โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ล่า 4 ตัวละครใหม่! ขนเฮโรอีนเข้าไทย ประสานทางการ สปป.ลาวล่าตัว

Amarin TV

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ล่า 4 ตัวละครใหม่! ขนเฮโรอีนเข้าไทย ประสานทางการ สปป.ลาวล่าตัว ป.ป.ส. ยันยังไม่ใช่ตัวการใหญ่ เผย เจ้าของยาตัวจริง เคยมีประวัติถูกดำเนินคดีในไทยแล้ว

ล่า 4 ตัวละครใหม่! ขนเฮโรอีนเข้าไทย ประสานทางการ สปป.ลาวล่าตัว ป.ป.ส. ยันยังไม่ใช่ตัวการใหญ่ เผย เจ้าของยาตัวจริง เคยมีประวัติถูกดำเนินคดีในไทยแล้ว

(10 ก.ค. 2569) ป.ป.ส. ประชุมร่วมกับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) และกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพื่อสรุปความคืบหน้าคดีลักลอบลำเลียงเฮโรอีนข้ามชาติ โดยใช้เวลาประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมง

ภายหลังประชุมเสร็จสิ้น พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) บอกภายหลังประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถึงการขยายผลเครือข่ายค้าเฮโรอีนข้ามชาติ ว่า การประชุมสืบเนื่องจากกระบวนการลักลอบเฮโรอีนไปต่างประเทศ สืบเนื่องจากเหตุการณ์ตรวจยึดเฮโรอีนล็อตใหญ่ 3 จุดในกรุงเทพมหานคร (ย่านหลักสี่, รางน้ำ และรามคำแหง) เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และขยายจับกุมนายอาทิตย์และนางสาวทักษพร สองสามีภรรยา ได้ที่ จ.เลย

วันนี้จึงประชุมคณะทำงานร่วมกับทีมสืบสวนสอบสวน และได้ทราบข้อมูลจากดีเอสไอว่า ได้ออกหมายจับ กลุ่มขบวนการที่อยู่ฝั่ง สปป.ลาว 4 คน เป็นคนลาว 3 คน เป็นคนไทย 1 คน เป็นที่มาของการนำเข้าเฮโรอีนจากประเทศเพื่อนบ้านเอาเข้ามา กทม. เพื่อเตรียมส่งไปยังไต้หวันและออสเตรเลีย แต่ยังไม่ขอเปิดเผยชื่อและรายละเอียด โดยได้ประสานงานกับ สปป.ลาว และได้ประสานข้อมูลทางการข่าวเพื่อตามล่าตัวทั้ง 4 คน ที่อยู่ในฝั่ง สปป.ลาว คาดว่าจะมีความคืบหน้า เพราะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี และเชื่อว่า ทั้ง 4 คนนี้หนีไม่รอดและจะได้ตัวในเร็ววันนี้

พ.ต.ต.สุริยา ระบุว่า ตอนนี้ออกหมายจับรวมทั้งหมด 6 คน จับกุมไปแล้ว 2 คน คือสองผัวเมีย จ.เลย และออกหมายจับใหม่อีก 4 คน ซึ่งหมายจับทั้ง 4คน มี ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ชัดเจน และเป็นบุคคลที่มีประวัติพัวพันกับยาเสพติด

เมื่อถามว่า 3 คนที่เป็นชาวสปป.ลาว จะเป็นหัวขบวนการหรือไม่นั้น พ.ต.ต.สุริยา บอกว่า เป็นต้นเรื่องในการเอายาเสพติดที่ยึดได้ใน กทม. ส่งพัสดุมาให้คนไทยที่กทม. ส่วนจะเป็นเจ้าของยาเสพติดหรือไม่นั้น ยังไม่ตัดประเด็นนี้ แต่กลุ่มที่ออกหมายจับล่าสุด 3 คนลาว 1 คนไทย เป็นคนนำส่งยาเสพติดจาก สปป.ลาว มาให้คนไทย และจะต้องขยายผลต่อว่า เบื้องหลังยาเสพติดที่เขารับมาส่งให้คนไทยเป็นใคร

"4 คน เป็นต้นตอต้นเรื่องของการนำส่ง แต่ไม่ใช่เจ้าของยา และยังเชื่อมั่นว่า คนที่อยู่เบื้องหลังและได้รับประโยชน์สูงสุดมีมากกว่านี้ และเป็นเครือข่ายที่ใหญ่"

เมื่อถามว่าคนที่อยู่เบื้องหลัง เป็นลูกครึ่งลาวหรือไม่ พ.ต.ต.สุริยา บอกว่า ไม่ใช่ลูกครึ่ง แต่อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบ

เมื่อถามอีกว่า คนที่เป็นหัวขบวนการ เคยถูกดำเนินคดีในประเทศไทยหรือไม่นั้น พ.ต.ต.สุริยา ยอมรับว่า มีประวัติที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในประเทศไทย แต่ขอยังไม่เปิดเผยรายละเอียด เพราะตอนนี้เราทำงานกันอย่างหนักเพื่อให้เข้าใกล้ Mastermind หรือ ผู้บงการเรื่องนี้อย่างแท้จริง

ส่วนหลักฐานอะไรที่บ่งชี้ว่า ทั้ง 4 คนที่ออกหมายจับเป็นคนส่งยาเสพติดนั้น พ.ต.ต.สุริยา ระบุว่า จากคำรับสารภาพของนายอาทิตย์และนางสาวทักษพร สองสามีภรรยา ได้ที่ จ.เลย และพยานหลักฐานยืนยันชัดเจนว่า 4 คนที่ ออกหมายจับ เป็นคนนำยาเสพติดมาส่งในล็อตล่าสุดในพื้นที่ กทม. รวมถึงข้อมูลที่ได้รับจากการสืบสวน และการตรวจสอบเส้นทางการใช้อุปกรณ์เครื่องมือสื่อสาร

"4 คน ที่มาส่งเฮโรอีน ได้มายังจุดที่เป็นต้นมะเดื่อ และนำพาโดยพายเรือข้ามฝั่งมาส่ง และมีคนไทยที่ถูกจับแล้ว 2 คนมารอรับ"

ทั้งนี้ยังไม่สามารถบอกความถี่ของการจัดส่งเฮโรอีนของ4คนนี้ได้ เพราะมีการเปลี่ยนตัวละครที่ใช้รับฝาก ของหลายคน ซึ่งขณะนี้สามารถยืนยันตัวตนได้ 4-5 คน ซึ่ง 4-5 คน แต่ละคนกระทำไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง นั่นหมายความว่ามีกระบวนการที่รับฝากของจากกลุ่มคนที่นำเขามาจากลาวอยู่ โดยขณะนี้กำลังขยายผลเพิ่มเติม

ส่วนการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่า มีบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องหลายคน จึงได้ทำการ "ฟรีซ" เส้นเงิน หรือระงับเส้นทางการเงินไว้ โดยขอเวลาให้พนักงานสอบสวนทำการตรวจสอบโดยละเอียดในแต่ละบัญชีก่อน

ส่วนความเชื่อมโยงกับคดีแอร์มีนาว่าเป็นขบวนการเดียวกันหรือไม่นั้น พ.ต.ต.สุริยา อธิบายว่า เรื่องของขบวนการ ทีมทำงานได้ทำภาพยาเสพติดที่เข้าประเทศไทย แล้วนำออกไปปลายทาง ไต้หวัน และออสเตรเลีย ดังนั้นกลางทาง มีความเชื่อมโยงกัน ในจำนวนผู้ส่ง และปลายทางผู้รับ ดังนั้นจึงได้ตั้งสมมุติฐานว่า 1. เป็นเครือข่ายเดียวกัน เพราะมีแผนประทุษกรรมเหมือนกัน โดยใช้กระบวนการของผู้มีส่วนร่วมในการรับหิ้วเหมือนกัน และผู้รับหิ้วบางคนเป็นคนเดียวกัน และ 2. อาจจะไม่เกี่ยวข้องกันเลย ซึ่งคดีของแอร์มีนา ตำรวจนครบาล และ บช.ปส.ดำเนินการ หากเป็นคดีเดียวกัน ก็จะมีการรวมสำนวนได้ แต่ตอนนี้แยกกันทำงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

พ.ต.ต.สุริยา ยังบอกอีกว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการขยายผลว่า 4 คนที่ถูกออกหมายจับด้วยว่าจะเป็นต้นขบวนการของแอร์มีนาหรือไม่ แต่เบื้องต้นการขยายผลแน่ชัดว่า กลางทางของยาเสพติด หรือ เฮโรอีน เกี่ยวข้องกัน คือ มีความเชื่อมโยงกับ นายอุทัย ที่เป็นกลางทาง และนายอุทัยก็เป็นคนส่งกล่องพัสดุไปให้แอร์มีนาที่คอนโดมิเนียม และมีแผนประทุษกรรมเดียวกัน

โดยวิธีการของเครือข่ายขนเฮโรอีนข้ามชาติ จะมี 2 วิธีการ คือ 1. การชนมือให้คนในภาคอีสานรับของจากประเทศเพื่อนบ้าน และมารับส่งกลางทางก่อนถึง กทม. และมีมือที่สองไปรับสินค้าซุกซ่อนยาเสพติเมาให้ขบวนการรับหิ้ว 2. เป็นช่วงพอข้ามฝั่งมาไทยก็นำส่งพัสดุมา กทม. เพื่อส่งต่อให้คนรับหิ้วไปต่างประเทศ แต่วิธีการรับหิ้วไปต่างประเทศ พบว่า ยังมีการใช้กลุ่มคนเดียวกัน ซึ่ง กรณีของแอร์มีนา มีบุคคลที่ใช้ชื่อ RoseRose เป็นคนประสานงานรับหิ้ว ซึ่งเราเชื่อว่า ไม่ได้จบแค่ที่ RoseRose เพียงคนเดียวที่สั่งการ เพราะจากสืบสวนมีตัวละครอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย

ทั้งนี้ จากการสืบสวน พบว่า เจ้าของยาเสพติด และคนนำพาของมา เป็นคนละกลุ่ม เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ปักใจเชื่อว่า ยาเสพติดมาจากคนนำพาคนเดียวกัน แต่เราตั้งสมมติฐานว่า เครือข่ายนี้อาจจะเป็นเครือข่ายเดียวกัน และเราตั้งสมมติฐานว่าการมีส่วนร่วมของทั้งสองเครือข่ายอาจจะเป็นเครือข่ายเดียวกันก็ได้ และท้ายที่สุดเจ้าของยาเสพติด หรือหัวหน้าขบวนการตัวจริง ซึ่งขณะนี้ยังไปไม่ถึงหัวหน้าขบวนการจึงยังไม่ได้สรุปว่าเป็นใคร

พ.ต.ต.สุริยา ยังระบุอีกว่า เราจะทำลายโครงข่ายของการนำพาเฮโรอีนและยาเสพติดทุกขนิด ออกจากประเทศไทยไปยังประเทศปลายทาง ดังนั้นจึงจะบังคับใช้กฎหมายอย่างสูงสุด หมายความว่า บุคคลที่เกี่ยวข้อง ต้นทางในประเทศ ปลายทางต่างประเทศ และกลางทางคนที่ทำหน้าที่รับส่งพัสดุ หรือสินค้าใดๆก็ตามที่ซุกซ่อนยาเสพติดไปต่างประเทศ จะบังคับใข้กฎหมายอย่างเข้มข้น ซึ่งกลุ่มบุคคลที่ทำหน้าที่รับหิ้วไปสินค้าไปยังประเทศปลายทางแม้จะรู่หรือไม่รู้ว่ามียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ก็ตาม แต่บุคคลเหล่านี้ กำลังทำผิดใน "ฐานหลบหนีศุลากร" ซึ่งมีโทษสูงสุด และมีโทษจำคุก เพื่อสร้างการรับรู้ให้สังคมตระหนักว่าท่านละเลยขื่อเสียงของประเทศไทย เพราะบางรายรู้ และบางรายปฏิเสธว่าไม่รู้ว่าเป็นยาเสพติด จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังคนที่แอบทำอาชีพนี้ขอให้เลิก

เมื่อถามถึงการดำเนินการของทางการไทย กับคดีแอร์มีนา ที่ออสเตรเลีย นั้น พ.ต.ต.สุริยา ระบุว่า รัฐบาลไทยได้ตอบสนองต่อเคสนี้ ทั้งเรื่องของการดำเนินคดีกับ กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องและมาตรการทางสนามบินในการตรวจสัมภาระจากประเทศไทยไปยังออสเตรเลีย ทำให้ทางการออสเตรเลียพอใจมากกับมาตรการของรัฐบาลไทย และได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลการขยายผลกับทาง กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ที่เป็นคนทำคดีเพื่อแลกเปลี่ยนให้กับออสเตรเลีย

เมื่อถามว่าทางการไทยหาพยานหลักฐานเพื่อฟอกขาวให้กับแอร์มีนาหรือไม่นั้น พ.ต.ต.สุริยา อธิบายว่า อย่าเพิ่งสรุปว่า ทางรัฐบาลไทยฟอกขาวให้แอร์มีนา แต่เรากำลังทำ ข้อเท็จจริงทุกเรื่องให้ปรากฏอย่างแท้จริง และเคสนี้มีคนอื่นเกี่ยวข้องมากมายดังนั้นข้อเท็จจริงที่นำไปสู่ความเป็นธรรมจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ

ส่วนการใช้ดุลพินิจและพยานหลักฐานของทางการออสเตรเลียซึ่งทางการเขาอาจจะมีมากกว่าเราก็ถือว่าเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมของทางออสเตรเลียจะพิจารณาดำเนินการกับแอร์มีนา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...