคลื่อนย้ายคนงานจำนวนประมาณ 150-200 คน ไปยังแคมป์พักสำรองบริเวณซอยลายัน 1/1 ในวันที่ 6 มิถุนายน 2569 ซึ่งได้จัดเตรียมพื้นที่และเต็นท์รองรับไว้พร้อมแล้ว ส่วนคนงานที่เหลืออีกกว่า 100 คน จะยังคงพักอาศัยอยู่ที่วัดเชิงทะเลชั่วคราว โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการย้ายผู้ประสบภัยทั้งหมดเข้าสู่ที่พักสำรองได้ภายใน 2-3 วัน
ทั้งนี้ สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้และมูลค่าความเสียหาย อยู่ระหว่างการประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด และประเมินความเสียหายโดยละเอียดต่อไป
>> ตำรวจทางหลวง จอดช่วยรถบรรทุกริมทาง เจอพิรุธคนขับ ค้นรถพบยาบ้า 5 เม็ด สารภาพเสพก่อนขับรถ
10.13 น. ตำรวจทางหลวงออก ตรวจพื้นที่รับผิดชอบบนทางหลวงหมายเลข 41 พื้นที่ ต.เวียง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี พบรถบรรทุกพ่วงจอดอยู่ริมทาง คาดว่ารถมีปัญหา จึงเข้าไปตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือ
ระหว่างพูดคุยกับคนขับ ซึ่งเป็นชายอายุ 27 ปี ตำรวจสังเกตเห็นมีอาการลุกลี้ลุกลน พูดจาวกวนผิดปกติ จึงขอตรวจสอบภายในรถ พบยาบ้า 5 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในกล่องใต้แผงคอนโทรลด้านหน้ารถ ผู้ต้องหารับว่าเป็นของตนเอง และยอมรับว่าได้เสพยาบ้ามาก่อนหน้านี้
ตำรวจจึงนำตัวไปตรวจหาสารเสพติดที่โรงพยาบาล ผลตรวจยืนยันพบสารเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะ จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรไชยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย
>> บุกโกดังอาหารเสริมแมกนีเซียม สวมเลข อย. ปลอม ขายออนไลน์ ยึดของกลาง มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท
10.54 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ,สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดย ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ปฏิบัติการทลายโกดังกระจายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ในพื้นที่เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ตรวจยึดของกลาง 7 รายการ จำนวน 14,939 ชิ้น มูลค่ากว่า 2,000,000 บาท
การเข้าจับกุมครั้งนี้ เนื่องจากการขยายผลจากการเฝ้าระวังการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยอย. พบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยี่ห้อหนึ่ง มีการนำเลขสารบบอาหาร (อย.) ของผลิตภัณฑ์อื่นมาแสดง
จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า โกดังสินค้าดังกล่าวผู้เช่าเป็นชาวจีน ทำการโฆษณาจำหน่ายสินค้าปลอมผ่านแฟลตฟอร์มออนไลน์ โดยลักลอบนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และนำมาจัดเก็บที่โกดังเก็บสินค้าดังกล่าว เพื่อรอคำสั่งซื้อจากลูกค้าในประเทศไทย เมื่อมีการสั่งซื้อจะทำการบรรจุลงกล่องส่งให้ลูกค้า มียอดขายประมาณวันละ 3,000 ชิ้น โดยทำมาแล้วประมาณ 1 ปี
อนึ่งจากการตรวจสอบฉลากของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ พบฉลากระบุปริมาณแมกนีเซียม600 มิลลิกรัม ซึ่งเกินกว่าปริมาณสูงสุดที่ให้ใช้ตามคำแนะนำให้บริโภค 1 วันคือ 350 มิลลิกรัม ดังนั้นผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจึงเข้าข่ายเป็นยา ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510
เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510 เช่น “ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท ,พ.ร.บ.เครื่องสำอางค์ เป็นต้น
>> จ.มหาสารคาม ยางรถไถนาระเบิด ขณะเติมลม กระแทกศีรษะคุณตา วัย 70 ปี บาดเจ็บอาการสาหัส ก่อนจะเสียชีวิตที่ รพ.
11.27 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุยางรถไถนาระเบิดขณะเติมลม ส่งผลให้ นายกลั่น อายุ 70 ปี ภูมิลำเนา หมู่ 19 บ้านมะกอก ตำบลขามเรียง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังถูกแรงระเบิดจากยางกระแทกเข้าที่บริเวณศีรษะอย่างรุนแรง
ภายหลังเกิดเหตุ ผู้ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวได้เข้าช่วยเหลือและประสานเจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน อาการยังอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด และล่าสุดได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
>> รวบ 3 ชาวจีนคลั่ง ทุบรถตำรวจสายตรวจ แย่งรถชาวบ้านเตรียมหนี อ้างถูกหลอกไปทำงานที่เมียนมา
11.23 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พบพระ จ.ตาก ควบคุมตัวชายชาวจีน3ราย ไปสอบสวนที่ สภ.พบพระ หลังทั้ง3ร่วมกันก่อเหตุทำลายรถยนต์สายตรวจเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พบพระ โดยชาวจีนทั้ง 3 คน ใช้ไม้และก้อนหิน พยายามทุบกระจกรถยนต์ตำรวจจนได้รับความเสียหาย
นอกจากนี้ ยังแย่งรถจักรยานยนต์ของชาวบ้าน และพยายามขับขี่หลบหนีเหตุเกิดเมื่อเย็นวานนี้ (4 มิ.ย.69) ต่อมาทางผู้ใหญ่บ้านทราบเรื่อง และทางตำรวจ สภ.พบพระได้รับแจ้งเหตุ จึงรุดไปยังที่เกิดเหตุ และติดตามจับกุม จนได้ตัวชาวจีนทั้ง 3 คน
จากการสอบสวนชายชาวจีนทั้ง 3 คน อ้างว่า ถูกหลอกให้ไปทำงานในฝั่งเมียนมา ซึ่งเป็นพื้นที่เขตอิทธิพลของทหารกะเหรี่ยงดีเคบีเอ จึงพยายามหลบหนีมาเขตไทยฝั่ง อ.พบพระ และก่อการดังกล่าว เพื่อหาทางไป อ.แม่สอด ส่วนที่ก่อเหตุนั้น ไม่มีเงินติดตัว เจ้าหน้าที่จึงสอบสวนอย่างเข้มข้นเพื่อดำเนินคดี โดยเบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาเป็นบุคคลต่างด้าวลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ถูกต้อง
>> เทศกิจพัทยาจัดระเบียบหน้าตลาด หลังพบผู้ค้านำปลาหมึก-อาหารทะเล มาตากบนทางเท้า และ ถนนสาธารณะ
11.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับปัญหาความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยบริเวณหน้าตลาดวัดชัยมงคล พัทยาใต้
ล่าสุด วานนี้ (4 มิถุนายน) เจ้าหน้าที่งานจัดระเบียบชุมชน (เทศกิจ) เมืองพัทยา ได้สนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินมาตรการจัดระเบียบอย่างเข้มงวด หลังพบกลุ่มผู้ประกอบการบางรายมีพฤติกรรม นำอาหารทะเลสดและอาหารทะเลแห้ง ออกมาตั้งวางจำหน่ายและตากแดดบนพื้นผิวจราจร รวมถึงบนทางเท้าสาธารณะ
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่าบริเวณดังกล่าวมีการนำแผงตะแกรงเหล็ก ถาดพลาสติก และอุปกรณ์ต่างๆ มาตั้งจับจองพื้นที่สาธารณะเพื่อตากอาหารทะเล อาทิ ปลาหมึก และปลาแดดเดียว ส่งผลให้เกิดกลิ่นคาวและกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ใกล้เคียง และผู้ที่เดินสัญจรไปมาเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ การตั้งวางสิ่งของดังกล่าวยังเป็นการเบียดบังทางเท้า
หลังเพจเฟซบุ๊ก สำนักเทศกิจเมืองพัทยาได้เผยแพร่ภาพการลงพื้นที่จัดระเบียบสังคม บริเวณหน้าตลาดวัดชัยมงคล ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองพัทยา ภาพของแผงตากหมึกแดดเดียวและอาหารทะเลแห้งที่ตั้งเรียงรายอยู่ริมขอบถนน ไม่เพียงแต่สร้างคำถามถึงเรื่องความสะอาดและสุขอนามัย แต่ยังสะท้อนถึงปัญหาการละเมิดพื้นที่ส่วนรวมที่เกิดขึ้นซ้ำซากในสังคมไทย
ด้านเจ้าหน้าที่เทศกิจเมืองพัทยา ระบุว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติจราจรทางบก ซึ่งระบุห้ามมิให้ผู้ใดตั้งวางสิ่งของใดๆ บนถนนหรือทางเท้าสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตักเตือน พร้อมสั่งให้ผู้ประกอบการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์และสิ่งของออกจากพื้นที่สาธารณะทันที และได้ทำทัณฑ์บนไว้ หากยังพบการฝ่าฝืนหรือกระทำผิดซ้ำอีก จะดำเนินการจับกุมและปรับในอัตราโทษสูงสุด โดยไม่มีข้อละเว้น เพื่อคืนทางเท้าและพื้นผิวจราจรให้เป็นของส่วนรวมตามนโยบายจัดระเบียบเมืองท่องเที่ยว
>> “จับได้รายวัน” กัมพูชาลักลอบเข้าเมือง 10 ราย บริเวณแนวชายแดนบ้านแหลม จันทบุรี
12.33 น. พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ได้บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี ประจำจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านแปลง ทำการจับกุมบุคคลต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จำนวน 10 ราย เป็นชาย 6 ราย หญิง 4 ราย บริเวณแนวชายแดนบ้านแหลม หมู่ 4 ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ขณะเจ้าหน้าที่จัดกำลังลาดตระเวนและเข้าที่ซุ่มเฝ้าตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ โดยไม่มีเอกสารอนุญาตให้เดินทางเข้ามาและอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยถูกต้องตามกฎหมาย
จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ถูกจับกุมให้การว่า เดินทางมาจากหลายพื้นที่ในประเทศกัมพูชา เนื่องจากในประเทศกัมพูชาประสบปัญหาทางเศรษฐกิจตกต่ำ ปัญหาการว่างขาดงาน ทให้ตกงานและขาดรายได้เลี้ยงดูครอบครัว จึงต้องการเดินทางเข้ามาหางานทำในประเทศไทย อาทิ กรุงเทพมหานคร ระยอง จันทบุรี งานค้าขายในตลาดสด และงานเกษตรกรรม โดยเสียค่าใช้จ่ายในการนำพาและหางานรายละประมาณ 6,000–7,500 บาท
ทั้งนี้ ตรวจพบว่ามีผู้นำพา 1 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ถูกจับกุมทั้งหมด พร้อมจัดทำบันทึกการจับกุม และบันทึกการควบคุมตัวตามมาตรา 22 และ 23 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแปลง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
โฆษกกองทัพเรือ ย้ำว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่สะท้อนให้เห็นว่า พื้นที่ชายแดนในความรับผิดชอบของกองทัพเรือยังคงมีการควบคุมอย่างเข้มงวด และจุดผ่านแดนยังอยู่ภายใต้มาตรการปิดด่านตามนโยบายด้านความมั่นคงอย่างชัดเจน มิได้มีการเปิดด่านหรือผ่อนปรนให้มีการผ่านเข้า–ออกโดยเสรีแต่อย่างใด หากมีการเปิดด่านจริง กลุ่มบุคคลเหล่านี้ย่อมไม่จำเป็นต้องลักลอบเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติในช่วงเวลากลางคืน
>> "กัน จอมพลัง" พา "มิรา MC ดัง" ร้องกระทรวงยุติธรรมขอคุ้มครองพยาน หลังถูก "เสือ ดุสิต" ทำร้ายน่วม ยันไม่ยอมความ
13.09 น. นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง นำตัว น.ส.มิรา MC ชื่อดัง เดินทางเข้ายื่นเรื่องต่อกระทรวงยุติธรรมเพื่อขอเข้ากระบวนการคุ้มครองพยาน เนื่องจากหวาดกลัวเรื่องความปลอดภัย หลังถูกนายสัมฤทธิ์ ริมเถื่อน หรือ เสือ ดุสิต ทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัสทั่วร่างกายและต้องรักษาตัวนานถึง 4 วัน โดย กัน จอมพลัง ได้โต้กลับข้ออ้างของคู่กรณีที่ระบุว่าฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายเริ่มก่อน พร้อมตั้งคำถามถึงพฤติกรรมของเสือ ดุสิต ที่เคยมีคดีรุมทำร้ายคนแก่ และยืนยันว่าการต่อสู้ทางกฎหมายเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ด้าน น.ส.มิรา เปิดเผยความรู้สึกว่าอุ่นใจขึ้นหลังจากได้รับการช่วยเหลือ แต่ยังคงกังวลเนื่องจากบาดแผลส่งผลกระทบต่อใบหน้าจนไม่สามารถใช้ประกอบอาชีพได้ พร้อมประกาศกร้าวว่าจะขอสู้คดีให้ถึงที่สุด โดยจะไม่มีการเจรจาพูดคุยหรือยอมความกับคู่กรณีโดยเด็ดขาด ขณะที่ กัน จอมพลัง ได้ฝากถึงกรณีที่อีกฝ่ายกล่าวหาว่า "หน้าตัวเมีย" ว่าพฤติกรรมดังกล่าวสังคมคงตัดสินได้เองว่าหมายถึงใคร และอยากให้ทุกคนร่วมส่งกำลังใจให้ผู้เสียหายที่กล้าออกมาทวงความยุติธรรมในครั้งนี้
>> นายกฯ ประกาศเดินหน้ากวาดล้าง “สแกมเมอร์ - นอมินีต่างชาติ” ตั้ง 5 คณะอนุลุยปราบอาชญากรรมข้ามชาติ
13.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1/2569 หารือสถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติในมิติต่าง ๆ อย่างรอบด้าน ทั้งด้านความมั่นคง การบังคับใช้กฎหมาย การเงิน การฟอกเงิน และภัยคุกคามทางไซเบอร์
ที่ผ่านมา รัฐบาลเร่งดำเนินอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ เครือข่ายยาเสพติด และอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งสามารถสร้างผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม โดยลดคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จาก 34,478 คดี เหลือ 16,920 คดี หรือลดลง 50.9% มูลค่าความเสียหายลดลงจาก 2,224 ล้านบาท เหลือ 513 ล้านบาท ลดลง 63.2% (ข้อมูล ณ เดือน ก.ค. 68 - พ.ค. 69) รวมทั้งมีการจับกุมผู้ต้องหา 1,494 คดี ยึดเงินสดได้กว่า 57 ล้านบาท และสามารถช่วยเหลือเหยื่อได้ 808 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ต.ค. 68 - 26 พ.ค. 69)
นายกฯ ชื่นชมและขอบคุณทุกหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท ยืนยัน “รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานของทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่” โดยได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการ 5 คณะ ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจสำคัญ ให้สำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ เสริมสร้างความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติต่อไป
>> ตร.แม่ปิง สนธิกำลัง ตรวจค้นชุมชนเคหะหนองหอย ตรวจเข้มต่างด้าว พบแรงงานผิดกฎหมาย7 ราย
15.58 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วย ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการระดมกวาดล้างอาชญากรรมอย่างเข้มข้น โดยนำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายรวม 4 จุด ครอบคลุมบ้านพักอาศัยประมาณ 174 หลังคาเรือน ในชุมชนการเคหะเชียงใหม่ ตำบลหนองหอย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมาย ตรวจสอบแรงงานต่างด้าว และเฝ้าระวังการกระทำความผิดในชุมชน มุ่งสร้างความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนเสริมสร้างความเชื่อมั่นในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังให้แก่พี่น้องประชาชน
จากผลการลงตรวจพื้นที่ และตรวจสอบบุคคลในพื้นที่กว่า 200 ราย เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันจัดทำประวัติแรงงานต่างด้าวจำนวน 102 ราย และสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดดำเนินคดีตามกฎหมายได้ทั้งหมด 7 ราย โดยพบการกระทำความผิดในหลายข้อหาสำคัญ ประกอบด้วย การอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) , การลักลอบเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย, การทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน, การไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานตามกฎหมาย รวมถึงความผิดในส่วนของเจ้าของหรือผู้ครอบครองเคหสถาน ที่ไม่แจ้งการเข้าพักอาศัยของบุคคลต่างด้าวตามที่กฎหมายกำหนด
>> คุณตา 82 ปี เข็นรถจักรยานข้ามถนน ถูกรถกระบะชน เสียชีวิตกลางถนน จ.สุรินทร์
17.00 น. รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถยนต์กระบะ 4 ประตู ชนกับจักรยานปั่น ที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต 1 ราย กลางถนนทางหลวงหมายเลข 2077 เส้นทางสายสุรินทร์ - ลำดวน อยู่บริเวณปากทางเข้าบ้านโคกกระชาย ใกล้กับจุดกลับรถ กิโลเมตรที่ 10 ในพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์
ที่เกิดเหตุ พบกระบะ อีซูซุ สีเทา จอดอยู่ที่เลนขวา ลักษณะมีรถจักรยานติดค้างอยู่ที่กันชนหน้ารถ ตรวจสอบใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต เป็นชายไทย อายุ 82 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เทนมีย์
>> คนร้ายลอบยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับบาดเจ็บ เร่งนำส่งโรงพยาบาล ปัจจุบันรู้สึกตัวดีและพูดคุยได้ปกติ
17.50 น. เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิงเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44 ได้รับบาดเจ็บบริเวณหัวไหล่ข้างขวา เบื้องต้นทราบชื่อ สิบตำรวจโทกันตวิชญ์ โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เร่งให้การช่วยเหลือและนำตัวส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลธารโต ก่อนจะนำส่งต่อไปยังโรงพยาบาลยะลาสิริรัตนรักษ์ ตำบลสะเดง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ปัจจุบันผู้บาดเจ็บรู้สึกตัวดี และอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้จัดกำลังเข้าควบคุมพื้นที่เพื่อรักษาความปลอดภัย พร้อมตรวจสอบเส้นทางที่คาดว่าผู้ก่อเหตุใช้หลบหนี ก่อนที่เจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานและหน่วยที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมทั้งสอบสวนพยานแวดล้อมในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
>> เพลิงไหม้โรงเก็บไม้ ซอยพัฒนาการ 32/1 เสียหายวอดทั้งหลัง
18.18 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยพัฒนาการ 32/1 ถนนพัฒนาการ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นโรงเก็บไม้ชั้นเดียว หลังคาสังกะสี ประกอบกิจการจำหน่ายไม้ เพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 400 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพระโขนง
>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถนั่งส่วนบุคคล หญิงวัย 40 ปีเสียชีวิตกลางถนน จ.อุตรดิตถ์
19.50 น. สมาคมกู้ภัยวัดหมอนไม้ รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต กลางถนนหมายเลข 1046 ใกล้เคียงวัดสว่างอารมณ์ ตั้งอยู่ที่ ต.ไผ่ล้อม อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนกับ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง-ดำ ป้ายทะเบียน อุตรดิตถ์ ใกล้เคียงพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้หญิง อายุ 40 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลับแล
>> รวบเจ้าของบ้าน ปฏิเสธฆาตกรรมเพื่อนชาย แต่ยอมรับมีกิจกรรมเพศกัน เผยผลชันสูตรศพแห้งคาบ้านย่านบางบัวทอง ไม่พบบาดแผลถูกทำร้าย จ.นนทบุรี
20.00 น. กรณีพบร่างของ นายศักดินนท์ อายุ 28 ปี นอนเสียชีวิตหลายวันในบ้านพัก หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ม.6 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.69 เมื่อเวลา 20.00 หลัฃตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า นายสอ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี เจ้าของบ้าน ได้เดินทางออดจากบ้านไปเมื่อเวลา 06.19 น.วันที่ 2 มิ.ย.69 ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัย
ล่าสุด พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก.สภ.บางบัวทอง พ.ต.ท.นเรนทร วีระ รอง ผกก.สืบสวน สภ.บางบัวทอง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.บางบัวทอง ได้จับกุมตัว นายสอ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี เจ้าของบ้าน ซึ่งผู้ต้องสงสัย ได้ที่ปั้มน้ำมันแห่งหนึ่ง ย่านปิ่นเกล้า กรุงเทพมหานคร ก่อนนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.บางบัวทอง พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าพีซีเอ็กซ์ หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร
จากการสอบถาม นายสอ ตอบคำถามเพียงสั้นๆว่า ไม่ได้ทำร้ายผู้เสียชีวิต ก่อนที่เจ้าหน้าที่นำตัวเข้าห้องสืบสวนเพื่อทำการตรวจปัสสาวะ พบว่าเป็นสีม่วง เจ้าตัวยอมรับว่ามีการเสพยาเสพติดจริงก่อนร่วมเพศกันกับผู้เสียชีวิต
ต่อมาตำรวจสืบสวน สภ. บางบัวทอง ได้คุมตัวนายสอ ที่ล่าสุดได้ทำการอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากเจ้าตัวไม่ได้อาบน้ำนานกว่าหนึ่งปี โดยตำรวจได้คุมตัวนายสอ มาเปิดรถจักรยานยนต์ ซึ่งใต้เบาะรถพบกระเป๋าของเจ้าตัว ภายในกระเป๋าพบสารหลายชนิด เจ้าตัวยอมรับว่าสารบางตัวใช้เป็นส่วนผสมในการเสพยาเสพติด
ส่วนบางหลอดที่มีลักษณะเหมือนกับเข็มฉีดยา และมีสีแดง เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นเลือด ที่ใช้เอาไว้ฉีดเข้าร่างกาย แต่เคยเอาฉีดแล้วฉีดไม่เข้า เลยต้องเก็บเอาไว้ในกระเป๋า โดยทางตำรวจได้ยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานก่อนจะคุมตัวไปสอบปากคำอีกครั้ง
>> "เสือ ดุสิต" ย่องมอบตัวคดีทำร้าย มิรา สาวคนสนิท 'หน้าถอดสี' หลังตำรวจแจ้งข้อหาตามหมายจับ
20.00 น. สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี นาย สัมฤทธิ์ หรือ เสือ ดุสิต อายุ 40 ปี ได้เดินทางมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน ในคดีทำร้ายร่างกาย น.ส.มิรา อายุ 36 ปี สาวคนสนิท
แต่ปรากฏว่า พนักงานสอบสวน สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี ได้ไปขอหมายจับนาย สัมฤทธิ์ หรือ เสือ ดุสิต จากศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 806/2569 ลงวันที่ 5 มิ.ย.69 ข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดย ผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ เมื่อนายเสือ ปรากฎตัว เจ้าหนัาที่ตำรวจได้อ่านหมายจับให้ฟัง นายเสือ ถึงกับหน้าถอดสี ก่อนที่ตำรวจจะบันทึกจับกุม
หลังบันทึกจับกุมแล้วตำรวจสืบสวน ได้นำตัว นายเสือ ลงมาจากชั้น 3 เพื่อไปส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี ดำเนินคดี ในวันพรุ่งนี้ จะนำตัวไปฝากขังศาลจังหวัดนนทบุรี
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 31 พฤษภาคม 69 มารดาของ น.ส.มิรา อายุ 36 ปี ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี ว่าลูกสาวถูก นายเสือ ดุสิต อายุ 40 ปี ทำร้ายร่างกายในรถเก๋งฮอนด้า แจ๊ส สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เหตุเกิดเวลา 03.00 น.คืนวันที่ 31 พฤษภาคม 69
โดยวันเกิดเหตุ นายเสือ ได้มารับ น.ส.มิรา ที่ร้านย่านถนน นครอินทร์ ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี และได้พาขึ้นรถเก๋งของนายเสือ ที่มีนายตาม ไม่ทราบชื่อจริงและนามสกุล เป็นคนขับ โดยใช้เส้นทางถนนนครอินทร์ มุ่งหน้าสะพานพระราม 5 หลังจากที่ น.ส.มิรา ขึ้นรถเก๋งไปกับนายเสือ ได้ประมาณ 5 นาที นายเสือ ได้ลงมือทำร้ายร่างกาย น.ส.มิรา และพาไปที่อพาร์ทเม้นท์ ย่าน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ที่ น.ส.มิรา เป็นผู้เช่าไว้ และในระหว่างช่วงเวลาประมาณ 07.00 น. ขณะนายเสือ เผลอหลับ น.ส.มิรา จึงได้หลบหนีออกมาได้ และไปการรักษาตัวที่ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ พุทธมณฑลสาย 3 ก่อนติดต่อให้แม่มาแจ้งความที่ สภ.บางกรวย เพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด